Biznews

‘มาม่า’ เปิดตัว สูตรลด’โซเดียม’ ขาย 8 บ.พร้อมโชว์โมเดลร้านอาหาร แก้เกมต้นทุนพุ่ง

ครบรอบ 50 ปี “มาม่า” ตอกย้ำความเป็นแบรนด์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคคนไทย เดินหน้าพัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เน้นการให้คุณค่าและรสชาติอร่อย ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย ล่าสุดออกผลิตภัณฑ์ใหม่ “มาม่า สูตร Less Sodium” เจาะกลุ่มผู้บริโภคที่นิยมสินค้าเพื่อสุขภาพ ตามเทรนด์การใช้ชีวิตที่ต้องการความง่ายและสะดวก พร้อมเปิดตัวการ์ด NFT คอลเลคชันครบรอบ 50 ปี เสิร์ฟกลุ่มผู้บริโภคที่สนใจในสินทรัพย์ดิจิทัล

นายเวทิต โชควัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “มาม่า” เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 50 ปี ที่ผ่านมา “มาม่า” นับเป็นแบรนด์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมา “มาม่า” มีพัฒนาการที่ไม่หยุดนิ่งของผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นในด้านของคุณภาพและคุณค่าทางโภชนาการ รสชาติที่ถูกปากผู้บริโภคทุกกลุ่ม และบรรจุภัณฑ์ที่ดูแลสิ่งแวดล้อมพร้อมสอดรับกับสไตล์และเทรนด์ของผู้บริโภคที่ต้องการความง่ายและสะดวก

ล่าสุด “มาม่า” ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ “มาม่า สูตร Less Sodium” มาใน 4 รสชาติ ได้แก่ รสต้มยำกุ้ง รสหมูสับ รสต้มยำกุ้งน้ำข้น รสเส้นหมี่น้ำใส ในราคา  8 บาท โดยมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคอย่างเช่นที่ผ่านมา

“เราไม่เคยหยุดนิ่งในการเดินหน้าพัฒนา “มาม่า” ให้มีคุณค่าและรสชาติที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่มตามความต้องการที่หลากหลาย โดยเริ่มต้นจากการทำตลาดรสชาติแรก ได้แก่ ซุปไก่ หมูสับ และอีกหลายรสชาติ จนมาถึง ต้มยำกุ้ง ซึ่งเป็นรสชาติที่ถูกปากผู้บริโภคชาวไทย นอกจากนี้ยังมี มาม่าเจ โจ๊ก และข้าวต้ม รวมทั้งมาม่า OK นับว่าสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ทุกกลุ่ม ซึ่งหลังจากนี้ “มาม่า” จะยังคงอยู่เคียงข้างผู้บริโภคชาวไทยด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ รองรับผู้บริโภคในกลุ่มที่ดูแลสุขภาพในราคาที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงได้มากที่สุด” นายเวทิต กล่าว

ปัจจุบันภาพรวมตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมูลค่า 20,000 ล้านบาท ในครึ่งปีแรกของปีเติบโต 7% ประเมินว่าครึ่งปีหลังตลาดจะเติบโต 3.5% โดยมาม่าครองส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 มีอัตราการเติบโต 7% ขณะที่ตลาดสินค้าพรีเมี่ยมโตกว่า 15% และทุก ๆ แบรนด์ต่างเจออุปสรรคเรื่องต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นรอบด้าน

 

นอกจากนี้ เพื่อให้รับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่สนใจในสินทรัพย์ดิจิทัล โดยบริษัท ฯ ได้ร่วมกับ บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด หรือ Bitkub เปิดตัวการ์ด NFT คอลเลคชันครบรอบ 50 ปี ในงานสหกรุ๊ปแฟร์ครั้งที่ 26 ระหว่างวันที่ 30 มิ.ย. – 3 ก.ค. 2565 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา  ซึ่งการ์ด NFT นี้ จะใช้สำหรับการสะสมสินค้าในคอลเลคชันครบรอบ 50 ปี โดยบริษัท ฯ ได้นำร่องการ์ดเซ็ทแรกออกสู่ตลาด 3 แบบ ได้แก่ การ์ดรสข้าวซอยไก่ การ์ดรสบะหมี่หยกแห้งเป็ดย่าง และการ์ดรสเส้นโฮลสวีตหมูพริกไทยดำ ซึ่งผู้ที่จะเข้าร่วมเพียงมีบัญชี Bitkub Next สามารถร่วมกิจกรรมได้ ณ บูธมาม่า ในงานสหกรุ๊ปแฟร์ และผู้ที่ครอบครองการ์ด NFT ชุดแรก จะได้รับสิทธิพิเศษจาก “มาม่า” อีกมากมายในอนาคต 

อย่างไรก็ตาม  ระหว่างรอปรับราคาขายใหม่ “มาม่า” พัฒนาโมเดล MAMA Shop มาโชว์ในงาน สหกรุ๊ปแฟร์ โดยเปิดตัว 3 เมนู ขายคู่น้ำแร่ ชามละ 100-120 บาท

ทั้งนี้  MAMA Shop เป็นรูปแบบร้านอาหารมีที่นั่งรับประทาน 20-30 ที่นั่ง เตรียมเปิดสาขาในทำเลปั๊มน้ำมัน บนเส้นทางถนนหลวง สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เช่น สวนสยาม ดรีมเวิลด์ อุทยานต่างๆ เน้นกลุ่มคนเดินทาง นักท่องเที่ยว

โมเดล MAMA Shop นอกจากเป็นการขยายธุรกิจใหม่ “ร้านอาหาร” ร่วมกับพันธมิตรท้องถิ่น ยังเป็นการสร้าง Brand Awareness “มาม่า” ให้ผู้บริโภคคนรุ่นใหม่รู้จักมากขึ้น สร้างการรับรู้ว่า “มาม่า” ไม่ใช่แค่สินค้าซอง แต่สร้างสรรค์เป็นเมนูได้หลากหลาย และสร้างมูลค่าเพิ่มได้

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Back to top button
X
%d bloggers like this: