Financial

CEO-ผู้ถือหุ้นใหญ่ ‘MORE’ ย้ำไม่มีขายออก พร้อมให้ ตลท-ก.ล.ต.ตรวจสอบออเดอร์ปริศนา

 หลังจาก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) พบความผิดปกติในการซื้อขายหุ้น MORE หรือ บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ มอร์ ตั้งแต่วันที่ 10 พ.ย. ที่ผ่านมา จึงได้ประกาศหยุดพักการซื้อขายหลักทรัพย์ MORE ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2565 ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ

ล่าสุด “ดร.อมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ”  CEO และผู้ถือหุ้นใหญ่ บมจ.มอร์ รีเทิร์น (MORE) ยันถือหุ้นครบ 23.69% ไม่คิดขายออก พร้อมยืนเคียงข้างผู้ถือหุ้นรายย่อย มั่นใจปัจจัยพื้นฐานแกร่ง มีศักยภาพการเติบโตได้อีกมาก ทั้งรายได้ประจำจากธุรกิจน้ำประปาอายุสัมปทาน 25 ปี มีที่ดินในทำเลศักยภาพพร้อมพัฒนา ล่าสุด ทุ่มงบกว่า 1 พันล้านบาท คว้าลิขสิทธิ์และจัดงาน “Rolling Loud” ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 66-71 พร้อมเรียกร้องตลาดหลักทรัพย์ฯ-ก.ล.ต. ตรวจสอบอเดอร์ปริศนาที่เป็นต้นเหตุทำให้ราคาหุ้น MORE ฟลอร์ 2 วันติด เตือนนักลงทุนอย่าตกเป็นเหยื่อข่าวลือ

 ดร.อมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) (MORE) เปิดเผยว่า ในฐานะที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และซีอีโอ MORE ยืนยันว่ายังถือหุ้นครบ 23.69% และไม่มีการขายหุ้นออกมาแม้แต่หุ้นเดียวในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากเชื่อมั่นในปัจจัยพื้นฐานธุรกิจของบริษัทฯ ที่มีศักยภาพในการเติบโตได้อีกมาก  ทั้งจากธุรกิจน้ำประปาที่มีอายุสัมปทาน 25 ปี ทำให้มีรายได้ประจำ (Recurring Income) อีกทั้งยังมีที่ดินในทำเลศักยภาพพร้อมพัฒนา รวมถึงได้ลิขสิทธิ์จัดงาน “Rolling Loud” ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี  2566-2571 พร้อมสิทธิ์ขาดในการจัดงานในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

“อยากฝากถึงผู้ถือหุ้นและนักลงทุนอย่าตกเป็นเครื่องมือข่าวลือที่แพร่สะพัดออกมาในทางลบ ผมพร้อมอยู่เคียงข้างผู้ถือหุ้นทุกคน โดยในช่วงที่ผ่านมาผมไม่มีการขายหุ้นออกมาแม้แต่หุ้นเดียว และขอเรียกร้องให้ตลาดหลักทรัพย์ฯและก.ล.ต.ตรวจสอบ ออเดอร์ปริศนา ที่เป็นต้นเหตุทำให้ราคาหุ้น MORE ร่วงติดฟลอร์ 2 วันติดต่อกัน”

เขากล่าวต่อว่านับตั้งแต่เข้ามาบริหาร MORE ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ได้ปรับโครงสร้างธุรกิจและโครงสร้างการบริหาร MORE ทำให้ฐานะทางการเงินมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก โดยมีสินทรัพย์รวมมากกว่า 10,000 ล้านบาท มีสภาพคล่องทางการเงิน อีกทั้งยังมีเงินที่ได้รับจากการใช้สิทธิแปลงสภาพMORE-W2 กว่า 700 ล้านบาท รวมถึงมีพอร์ตลงทุนในบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านบาท

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MORE กล่าวยืนยันว่าพร้อมที่จะให้หน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุนเข้ามาตรวจสอบ เพื่อความโปร่งใส โดยตั้งแต่ที่เข้ามานั่งซีอีโอ MORE ดำเนินธุรกิจบริษัทฯ ยังไม่เคยถูกฟ้องร้องแต่อย่างใด มีแต่คดีที่ MORE เป็นผู้ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากคู่กรณีกว่า 800 ล้านบาท

 

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Back to top button
X
%d bloggers like this: