Biznews

ลืมสไตล์คาวบอยในอดีตไปหรือยัง? ย้อนวันวาน อาณาจักร ’13เหรียญ’ ในความทรงจำ

หากเอ่ยชื่อ “13 เหรียญ” เชื่อเหลือเกินว่าบุคคลที่อายุอานามในวัย 40 อัพ ต้องรู้จักและเคยเข้าไปใช้บริการไม่สาขาใดก็สาขาหนึ่งอย่างแน่นอน ด้วยชื่อเสียงที่เป็นที่รู้จักทั่วประเทศนับตั้งแต่เปิดให้บริการสาขาแรกเมื่อปี 2519 นับถึงปัจจุบันก็ปาเข้าไปเกือบ 50 ปีแล้ว

13 เหรียญ ร้านสเต๊กร้านแรก ๆ ของไทยที่บูมสุด ๆ ในช่วงนั้นเปิดสาขามากกว่า 40 สาขา แต่ด้วยภาวะการแข่งขันต่างๆ นานาทำให้สถานการณ์ของ 13 เหรียญที่เคยร้อนแรงลดดีกรีลงเรื่อยมา จากกว่า 40 สาขาปัจจุบันเหลือเพียง 3 สาขาเท่านั้น คือ 13 เหรียญ สาขาบางใหญ่ ,13 เหรียญทาวเวอร์ งามวงศ์วาน และ สาขาล่าสุด 13 Coins Sukhumvit49 ( 13เหรียญ สุขุมวิท49 )

แน่นอนว่า ตลอดระยะเวลาเกือบ 5 ทวรรษที่ผ่านมาย่อมมีเรื่องราวมากมาย โดยเฉพาะเรื่องราวชีวิตการต่อสู้ของเจ้าของที่ชื่อว่า “เฮียก๊ก” สมชาย นิติวนะกุล หนุ่มใหญ่ที่ผ่านการใช้ชีวิตมาอย่างโชกโชนเสมือนหนึ่งในบทละครหากแต่เป็นชีวิตจริง

 

สมชายเกิดที่ย่านวัดแขก แถวสีลม พ่อแม่โล้สำเภามาจากเมืองจีน มีพี่น้องทั้งหมด 5 คน สมชายเป็นคนที่ 2 พ่อมีอาชีพเป็นหัวหน้ากุ๊กอยู่ที่โรงแรมเก่าแก่อย่างโอเรียนเต็ล ส่วนแม่มีอาชีพเป็นช่างเย็บเสื้อผ้า ฐานะทางบ้านอยู่ในขั้นปานกลาง

ด้วยความที่มีสายเลือดคือคุณพ่อเป็นหัวหน้ากุ๊กแถมยังเป็นคนแรกที่สามารถอ่านและเขียนภาษาอังกฤษได้ แถมทำอาหารเก่ง ตรงนี้เองเป็นส่วนสำคัญทำให้สมชายมีความสนใจเรื่องของอาหาร และเรื่องภาษาอังกฤษ เพราะซึมซับจากคุณพ่อมาแต่เด็ก ซึ่งในเวลาต่อมาทั้งการทำอาหาร และการใช้ภาษาได้กลายเป็นอาชีพและกลายเป็นนักธุรกิจระดับพันล้านในที่สุด

ชีวิตของสมชายมาพลิกผันในช่วงเข้าวัยหนุ่มแตกพาน โดยในปี 2510 สมชายกับเพื่อนอยากไปผจญภัยท่องโลกกว้างเพื่อหาประสบการณ์ชีวิตตามประสาวัยหนุ่ม โดยจุดมุ่งหมายของเขาคือประเทศสหรัฐอเมริกา เขาขวนขวายหาหนทางไปจนได้ทำงานที่ร้านสเต๊กแห่งหนึ่งชื่อว่า 13 เหรียญที่เมืองวอชิงตัน

สมชายกับเพื่อนทำงานทุกอย่างภายในร้านอย่างขยันขันแข็งและมุมานะ ตั้งแต่ล้างจาน เด็กเก็บจาน จนไต่เต้าเป็นผู้ช่วยผู้จัดการเก็บเงินเก็บทองได้มากพอสมควร จึงทยอยส่งเงินกลับบ้านพร้อมกับมองหาลู่ทางเปิดร้านของตัวเองโดยไปเช่าตึกที่ปากซอยรามคำแหง 29 และกลายเป็นที่มาของ 13 เหรียญสาขาแรกที่สรร้างทั้งชื่อเสียงและเงินทองอย่างมากมาย รวมระยะเวลาที่สมชายใช้ชีวิตในต่างแดนเกือบ 10 ปี

13 เหรียญสาขาแรก ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากเพราะในยุคสมัยนั้นร้านสเต๊กถือเป็นสิ่งใหม่สำหรับคนไทย สมชายเดินเครื่องต่อทันทีด้วยการเปิดสาขาที่ 2, 3 และสาขาต่อไปตามมา กระทั่งมีทั้งหมด 40 สาขาทั่วประเทศ ทั้งในรูปแบบสแตนด์อะโลนและเข้าห้างสรรพสินค้าจนเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว

 

หากถามว่าเสน่ห์ของ 13 เหรียญคืออะไร คงต้องบอกว่า นอกจากรสชาติของอาหารที่ถูกปากแล้ว บรรยากาศการตกแต่งในร้านในสไตล์คาวบอยที่เจ้าของร้านนำต้นแบบมาจากแหล่งดั้งเดิมอย่างอเมริกาที่สมชายไปขุดทองมาร่วม 10 ปี ด้วยผ้าคลุมโต๊ะและเก้าอี้ในลายหมากรุกสีแดงให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลาย นอกจากนั้น 13 เหรียญบางสาขายังเปิดให้บริการรีสอร์ทไว้ชั้นบนอีกด้วย

และวันนี้ ต้นไม้ใหญ่ที่เคยให้ความร่มรื่นเรื่อยมา ได้จากไปแล้วอย่างสงบ  แต่ทุกวันนี้ 13 เหรียญ ยังคงผงาดในยุทธจักรธุรกิจร้านอาหาร โดยผ่องถ่ายให้กับลูกๆ มาช่วยงาน

แน่นอนวันนั้นกับวันนี้สถานการณ์ต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง การเติบโตของโลกยุคใหม่ทำให้ทุกสิ่งสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้เปลี่ยนไป รวมทั้ง ร้านอาหารเก่าแก่อย่าง 13 เหรียญด้วย  ชนิดพลิกโฉมแบรนด์แบบ 360 องศาก็ว่าได้

 

ข้อมูลจากจาก Marketingoops!  ได้คุยกับ ‘กิฟท์’ พรวฤณ นิติวนะกุล ทายาทรุ่นที่ 2 ของ ’13 เหรียญ’ ที่เข้ามาดูแลกิจการต่อหลังจากที่คุณพ่อได้เสียไป  เล่าถึงสภาพธุรกิจก่อนหน้านี้ว่า ในช่วงที่คุณพ่อดูแลกิจการอยู่ก็ยอมรับว่าเพราะจับหลายธุรกิจโดยเฉพาะการผันไปเปิดห้องพักทำให้กิจการได้รับผลกระทบมาก ยิ่งพอช่วงโควิดที่นักท่องเที่ยวหาย คนไทยเองก็ไม่มาพัก หรือตอนแรกเราเคยได้รายได้จากพวกกองถ่ายละครหรือกองถ่ายหนัง แต่พอเกิดล็อกดาวน์ที่ออกกองไม่ได้ ทำให้รายได้ส่วนนี้หายไปอีก เลยทำให้ตัดสินใจโฟกัสเฉพาะธุรกิจร้านอาหารอย่างเดียว และจากที่เคยมีกว่า 30 สาขา ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นร้านบนที่ดินของเราเองด้วย ปัจจุบันก็ลดลงเหลือเพียงแค่ 3 สาขา คือ บางใหญ่ , สาขางามวงศ์วาน และ สาขาล่าสุดคือ สาขาสุขุมวิท 49

กิฟท์ เล่าต่อว่า พอไปเริ่มทำอสังหา ทำตึกทำโรงแรม ทำค่อนข้างเยอะเลย และบางทำเลเราก็มีพลาดเหมือนกัน ทำให้เกิดหนี้ธนาคาร 500 ล้านบาท ที่เกิดจากบางแห่งก็ผ่อนไม่ไหว ทำให้แบรนด์เราติดขัด คือถ้าเราทำแค่ร้านๆ เดียวก็คงไม่เท่าไหร่ แต่พอต้องมาสร้างตึกๆ หนึ่งด้วย มันก็ต้องกู้แบงก์ บวกกับค่าที่ดินทำให้เรามีปัญหา ทำให้ตอนนั้นค่อนข้างติดขัดในการรันธุรกิจ แต่ตอนนี้หนี้ 500 ล้านบาทเคลียร์เรียบร้อยแล้ว

 

เมื่อเริ่มต้ังหลักได้  จากที่ ’13 เหรียญ’ กว่า  30 กว่าสาขา ปัจจุบันเหลือเพียง 3 สาขา โดยเฉพาะสาขาล่าสุดคือ สุขุมวิท 49  เป็นสาขาไวรัลที่มีคนแชร์กันเยอะมากเนื่องจากทำการปรับปรุงแบรนด์ใหม่

13 เหรียญ สาขาสุขุมวิท 49 ตั้งอยู่ที่ โครงการ The Racquet Club ซึ่งเป็นสาขาที่ทายาทรุ่น 2 ต้องการทดลองสิ่งใหม่ๆ ซึ่งสาขายี้เป็นสาขาเช่า เพื่อลดต้นทุนเพราะก่อนหน้านี้ 13 เหรียญ เกือบทุกสาขาตั้งอยู่บนที่ดินของเราเอง

นอกจากนี้ สาขานี้ยังทำการปรับปรุงร้านใหม่ให้ดูสว่างสดใสมากขึ้น ออกแบบตกแต่งร้านให้เหมาะกับการมาทานเป็นกลุ่มกับเพื่อนฝูงหรือครอบครัว โดยเลือกใช้โทนสีเขียวเพื่อให้ดูสบายตา เรียบง่าย สัมผัสได้มากขึ้นซึ่งกิฟท์ ยอมรับว่า เป็นร้านที่ใส่ความเป็นตัวเองลงไป เพราะรสนิยมอาจจะไม่เหมือนคุณพ่อที่ชอบแนวคาวบอยหรือลายสก๊อต

ส่วนเรื่องเมนูอาหาร ก็มีการปรับลดและปรับเพิ่ม เพราะห้องครัวที่สาขาที่ค่อนข้างเล็ก จะให้ทำเมนูเยอะๆ แบบเดิมอาจจะไม่ได้ แต่ไม่ต้องห่วงสำหรับลูกค้าเก่าๆ ที่รักและชื่นชอบในเมนูซิกเนอเจอร์ยังมีให้แน่นอน แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีเมนูใหม่ๆ ให้ได้ทดลองอีกด้วย เช่น ข้าวกระเพราไก่อลาสก้า รวมทั้งจะจัดทำเมนูสำหรับทานเดี่ยวเพิ่มขึ้นด้วยตอบรับเทรนด์ของคนทานอาหารคนเดียว ดังนั้น ก็คิดว่าทั้งลูกค้าเก่าที่ยังรักแลคิดถึงร้านนี้อยู่หรือลูกค้าใหม่ที่ไม่เคยลอง สาขานี้ก็น่าจะตอบโจทย์ได้หมด

สำหรับอีก 2 สาขา ได้แก่ บางใหญ่ และ งามวงศ์วาน เนื่องจากเป็นร้านบนที่ดินของเราเอง ทำให้ไม่มีต้นทุนเป็นภาระ ดังนั้น เรื่องของเมนูและราคาอาหาร จะเป็นราคาเดิมเช่นเดียวกับเมื่อ 40 ปีก่อน แต่อาจปรับลดบางเมนูลงเช่นกัน เพราะมีบางรายการที่นานๆ ทีลูกค้าจะมาสั่ง และกลายเป็นต้นทุนที่เราต้องแบกรับก็เลยจะตัดทิ้งออกไป

ส่วนจะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบร้าน ให้เหมือนกับสาขาที่สุขุมวิท 49 หรือไม่ กิฟท์ บอกว่า คงต้องรอดูฟีดแบคจากสาขาสุขุมวิท 49 ก่อน  หากผลตอบรับดีก็อาจจะมีการปรับเปลี่ยนตามไปด้วย แต่เราคงจะทำทุกอย่างเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม  ในฐานะทายาทรุ่น 2 หลังจากรับช่วงกิจการ  กิฟท์บอกว่า สิ่งแรกที่จะต้องเร่งทำคือเรื่องระบบของการจัดสต๊อก ที่ผ่านมา “13 เหรียญ” ไม่เคยทำระบบของการตัดสต๊อกเลย ดังนั้น สาขาสุขุมวิท 49 จะเป็นร้านที่เราใช้เทคโนโลยีของ POS เข้ามาช่วยด้วย และเมนูก็จะปรับน้อยลงเหลือประมาณ 40 เมนู

 

อีกเรื่องที่จะทำก็คือ การทำ Marketing ที่ผ่านมา 40 กว่าปี เราไม่เคยทำเลย คุณพ่อคุณแม่ก็ทำกิจการค้าขายแบบตรงๆ เดิมๆ ดังนั้น หลังจากที่ตนได้มาดูแลเองเต็มตัวก็คงต้องปรับวิธีในการบริหารงานใหม่ๆ เข้ามาใช้

ร้านอาหาร 13 เหรียญมีชื่อเสียงโด่งดังคู่สังคมไทยมากว่า45ปี  สาขาสุขุมวิท49 ซึ่งเป็นสาขาใหม่ล่าสุดนี้ ได้มีการปรับโฉมใหม่ให้กลายเป็นคาเฟ่สุดชิคดูสวยงามมากสอดคล้องกับยุคสมัย ขณะก้าวเดินเข้าไปทำเอาตื่นตาตื่นใจลืมภาพการตกแต่งที่เคยเป็นสไตล์คาวบอยในอดีตไปเลย!

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Back to top button
X
%d bloggers like this: