CSR

“PAPER เจอรักษ์” ไอเดียเก๋จากเยาวชนช่วยลดการใช้กระดาษ

เคยสังเกตไหมว่า กระดาษที่เรานำมาใช้ในการทำงาน หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เราได้ใช้ประโยชน์ทั้ง 2 หน้าแล้วหรือยัง ถ้ายัง นั่นอาจหมายความว่าเรากำลังทำร้ายธรรมชาติอยู่โดยไม่รู้ตัว เพราะจากสถิติคนไทยใช้กระดาษเฉลี่ยปีละ 4 ล้านตัน หรือคนละประมาณ 60 กิโลกรัมต่อปี ซึ่งเท่ากับว่าทุก ๆ นาทีต้นไม้ 125 ต้นจะต้องถูกโค่นลงเพื่อนำมาทำกระดาษ ที่ผ่านมาหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนจึงเริ่มมีนโยบายลดปริมาณการใช้กระดาษ และหันมาใช้การสื่อสารผ่านระบบดิจิทัลมากขึ้น เพื่อลดการใช้กระดาษและทรัพยากรธรรมชาติ

ปัญหาเรื่องการใช้กระดาษ ไม่ได้มีแต่หน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนที่ให้ความสนใจ แต่ยังมีน้อง ๆ เยาวชนกลุ่มหนึ่งที่อยากมีส่วนร่วมในแก้ไขปัญหานี้เช่นกัน โดยเริ่มต้นจากในโรงเรียน ด้วยแนวคิดในการนำกระดาษที่ใช้แล้วมารีไซเคิลให้กลับมามีค่าอีกครั้ง ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการใช้กระดาษในโรงเรียนแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้เสริมให้เยาวชนได้อีกด้วย น้อง ๆ เรียกกิจกรรมที่ทำอยู่นี้ว่า “PAPER เจอรักษ์”

“PAPER เจอรักษ์” เป็นหนึ่งในผลผลิตจากแนวคิดของเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ PTTEP Teenergy ของ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ที่มุ่งเน้นการบ่มเพาะจิตสำนึกให้เยาวชนตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยให้โอกาสแก่เยาวชนในการเรียนรู้นอกห้องเรียน และสนับสนุนเยาวชนให้ทำกิจกรรมเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนของตน

เกียรติภูมิ คงเดิม หรือ น้องบูม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนเดชะปัตตยานุกูล จังหวัดปัตตานี กล่าวว่า “ดีใจมากที่ได้เข้าร่วมโครงการ PTTEP Teenergy และดีใจที่ทีมได้รับทุนสนับสนุนจาก ปตท.สผ. ในการทำโครงการ “PAPER เจอรักษ์” โดยสมาชิกในทีมทั้ง 36 คน ตั้งใจจะรณรงค์ลดการใช้กระดาษ และสร้างรายได้จากกระดาษเหลือใช้ในโรงเรียน เพราะที่โรงเรียนมีการใช้กระดาษเยอะมาก และมีบางส่วนที่เหลือทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ จึงเห็นว่าถ้าทำโครงการได้สำเร็จ จะช่วยลดปัญหานี้ได้”

เยาวชนคนเก่งของเราเล่าว่า “หลังจากเปิดตัวโครงการนี้ที่โรงเรียน ตื่นเต้นมากว่าจะมีคนมาร่วมกับเราไหม ปรากฏว่าเพื่อนๆ ให้ความสนใจเยอะมาก คุณครูก็ให้ความช่วยเหลือและให้คำปรึกษาอย่างดี โดยกลุ่มนักเรียนแกนนำได้ร่วมกันจัดทำกล่องคัดแยกกระดาษไว้ 3 แบบ และวางไว้ในทุกห้องของโรงเรียน กล่องแรกสำหรับใส่กระดาษที่ใช้แล้วด้านเดียว กล่องที่สองใส่กระดาษที่ใช้แล้ว 2 ด้าน และกล่องสุดท้ายใส่กระดาษสี ทุกสิ้นเดือน ผมจะรวบรวมกระดาษที่ใช้แล้วจากทั้ง 3 กล่อง โดยกระดาษที่ใช้แล้ว 2ด้านและกระดาษสีจะนำไปขายและทำงานประดิษฐ์ ส่วนกระดาษที่ใช้ด้านเดียว จะนำไปทำสมุดทำมือ นอกจากนี้ ยังมีการต่อยอดนำผลงานจากกระดาษเหลือใช้ มาจัดเป็นนิทรรศการเพื่อแสดงให้เห็นว่ากระดาษเหลือใช้ สามารถนำกลับมาทำประโยชน์ได้อีกมากมาย”

ผลที่ได้จากการทำโครงการ “PAPER เจอรักษ์” ใน 1 ปีการศึกษา ทำให้สดงอผ. ในการเลือก่อรักบละู่นี้ว่า โรงเรียนเดชะปัตตยานุกูล สามารถลดการใช้กระดาษได้มากถึง 14 รีม คิดเป็น 7,000 แผ่น คาดว่าจะลดลงอีกเรื่อย ๆ ในอนาคต กระดาษที่มีการใช้ลดลงนั้น คิดเป็นเงินได้ประมาณ 1,700 บาท ประกอบการขายกระดาษในแต่ละครั้งคิดเป็นประมาณ 100 – 200 บาท นอกจากจะช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติลงแล้ว ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับโรงเรียน รายได้ที่ได้จากการขายกระดาษ ยังนำมาเป็นเงินกองทุนสำหรับดำเนินกิจกรรมในรุ่นต่อๆ ไปอีกด้วย

“กระดาษเก่า 1 ตัน สามารถทดแทนการตัดต้นไม้เพื่อมาทำเป็นกระดาษได้ถึง 15 ต้น หากคนไทยทุกคนใช้กระดาษอย่างประหยัดและใช้กระดาษทั้ง 2 หน้า จะช่วยรักษาชีวิตต้นไม้ได้ถึง 1.3 ล้านต้น ผมและเพื่อนๆ ในทีมจึงอยากช่วยรักษาทรัพยากรธรรมชาติของโลกใบนี้ และมั่นใจว่าทำได้แน่นอน โดยเริ่มจากให้โรงเรียนของผมเป็นต้นแบบ แล้วในอนาคตอยากจะขยายผลไปยังโรงเรียนอื่นๆ ในจังหวัด และหวังว่าจะมีโอกาสได้ขยายผลไปในทุกโรงเรียนในประเทศไทยครับ” น้องบูมกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ

นางประณต ติราศัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานกิจการองค์กรและกำกับการปฏิบัติตามนโยบาย กล่าวว่า “การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ธรรมชาติไม่ได้เป็นหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องเป็นการร่วมมือกันของทุกภาคส่วนที่ตระหนักถึงปัญหาและมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ปตท.สผ. ยินดีอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนและช่วยหล่อหลอมเยาวชนให้มีหัวใจอนุรักษ์ รวมพลังความคิด และก้าวออกไปทำกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ด้วยมือเล็ก ๆ ที่มีพลังของพวกเขา”

โครงการ PTTEP Teenergy ปีที่ 4 ของ ปตท.สผ. จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ก้าวเพื่อรักษ์” โดยได้รับสมัครและคัดเลือกเยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายทั่วประเทศ จำนวน 280 คน เข้าร่วมกิจกรรมค่ายอนุรักษ์ธรรมชาติซึ่งจัดขึ้นใน 4 ภาค เพื่อส่งเสริมและปลูกฝังให้เยาวชนเรียนรู้ถึงคุณค่าของธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยปลูกฝังให้เยาวชนคนรุ่นใหม่มีหัวใจเป็นนักอนุรักษ์ และร่วมกันทำประโยชน์เพื่อเปลี่ยนแปลงชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น

Related Articles

Back to top button
X