Real Estate

Index ลุยบิวท์อิน

ท่ามกลางการแข่งขันอันร้อนแรงของตลาดเฟอร์นิเจอร์บ้านเราที่รายล้อมไปด้วยแบรนด์ยักษ์หญ่มากมายอย่างIndex Living Mall,SB Furniture, IKEA, Modernform  การทำตลาดในยุคที่ความต้องการของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วล้วนเป็นสิ่งท้าทายความสามารถและกึ๋นของผู้ประกอบการแต่ละเจ้าเป็นอย่างมาก

จากการจัดอันดับผลประกอบการปี 2016 ผู้นำในตลาดค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์เมืองไทย คืได้แก่ 1.Index Living Mall รายได้ 9,741 ล้านบาท กำไร 596.2 ล้านบาท  ตามด้วยมือวางอันดับ2.SB Furniture  รายได้ 5,871.6 ล้านบาท กำไร 110.5 ล้านบาท อันดับ 3. เป็นของ IKEA ประเทศไทย รายได้ 4,759.3 ล้านบาท กำไร 302.4 ล้านบาท รั้งท้ายด้วย Modernform ที่มีรายได้ 3,310.9 ล้านบาท กำไร 172.9 ล้านบาท

ในฐานะผู้นำตลาด“อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” (Index Living Mall) ซึ่งทำตลาดอย่างต่อเนื่องทั้งการขยายสาขาใหม่ๆ การจัดรายการส่งเสริมการขายล่าสุด ตกย้ำยักษ์ใหญ่ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านเบอร์ 1 ด้วยการขยายบิสิเนสใหม่ “ยูนีค” (YOUNIQUE) เทคโนโลยีอัจฉริยะ 4.0 ครั้งแรกในไทย โดยปรับพื้นที่จาก 35 ตร.ม. เพิ่มพื้นที่ใช้สอยเทียบเท่า 53ตร.ม. รุกตลาดบิวท์อิน ประเดิมสาขาแรกพระราม 2 ก่อนเปิดครบทุกสาขาปีหน้า

 เอกลักษณ์ ปัทมสัตยาสนธิ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาธุรกิจ  บริษัท  อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด บอกว่า ปัจจุบันทิศทางตลาดเฟอร์นิเจอร์ในไทยยังขยายตัวต่อเนื่อง  ทั้งนี้ มาจากปัจจัยการเติบโตที่สอดคล้องกับจำนวนของโครงการคอนโดมิเนียมและอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นตามแนวรถไฟฟ้าสายต่างๆ รวมถึงที่อยู่อาศัยในรูปแบบบ้านเดี่ยวและทาวเฮ้าท์ ส่งผลให้ดีมานด์เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

เอกลักษณ์ ปัทมสัตยาสนธิ
เอกลักษณ์ ปัทมสัตยาสนธิ

ขณะเดียวกันลูกค้าก็มุ่งเน้นสินค้าเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถปรับขนาดและดีไซน์ได้ มีพื้นที่ใช้สอยคุ้มค่า รวมถึงสะท้อนสไตล์ที่บ่งบอกความเป็นตัวตนไม่เหมือนใคร ในงบประมาณที่ควบคุมได้ จึงเป็นโอกาสที่ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ในฐานะผู้นำตลาดเฟอร์นิเจอร์ไทยจะสร้างรายได้เพิ่ม โดยเฉพาะตลาดเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน ที่ทุกวันนี้ลูกค้ายังต้องเผชิญกับปัญหาเดิมๆ ในการสั่งทำบิวท์อิน อาทิ เรื่องงบประมาณที่พอทำบิวท์อินและเกินงบ หรือพื้นที่จำกัดไม่รู้จะบิวท์อินยังไง รวมถึงทำบิวท์อินแล้วไม่เข้ากับบ้าน ฟังก์ชั่นใช้งานไม่พอ ตลอดจนปัญหาเรื่องของช่างและแบบตลอดจนเวลาส่งงานที่ไม่เป็นไปตามที่ตกลงกัน

ดังนั้น จึงได้คิดค้นเทคโนโลยีใหม่ขึ้น ซึ่งสอดรับกับ “ไทยแลนด์ 4.0” วิสัยทัศน์เชิงนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งถือเป็นรายแรกและรายเดียวในไทย พร้อมได้ขยายเป็นบิสิเนสใหม่ เพื่อช่วยดปัญหา ลดขั้นตอน และลดค่าใช้จ่ายให้แก่ลูกค้าที่ต้องการทำเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน ภายใต้ชื่อ “ยูนีค” (YOUNIQUE) ครั้งแรกในไทยกับเทคโนโลยีบิวท์อินอัจฉริยะ 4.0 ที่ปรับพื้นที่จาก 35 ตร.ม. เพิ่มพื้นที่ใช้สอยเทียบเท่า 53 ตร.ม. ได้จริง หรือคิดเป็นสัดส่วนพื้นที่ใช้สอยที่เพิ่มขึ้นมากถึง 50%

YOUNIQUE Built-in
YOUNIQUE Built-in

“และด้วยบริการของเพอร์ซันแนลดีไซเนอร์ของ “ยูนีค” (YOUNIQUE)  ลูกค้าสามารถปรับแบบ ขนาดและราคาได้ตามใจชอบจนพอใจโดยที่ไม่จำกัดจำนวนครั้ง กับดีไซน์หลากหลายทั้งสีและสไตล์รวมกว่าล้านรูปแบบ  และด้วยระบบเทคโนโลยี 4.0 ที่ทันสมัย เมื่อเสร็จการออกแบบในแต่ละครั้งลูกค้าสามารถทราบราคาได้รวดเร็วทันใจภายใน 1 นาที  ซึ่งต่างจากบิวท์อินทั่วไปที่จำกัดการปรับแบบได้ไม่เกิน 3 ครั้ง และใช้เวลา 1-2วันในการนำเสนอราคา  จุดนี้คือสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนในวงการเฟอร์นิเจอร์ ทั้งนี้ เพื่อให้ได้ราคาที่ดีที่สุดในแบบที่ถูกใจลูกค้าที่สุดนั่นเอง ”

ขณะที่กลุ่มเป้าหมายของ “ยูนีค” เจาะกลุ่มคอนโด บ้านเดี่ยว และทาวน์โฮม เน้นลูกค้าช่วงอายุ 25-40 ปี ระดับพรีเมียมแมส (Premium Mass)  ที่ต้องการใช้พื้นที่ตั้งแต่ 22 ตร.ม.ขึ้นไป โดยลูกค้าสามารถวางเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินลงบนพื้นที่ได้ตั้งแต่ 3 ม.ขึ้นไป

YOUNIQUE Built-in
YOUNIQUE Built-in

สำหรับแผนการดำเนินงานของ “ยูนีค”  ในปี 2561  ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 800 ล้านบาท คาดมีผู้ใช้บริการ 16,000 ราย โดยเริ่มเปิดสาขาแรกที่    อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ สาขาพระราม 2 ก่อนขยายสาขา เพิ่มอีก 4 สาขาสิ้นปีนี้ ได้แก่ สาขาบางนา, รังสิต, เกษตรนวมินทร์ และราชพฤกษ์ และจะครอบคลุมทุกสาขาภายในปี 2561  มั่นใจ “ยูนีค” สามารถทำยอดขายเกิน 3,000 ล้านบาทภายใน 3 ปี

 

 

 

Related Articles

Back to top button
X
%d bloggers like this: