Real Estate

Q1 อสังหาพากันรวย !!!!

ดาหน้าประกาศผลประกอบการกันเป็นที่เรียบร้อยสำหรับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ส่วนใหญ่เป็นไปในแนวทางเดียวกันนั่นคือ เติบโตกันถ้วนหน้า ส่งสัญญาณภาคธุรกิจอสังหาฯ ยังไปได้ดีในปีนี้

“พฤกษา” โตตามเป้า

เริ่มกันที่บริษัทนัมเบอร์วันในวงการอสังหาริมทรัพย์อย่าง บมจ. พฤกษา โฮลดิ้ง รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ประจำปี 2561 มียอดขายรวม 12,696 ล้านบาท คิดเป็น 24% ของเป้ายอดขายรวมทั้งปีที่ 53,742 ล้านบาท และมีรายได้รวม 8,352 ล้านบาท และกำไรสุทธิรวม 862 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่ 3.5% และ 26.6% ตามลำดับ รายได้และกำไรที่เพิ่มสูงขึ้นจากการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมในกลุ่มแวลูหลายโครงการ ถือเป็นผลการดำเนินงานน่าพึงพอใจ ไตรมาสแรกเปิดโครงการใหม่แล้ว 15 โครงการ มูลค่า 9,800 ล้านบาท แบ่งเป็นทาวน์เฮาส์ 10 โครงการ บ้านเดียว 4 และคอนโดมิเนียม 1 โครงการ มียอดรอรับรู้รายได้ (Backlog) รวมอยู่ที่ 31,377 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2560 อยู่ที่ 16% โดยรับรู้รายได้ปีนี้ 15,032 ล้านบาทและมีโครงการที่อยู่ระหว่างเปิดขายกว่า 188 โครงการ รวมมูลค่า 96,129 ล้านบาท

สุพัตรา เป้าเปี่ยมทรัพย์

สำหรับแผนการดำเนินงานปีนี้ ยังเดินหน้าเปิดโครงการใหม่ตามแผนคือ 77 โครงการมูลค่า 67,800 ล้านบาท ทั้งในกลุ่มธุรกิจแวลู และพรีเมียม นอกจากนี้ยังออกแคมเปญฉลองครบรอบพฤกษา 25 ปี แจกรถยนต์ฮอนด้าแจ๊ซ 25 คัน เพื่อกระตุ้นยอดขายและคืนกำไรลูกค้า ควบคู่การสร้างแบรนด์พฤกษาให้เป็น “Trust Mark Brand” พร้อมเปิดตัว “ตูน” (อาทิวราห์) เป็น Brand Endorserเพื่อสื่อสาร Brand Purpose สะท้อนความตั้งใจของพฤกษาที่อยากจะทำสิ่งดีๆ ให้กับลูกค้า ซึ่งหลังจากการเปิดตัว “ตูน” ผ่านสื่อต่างๆ ก็ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคอย่างดีเยี่ยม เรียกได้ว่าเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในวงการอสังหาริมทรัพย์เลยก็ว่าได้

ก่อนหน้านี้ พฤกษาได้มีการปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ เพิ่มกลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท ทาวน์เฮาส์ เป็นอีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจ จากเดิมที่มีการแบ่งเป็นกลุ่มธุรกิจแวลู และกลุ่มพรีเมียม โดยมี นายธีรเดช เกิดสำอางค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจทาวน์เฮาส์ เป็นผู้ดูแลกลุ่มสินค้าทาวน์เฮาส์ทั้งหมด สำหรับกลุ่มธุรกิจทาวน์เฮาส์ ยังถือเป็นพอร์ตหลักของพฤกษา ในปีนี้ทาวน์เฮาส์มีแผนเปิดโครงการใหม่มากถึง 44 โครงการ โดยปัจจุบันกลุ่มสินค้าทาวน์เฮาส์ มีการนำนวัตกรรมก่อสร้างใหม่ๆ มาใช้

ทั้งนี้ ปีนี้จะรุกตลาดต่างจังหวัดมากขึ้นโดยเฉพาะในเขต EEC และจังหวัดที่เป็นหัวเมืองท่องเที่ยวและนิคมอุตสาหกรรม เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ รวม 13 โครงการ มูลค่า 8,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีแผนขยายไปทาวน์เฮาส์ในระดับราคา 5-7 ล้านให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์

SC ASSET


“เอสซีฯ” โตทุกด้าน

บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC ผลประกอบการไตรมาส 1/2561เติบโตทุกด้านทั้งยอดขาย รายได้ และกำไรสุทธิ โดยมีรายได้รวม 2,686 ล้านบาท เติบโต 53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้หลักมาจากโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายคิดเป็นสัดส่วน 92% ของรายได้ทั้งหมด และมีกำไรสุทธิ 259 ล้านบาท เติบโต 244% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมกับมียอดขายรอโอน หรือ Backlog ประมาณ 10,800 ล้านบาท ซึ่ง 47% จะรับรู้รายได้ในปีนี้ และส่วนที่เหลืออีก 53% จะรับรู้รายได้ในปี 2562-2563 โดยบริษัทยังคงเป้าหมายรายได้ทั้งปีอยู่ที่ 17,000 ล้านบาท

ในส่วนของยอดขาย 3,662 ล้านบาท เติบโต 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนทั้งในส่วนของโครงการแนวราบและแนวสูงทุกระดับราคา โดยเฉพาะโครงการที่เปิดใหม่ในไตรมาสแรกได้รับการตอบรับที่ดีมาก ได้แก่ โครงการคอนโดมิเนียมเซ็นทริค รัชโยธิน ที่ห่างจากสถานีรถไฟฟ้ารัชโยธินเพียง 150 เมตร ปัจจุบันมียอดขายถึง 75% และ โครงการบ้านเดี่ยวเพฟ บ้านโพธิ์-ฉะเชิงเทรา ขณะเดียวกันโครงการแนวราบเดิมในระดับราคา 8 ล้านบาทขึ้นไปมียอดขายเติบโตกว่า 70% เทียบกับไตรมาสแรกของปี 2560

SC เตรียมทยอยเปิดโครงการใหม่ที่เหลือในปีนี้อีก 17 โครงการ มูลค่ากว่า 17,000 ล้านบาท โดยในเดือนมิถุนายนนี้จะเปิดโครงการ เวนิว พระราม 5-3 บนพื้นที่ กว่า 7 ไร่ มูลค่าโครงการ 260 ล้านบาท เป็นบ้านแฝดรุ่นใหม่ จำนวน 46 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 5.89 ล้านบาท ต่อยอดความสำเร็จของโครงการ เวนิว พระราม 5-1 และ 2 ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

โครงการใหม่อยู่บนถนนนครอินทร์ พระราม 5 ใกล้ทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอก และใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วงกับสายสีน้ำเงิน (เสร็จปลายปี 2562) โดย ณ 30 เม.ย 61 SC มีโครงการเพื่อขายทั้งหมด 39 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 34,400 ล้านบาท


“ศุภาลัย” รายได้-กำไรพุ่ง

ต่อกันที่ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ช่วงไตรมาส 1 เปิดตัวโครงการแนวราบ จำนวน 6 โครงการ มูลค่ารวม 3,525 ล้านบาท แบ่งเป็นการเปิดตัวโครงการใหม่ในกรุงเทพฯ 4 โครงการ และในจังหวัดชลบุรีและสงขลา 2 โครงการ โดยมีผลงานด้านยอดขาย 8,837 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 17% จากช่วงเดียวกันของปี 2560 ซึ่งมาจากยอดขายในส่วนโครงการคอนโดมิเนียม 4,142 ล้านบาท และโครงการแนวราบ 4,695 ล้านบาท อีกทั้งสามารถทำรายได้รวม 4,655 ล้านบาท เติบโต 22% โดยรายได้หลักมาจากการทยอยส่งมอบคอนโดมิเนียมทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ขณะที่รายได้จากอสังหาริมทรัพย์สามารถแบ่งเป็นรายได้จากโครงการแนวราบ 62% และจากโครงการคอนโดมิเนียม 38% ขณะที่กำไรสุทธิ 870 ล้านบาท เติบโต 27% เมื่อเทียบกับปี 2560

คุณไตรเตชะ ตั้งมติธรรม

นอกจากนี้ในช่วงไตรมาส 2 ศุภาลัยเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ต่อเนื่อง จำนวน 4 โครงการเป็นโครงการแนวราบ จำนวน 3 โครงการ ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองภูมิภาค อย่างเช่นจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดชลบุรี และคอนโดมิเนียม 1 โครงการ เพื่อผลักดันยอดขายสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้

SIRI ปลื้มแนวราบโต

บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) (SIRI) รายงานผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2561 ผลประกอบการหลักมาจากยอดขายที่ยังคงขยายตัวดี โดยมียอดขายรวมกว่า 4,039 ล้านบาท มาจากโครงการแนวราบที่พบว่าบ้านเดี่ยวเติบโตดี มียอดขายรวม 3,601 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 33% จากไตรมาสก่อน

วันจักร์ บุรณศิริ.

นอกจากนี้ในไตรมาส 1/2561 แสนสิริ มีรายได้รวม 5,278 ล้านบาท มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 251 ล้านบาท โดยในช่วงที่เหลือของปี ยังมีแผนการโอนคอนโดมิเนียมอีกถึง 4 โครงการ ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถสร้างผลประกอบการที่ดีตามแผนงานที่วางไว้ โดยในช่วงไตรมาสที่เหลือต่อจากนี้ ผลประกอบการของแสนสิริจะทยอยสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากไตรมาสแรกซึ่งนับเป็นฐานการเติบโตของบริษัทในปี 2561

สำหรับในช่วงที่เหลือของปีนี้ จะมีการพัฒนาที่อยู่อาศัยโครงการใหม่อีก 27 โครงการ แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 16 โครงการ และโครงการคอนโดมิเนียม 11 โครงการ โดยแผนงานในช่วงไตรมาสที่ 2 บริษัทจะเปิดตัวโครงการใหม่ 12 โครงการใหม่ มูลค่า 15,200 ล้านบาท

“ลลิล” โตด้วย

บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ไตรมาสแรกมียอดรับรู้รายได้ที่ 962.1 ล้านบาท เติบโตได้ราว 45% ในขณะที่ยอดขายสามารถทำได้ราว 1,500 ล้าน กำไรสุทธิทั้งสิ้น 182.2 ล้านบาท ขยายตัวขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนราว 60%

สำหรับการขยายธุรกิจ ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดโครงการใหม่ไปทั้งสิ้น 2 โครงการ มูลค่าประมาณ 800 ล้านบาท โดยในไตรมาสสองมีแผนที่จะเปิดอีก 1 – 2 โครงการ มูลค่าประมาณ 1,200 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามแผนธุรกิจในปีนี้ที่จะมีการเปิดโครงการใหม่ 8 – 10 โครงการ มูลค่ารวม 4,500 – 5,000 ล้านบาท

“ออริจิ้น” โชว์ผลงานสุดกระหึ่ม

บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2561 มีรายได้รวม 2,473.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 182% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2560 (%YoY) สาเหตุหลักมาจากรับรู้รายได้จากโครงการคอนโดมิเนียมต่อเนื่องจากปี 2560 จำนวน 18 โครงการ และมีโครงการใหม่ที่เริ่มโอนกรรมสิทธิ์ในเดือนมีนาคม ปี 2561 เพิ่มอีก 1 โครงการ

พีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)

สำหรับกำไรสุทธิประจำไตรมาส 1/2561 อยู่ที่ 488.6 ล้านบาท เติบโตขึ้น 184% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ระดับร้อยละ 19.8 ซึ่งสูงขึ้นกว่าไตรมาส 1 ปี 2560 ที่ร้อยละ 19.6 อันเนื่องมาจากโครงการใหม่แล้วเสร็จรับรู้รายได้ได้ตามแผน และความสามารถในการทำกำไรขั้นต้น รวมถึงการรับรู้รายได้จากการบริหารโครงการที่ร่วมลงทุนกับบริษัท โนมูระ เรียลเอสเตท ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด จากญี่ปุ่น ทำให้ทั้งรายได้และกำไรของบริษัทในไตรมาสนี้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง

ในปี 2561 นี้ ออริจิ้นมีแผนจะเปิดโครงการใหม่รวมมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท ทำให้ในช่วงอีก 3 ไตรมาสที่เหลือ ยังมีโครงการที่โดดเด่นรอเปิดตัวอีกมูลค่ากว่า 24,000 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงโครงการมิกซ์ยูสภายใต้แบรนด์พาร์ค ออริจิ้น 3 ทำเล ซึ่งถือเป็นโครงการไฮไลท์ในปีนี้ รวมถึงโครงการแนวราบที่จะเปิดตัวเพิ่มอีก 3-4 โครงการ

Related Articles

Back to top button
X
%d bloggers like this: