IT & Digital

7 วิธีสร้างรายได้จาก ‘TikTok’ พร้อมเกณฑ์การเสียภาษี

ในยุคที่การสร้างรายได้จากช่องทางออนไลน์ Social Platform ต่างๆ นั้นเข้าถึงได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว ที่สำคัญยังไม่มีกฎหมายออกมาชัดเจนเกี่ยวกับภาษีจากรายได้เหล่านี้ จึงมีคนจำนวนมากอย่างเช่นผู้ใช้งานแอพ TikTok เมื่อมีรายได้จากการไลฟ์สดแล้วได้รับเงินจากการส่งของขวัญจากแฟนคลับ กลับไม่ได้นำมายื่นภาษีประจำปี

​แต่รู้หรือไม่ว่ารายได้จากช่องทางเหล่านี้ จะต้องนำมายื่นภาษีประจำปีด้วย อย่างเช่น รายได้จาก TikTok ซึ่งรายได้มาจากหลายวิธีด้วยกัน ต้องนำมายื่นภาษีทั้งหมด โดยรายได้จากวิธีไหนต้องเสียภาษีบ้าง และต้องเสียภาษีเท่าไร มีวิธีการอย่างไรนั้น ต้องตามไปดู

7 วิธีสร้างรายได้จาก TikTok

เนื่องด้วยรายได้จาก TikTok มีหลายวิธีด้วยกัน ซึ่งต้องแยกประเภทของรายได้ที่ได้รับก่อน จึงจะสามารถนำไปยื่นภาษีได้อย่างถูกต้อง ดังนี้

1.ได้ของขวัญ ซึ่งสามารถแบ่งรายได้จากของขวัญที่ได้รับเป็น 2 แบบ คือ

– ได้ของขวัญจากการไลฟ์สด วิธีการนี้ผู้ที่สามารถมีรายได้จากการไลฟ์สดได้นั้น จะต้องมีผู้ติดตาม 1,000 คน (follower) และต้องมีอายุมากกว่า18 ปี สามารถสร้างไลฟ์สดเพื่อพูดคุยกับผู้ติดตามของตนเองได้ ซึ่งถ้าหากผู้ติดตามถูกใจและส่งของขวัญให้ ไม่ว่าจะเป็นอมยิ้ม ลูกโป่ง ดอกไม้ หรือหัวใจ เป็นต้น โดยแต่ละชนิดมีมูลค่าต่างกัน ก็จะทำให้มีรายได้จากการเก็บของขวัญเหล่านี้นั่นเอง

​- ได้ของขวัญจากการทำคลิปวิดีโอ รายได้จากการทำคลิปวิดีโอนั้น ใช้ได้เฉพาะบัญชีทั่วไป บัญชีธุรกิจทำไม่ได้ และสามารถใช้งานโหมดวิดีโอGifte ได้ ก็ต่อเมื่อมีผู้ติดตาม 1 แสนคน มีอายุมากกว่า 18 ปี รวมถึงต้องใช้Account นี้เป็นเวลา 30 วันต่อเนื่อง หากมีคนกดส่งของขวัญให้ก็จะมีรายได้เกิดขึ้น

​ทั้งนี้ ของขวัญที่ได้รับจากทั้ง 2 วิธี เมื่อสะสมครบตามจำนวนที่กำหนด จะสามารถกดโอนเข้าสู่บัญชีของตนเองเป็นเงินสดจริงได้ ซึ่งเงินที่ถอนจาก TikTok ทาง TikTok ไม่มีการเรียกเก็บภาษี สามารถนำไปใช้จ่ายได้เลย แต่สิ้นปีให้นำไปรวมเป็นรายได้เพื่อชำระภาษีด้วย

2.ชวนเพื่อนเล่น TikTok เป็นการสร้างรายได้ลักษณะเหมือนค่าคอมมิชชั่น ซึ่งจะได้ค่าคอมมิชชั่นก็ต่อเมื่อเพื่อนที่แนะนำเข้ามาเล่นใน TikTok ตามจำนวนวันที่กำหนดเป็นเวลามากกว่า 10 นาทีต่อวัน สูงสุดคือ 14 วัน ถ้าเล่นครบจึงจะได้รับค่าแนะนำ

และเมื่อถอน TikTok Rewards เข้าบัญชีตนเองแล้ว จะต้องนำไปรวมเป็นรายได้เพื่อชำระภาษีประจำปีด้วยเช่นกัน

3.ขายสินค้าแบรนด์ตัวเอง ถ้าหากเป็นเจ้าของแบรนด์ มีแบรนด์สินค้าเป็นของตัวเอง สามารถใช้ TikTok ในการโปรโมต ประชาสัมพันธ์สินค้าของตัวองได้

4.รับงานรีวิว เป็นวิธีที่มีผู้สนใจมากที่สุดเนื่องจากรายได้ดี โดยรีวิวสินค้าให้กับแบรนด์ต่างๆ และได้รับเงิน ค่าสปอนเซอร์จากแบรนด์นั้นๆ รายได้แล้วแต่ชื่อเสียงและการตลาดของแต่ละคน เช่น หากหน้าตาดีหรือดัง ก็จะมีสินค้าติดต่อเข้ามาให้รีวิวให้เยอะ อาจมีการตกลงกันว่า 1,000 ไลค์ ค่ารีวิว10,000 บาท เป็นต้น

5.การทำ Affiliate Marketing คือการนำลิงก์สินค้าจากแบรนด์ดังมาโปรโมตให้ แล้วได้รับค่าคอมมิชชั่นในการโปรโมต กล่าวคือเราสามารถนำลิงก์สินค้าและบริการต่างๆ จากเว็บไซต์ มาแนะนำเพื่อส่งคนไปซื้อสินค้าบนเว็บไซต์นั้นๆ และจะได้ค่าคอมมิชชั่นจากการขายสินค้าเป็นค่าตอบแทน ยิ่งส่งคนไปซื้อสินค้าได้มากเท่าไร ก็จะได้ค่าคอมมิชชั่นที่สูงขึ้น

6.TikTok Shop สามารถหารายได้ได้ทั้งผู้ขายสินค้าและครีเอเตอร์ ในส่วนของผู้ขายสินค้าสามารถนำสินค้าเข้าไปวางขายใน TikTok Shop ได้เลยส่วนครีเอเตอร์ก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยการเข้าร่วมเป็นครีเอเตอร์ของ Shop Seller จะทำรายได้ได้จากการนำสินค้าของผู้ขายใน TikTok Shop เอามาแนะนำ ถ้าแนะนำได้จะได้รับค่าแนะนำ หรือคอมมิชชั่นนั่นเอง

7.ครีเอเตอร์ มาร์เก็ตเพลส (Creator Marketplace) ผู้ที่สร้างรายได้จากวิธีนี้ ต้องมีผู้ติดตาม 10,000 คนขึ้นไป จากนั้นจะมีการเชิญจากTikTok ให้เข้าร่วม โดยวิธีการรับรายได้คือทางแบรนด์ต่างๆ สามารถค้นหาผู้ใช้ TikTok ที่เกี่ยวข้องเพื่อจ้างรีวิวสินค้า ซึ่งขึ้นกับเรื่องที่ต้องการโฟกัส สถานที่ และการเข้าถึง

 

 

รายได้วิธีใดต้องเสียภาษีเท่าไร

รายได้ที่ได้รับทุกวิธีจากแอพ TikTok จะต้องนำมายื่นภาษีแยกตามประเภทตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งสามารถแยกตามประเภทของรายได้ที่ได้รับดังนี้

1.เงินได้ประเภทที่ 2 [เงินได้ 40(2)] ได้แก่ ค่าจ้างทั่วไป ค่าคอมมิชชั่น สามารถหักแบบเหมา 50% แต่เมื่อรวมหักค่าใช้จ่ายจากเงินประเภทที่ 1 และประเภทที่ 2 แล้ว ต้องไม่เกิน 100,000 บาท

ทั้งนี้ รายได้จากแอพ TikTok ที่จัดอยู่เงินได้ประเภทที่ 2 ประกอบด้วย

– ชวนเพื่อนเล่น TikTok

– รับงานรีวิว

– การทำ Affiliate Marketing

– ครีเอเตอร์ มาร์เก็ตเพลส

2.เงินได้ประเภทที่ 8 [เงินได้ 40(8)] ได้แก่ เงินอื่นๆ ที่ไม่เข้าพวก เช่นรายได้จากการขายของออนไลน์ หักแบบเหมา 60% หรือหักตามจริง (ยกเว้นกรณีการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยทางอื่นที่ไม่ได้มุ่งหากำไร)​

ทั้งนี้ รายได้จากแอพ TikTok ที่จัดอยู่เงินได้ประเภทที่ 8 ประกอบด้วย

​- ได้ของขวัญจากการไลฟ์สด

​- ได้ของขวัญจากการทำคลิปวิดีโอ

​- ขายสินค้าแบรนด์ตัวเอง

​- TikTok Shop

บุคคลธรรมดายื่นภาษีสำหรับรายได้จาก TikTok อย่างไร

สำหรับผู้ที่มีรายได้รวมทั้งหมดทุกช่องทางเกิน 120,000 บาท มีหน้าที่ต้องยื่นภาษีประจำปี และถ้ามีเงินได้สุทธิ 150,000 บาทขึ้นไป จะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยแบบฟอร์มที่ใช้ยื่นแบ่งเป็น 2 ประเภท คือภ.ง.ด.91 ผู้มีรายได้จากเงินเดือนเพียงอย่างเดียว และ ภ.ง.ด.90 สำหรับผู้มีรายได้อื่นๆ ที่นอกเหนือจากเงินเดือน

และวิธีการยื่นภาษีนั้นให้แยกรายได้ที่ได้รับตามประเภทที่กฎหมายกำหนด จากนั้นนำรายได้หักลบด้วยค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน จึงนำมาคูณกับอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภาษีก้าวหน้า) โดยมีหน้าที่ต้องยื่นภาษีประจำปีแบบกระดาษทุกต้นเดือนมกราคมจนถึงวันที่ 31 มีนาคมของทุกปี หรือแบบออนไลน์ได้จนถึงวันที่ 8 เมษายนของทุกปี

และสำหรับรายได้ประเภทที่ 8 (40(8)) ต้องยื่นภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) ช่วงเดือนกรกฎาคม – กันยายนเป็นการยื่นภาษีกลางปีเพื่อสรุปรายได้ที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีภาษีแรกที่ผ่านมาด้วย


Cr.กรุงเทพธุรกิจ

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Back to top button
X
%d bloggers like this: