Biznews

เปิดมุมมองประชาชน คิดอย่างไรกับ ‘กัญชาเสรี’

สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 2,390 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 20-23 มิถุนายน 2565 หัวข้อ “คนไทยกับกัญชาเสรี” เพื่อสะท้อนความคิดเห็นหลังจากมีการปลดล็อกกัญชาตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา มีข่าวการใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ รวมไปถึงผลข้างเคียงจากการใช้กัญชาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงอันตราย สรุปผลได้ ดังนี้

1. หลังจากมีการปลดล็อกกัญชาตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2565 ประชาชนรู้สึกวิตกกังวลมากน้อยเพียงใด

อันดับ 1 ค่อนข้างวิตกกังวล 37.78%

อันดับ 2 วิตกกังวลมาก 32.85%

อันดับ 3 ไม่ค่อยวิตกกังวล 16.27%

อันดับ 4 ไม่วิตกกังวล 13.10%

2. ประชาชนคิดว่าการปลดล็อกกัญชา ณ วันนี้ มีผลดีหรือผลเสียมากกว่ากัน

อันดับ 1 มีผลเสียมากกว่า 52.76%

อันดับ 2 ผลดีและผลเสียพอ ๆ กัน 30.17%

อันดับ 3 มีผลดีมากกว่า 17.07%

3. “ผลดี” ของการปลดล็อกกัญชา

อันดับ 1 ใช้ประโยชน์ในการรักษาทางการแพทย์ 74.96%

อันดับ 2 สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 46.46%

อันดับ 3 ช่วยลดรายจ่ายด้านยารักษาโรคบางประเภท 45.38%

4. “ความกังวล” ที่มีต่อการปลดล็อกกัญชา

อันดับ 1 ประชาชนขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ที่เหมาะสม 84.58%

อันดับ 2 เด็กและเยาวชนเข้าถึงได้ง่าย อยากรู้อยากลอง 82.16%

อันดับ 3 การไม่มีแนวทางปฏิบัติ/กฎหมายลูกรองรับที่ชัดเจน 73.73%

5. ประชาชนคิดว่าควรดำเนินการอย่างไรกับ “กัญชาเสรี” ณ วันนี้

อันดับ 1 จำกัดการใช้โดยเฉพาะเยาวชน สถานศึกษาควรเป็นแหล่งปลอดกัญชา 88.38%

อันดับ 2 มีมาตรการเฝ้าระวัง ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง โดยเฉพาะการใช้ในอาหาร 82.26%

อันดับ 3 ควบคุมการโฆษณาเกินจริง มีเครื่องหมายหรือข้อความเตือนอย่างชัดเจน 81.67%

6. ประชาชนคิดว่าการปลดล็อกกัญชาเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ “การเมือง” หรือไม่

อันดับ 1 เกี่ยวข้องแน่นอน 60.54%

อันดับ 2 น่าจะเกี่ยวข้อง 27.99%

อันดับ 3 ไม่น่าจะเกี่ยวข้อง 9.53%

อันดับ 4 ไม่เกี่ยวข้องแน่นอน 1.94%

 

 

นางสาวพรพรรณ บัวทอง นักวิจัย สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า จากผลโพลประชาชนมีความกังวลใจต่อการปลดล็อกกัญชาและมองว่ามีผลเสียมากกว่าถึงแม้จะเป็นประโยชน์ทางการแพทย์หรือช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ในช่วงเดือนแรกของการปลดล็อกกัญชาจึงเห็น “สีสันของกัญชา” ในรูปแบบต่าง ๆ มากขึ้น แต่ผลที่ตามมากลับไม่เป็นตามคาด การตลาดเกี่ยวกับกัญชามีสะดุดเพราะความไม่พร้อมของแนวทางมาตรการรองรับ กอปรกับข่าวรายวันจึงทำให้หลายฝ่ายกังวลต่อผลเชิงลบมากกว่า ดังนั้นจึงไม่แปลกใจที่หลายฝ่ายจะมองว่าการปลดล็อกกัญชา ครั้งนี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของการหาเสียงหรือหวังผลทางการเมือง

ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ณัฐพร บู๊ฮวด อาจารย์ประจำหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2565 เป็นต้นมา ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ.2565 ได้มีผลบังคับใช้ ทำให้สารสกัดจากพืชกัญชาไม่ผิดกฎหมาย ส่งผลให้สามารถนำส่วนต่าง ๆ ของพืชกัญชามาพัฒนาและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องสำอาง สมุนไพร และการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ รวมทั้งยังมีการนำมาใช้ทางด้านสันทนาการ โดยมีกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ถือเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงอันตรายเนื่องจากไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอ ขาดคนดูแล จะเข้าสู่วงจรยาเสพติดได้ง่าย ส่งผลต่อพัฒนาการทางสมอง

“มาตรการเร่งด่วนที่ต้องทำคือ การจำกัดการเข้าถึงของเด็ก เยาวชน สถานศึกษารวมถึงพื้นที่โดยรอบ ต้องเป็นเขตปลอดกัญชา ภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องโดยตรงหรือจะทำเพื่อ CSR ต้องให้ความรู้อย่างครบถ้วนด้วยภาษาและสื่อที่เหมาะสมกับคนแต่ละกลุ่ม ต้องมีการทุ่มเทจริงจังที่จะเสริมสร้างพื้นฐานการรับรู้ด้วยสติสัมปชัญญะของผู้คนอย่างต่อเนื่อง พร้อมด้วยมาตรฐานสินค้าและบริการที่ใช้ได้จริง ไม่ยุ่งยาก ตอบสนองกับความท้าทายในการใช้กัญชาและนำไปสู่การเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ทรงคุณค่าทั้งด้านนวัตกรรมการผลิตและด้านอรรถประโยชน์ในการบริโภค” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ณัฐพร กล่าว

 

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Back to top button
X
%d bloggers like this: