IT & Digital

ไทยพบการโจมตีออนไลน์ลดลง สวนทางภัยคุกคามออฟไลน์เพิ่มขึ้น!

แคสเปอร์สกี้ (Kaspersky) เปิดรายงานความปลอดภัยทางไซเบอร์รายปี 2023ของประเทศไทย
รายงานฉบับใหม่ล่าสุดนี้แสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ของแคสเปอร์สกี้ในประเทศได้ตรวจพบและบล็อกภัยคุกคามทางเว็บที่มีเป้าหมายโจมตีผู้ใช้ในประเทศไทยจำนวนเกือบ 13 ล้านรายการในปี 2023
ผลิตภัณฑ์ของแคสเปอร์สกี้ตรวจพบความพยายามในการคุกคามเว็บจำนวน12,923,280 รายการบนคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ในประเทศไทยที่เข้าร่วมKaspersky Security Network (KSN) ซึ่งมีสัดส่วนน้อยกว่าปีที่แล้ว 25.28%
(17,295,702 รายการ)

การโจมตีผ่านเว็บเบราว์เซอร์เป็นวิธีการหลักในการแพร่กระจายโปรแกรมที่เป็นอันตราย การใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ในเบราว์เซอร์และปลั๊กอิน(ไดรฟ์บายดาวน์โหลด) รวมถึงวิศวกรรมสังคมเป็นวิธีที่อาชญากรไซเบอร์ใช้ในการเจาะระบบโดยทั่วไปมากที่สุด

แม้ KSN จะแสดงตัวเลขการตรวจจับภัยคุกคามบนเว็บในประเทศไทยลดลงแต่ข้อมูลการตรวจจับภัยคุกคามออฟไลน์นั้นกลับเพิ่มสูงขึ้นเล็กน้อย

แคสเปอร์สกี้ตรวจพบเหตุการณ์โจมตีแบบออฟไลน์จำนวน 22,268,850 รายการซึ่งเป็นจำนวนมากกว่าปีที่แล้ว 4.36% (22,268,850 รายการ)โดยส่วนใหญ่แล้ว เวิร์มและไฟล์ไวรัสเป็นสาเหตุของการติดเชื้อในเครื่อง
ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นถึงความถี่ที่ผู้ใช้ถูกโจมตีโดยมัลแวร์ที่แพร่กระจายผ่านไดรฟ์USB แบบถอดได้ ซีดี ดีวีดี และวิธีการออฟไลน์อื่นๆ

ประเทศไทยก็เหมือนกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังเผชิญกับอาชญากรรมทางการเงินที่เพิ่มขึ้นดังนั้นผู้คนในประเทศจึงตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวมากขึ้น

 

โดยเฉพาะอย่างยิ่งภัยที่เกิดจากแอปดูดเงินจากโทรศัพท์นายเซียง เทียง โยว ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า “การตรวจจับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่น้อยลงหรือมากขึ้นไม่ได้บ่งชี้ว่าเราปลอดภัยขึ้นหรือเราควรลดการป้องกันลงเสมอไป อันที่จริงตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2565 ถึงวันที่ 20 ธันวาคม 2566

สำนักงานตำรวจแห่งชาติรายงานว่ามีการยื่นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์บนเว็บไซต์ของสำนักงานฯ ซึ่งระบุความเสียหายประมาณกว่า 5 หมื่นล้านบาทซึ่งหมายความว่าต้นทุนของการโจมตีที่ประสบความสำเร็จเพียงครั้งเดียวสามารถสร้างความเสียหายให้กับทั้งบุคคลและองค์กรได้”

รายงานส่วนใหญ่ในประเทศไทยนั้นเกี่ยวข้องกับการติดตั้งไดรเวอร์ระบบการกระทำต่อระบบคอมพิวเตอร์หรือข้อมูลการหลอกล่อให้เหยื่อลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ภัยคุกคามทางโทรศัพท์และการซื้อขายสินค้าหรือบริการโดยวิธีฉ้อโกง

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย (MDES) ระบุว่าระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม ถึง 10 ธันวาคม 2566มียอดการบล็อกเว็บผิดกฎหมายรวมถึงเว็บการพนันจำนวน 25,601 เพจซึ่งจำนวนนี้สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 897.31%

นายโยวกล่าวเสริมว่า “เมื่อกล่าวถึงเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์การศึกษาและการให้ความรู้เป็นรูปแบบการป้องกันที่ทรงพลังที่สุดยิ่งเราให้ความรู้และเตรียมตัวมากเท่าไร

เราก็จะมีโอกาสลดความเสี่ยงของข้อมูลส่วนบุคคลและเงินของเราได้มากขึ้นเท่านั้น แคสเปอร์สกี้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า รัฐบาลและหน่วยงานต่างๆของไทยกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อให้ความรู้แก่สาธารณชนและปกป้องประชาชนจากภัยคุกคามทางไซเบอร์

ในส่วนของแคสเปอร์สกี้เรามุ่งมั่นที่จะปกป้องการใช้งานออนไลน์ในแต่ละวันของผู้ใช้และเราสนับสนุนให้ติดตั้งโซลูชั่นความปลอดภัยบนอุปกรณ์ของตน”

เคล็ดลับที่เหมาะสมที่คุณสามารถปฏิบัติตามเพื่อความปลอดภัยเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกหลอกลวงทางออนไลน์ มีดังนี้

1. ระวังการขอรายละเอียดหรือขอเงิน
หลีกเลี่ยงการส่งเงินหรือให้รายละเอียดบัตรเครดิต รายละเอียดบัญชีออนไลน์หรือสำเนาเอกสารส่วนตัวแก่คนที่คุณไม่รู้จักหรือไว้วางใจ

ใช้วิธีการชำระเงินที่ปลอดภัยที่คุณคุ้นเคยเท่านั้น
อย่าตกลงที่จะโอนเงินหรือสินค้าให้คนอื่นเพราะการฟอกเงินเป็นความผิดทางอาญา


รูปแบบของการหลอกลวงทางออนไลน์จำนวนมากคือฟิชชิง
2.หลีกเลี่ยงการคลิกลิงก์ หรือเปิดไฟล์แนบในอีเมล หรือข้อความที่น่าสงสัย
และอย่าตอบกลับข้อความที่ไม่พึงประสงค์และการโทรเพื่อขอรายละเอียดส่วนตัวหรือการเงิน

3. อย่าตอบรับโทรศัพท์ที่ขอการเข้าถึงระยะไกลไปยังคอมพิวเตอร์ของคุณ
หากมีคนอ้างว่ามาจากบริษัทโทรคมนาคมหรือบริษัทเทคโนโลยีที่มีชื่อเสียงและต้องการเข้าถึงคอมพิวเตอร์ของคุณเพื่อแก้ไขปัญหาหรือติดตั้งการอัปเกรดฟรีให้วางสายทันที

แรงจูงใจที่แท้จริงคือการควบคุมคอมพิวเตอร์ของคุณเพื่อติดตั้งมัลแวร์เพื่อให้การเข้าถึงรหัสผ่านและรายละเอียดส่วนตัวของคุณ

4. รักษาอุปกรณ์พกพาและคอมพิวเตอร์ของคุณให้ปลอดภัย
ใช้รหัสผ่านเพื่อป้องกันอุปกรณ์และหลีกเลี่ยงการให้สิทธิ์การเข้าถึงแก่ผู้อื่น(รวมถึงจากระยะไกล) ปกป้องเครือข่าย Wi-Fi ด้วยรหัสผ่านและหลีกเลี่ยงการใช้คอมพิวเตอร์สาธารณะหรือ Wi-Fi hotspotเพื่อเข้าถึงธนาคารออนไลน์หรือให้ข้อมูลส่วนบุคคล

5. ใช้รหัสผ่านที่รัดกุม
รหัสผ่านที่รัดกุมนั้นทำให้คาดเดาได้ยากและควรประกอบด้วยตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่และตัวพิมพ์เล็ก อักขระพิเศษและตัวเลขผสมกัน ผู้ใช้มักจะปล่อยรหัสผ่านไว้โดยไม่เปลี่ยนเป็นเวลาหลายปีซึ่งทำให้ความปลอดภัยลดลง แอป password manager เป็นเครื่องมือจัดการรหัสผ่านที่ยอดเยี่ยมในการดูแลรหัสผ่านของคุณ

6. ตรวจสอบการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยบนโซเชียลมีเดีย
หากคุณใช้เว็บไซต์เครือข่ายสังคม ควรระวังว่ากำลังเชื่อมต่อกับใครและเรียนรู้วิธีใช้การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยเพื่อให้แน่ใจว่าปลอดภัย หากสังเกตเห็นพฤติกรรมที่น่าสงสัย เคยคลิกสแปมหรือถูกหลอกลวงทางออนไลน์ ให้ดำเนินการเพื่อรักษาบัญชีให้ปลอดภัยและอย่าลืมรายงานแก่ผู้ให้บริการโซเชียลมีเดีย

7. หลีกเลี่ยงการสตรีมจากเว็บไซต์ที่ไม่รู้จัก
การสตรีมเนื้อหาจากเว็บไซต์ที่ไม่คุ้นเคยและอาจไม่น่าเชื่อถืออาจมีความเสี่ยงสูงต่อมัลแวร์อาชญากรที่อยู่เบื้องหลังการละเมิดลิขสิทธิ์ดิจิทัลมักทำเนื้อหาฟรีที่ผิดกฎหมายเพื่อเป็นเหยื่อล่อผู้เยี่ยมชมจำนวนมากสตรีมเนื้อหาจากเว็บไซต์ที่คุณรู้จักและเชื่อถือได้เท่านั้น

8. ปฏิเสธแรงกดดันที่ต้องการให้คุณดำเนินการต่างๆ ทันที
บริษัทธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมายจะให้เวลาคุณในการตัดสินใจเรื่องต่างๆหากใครก็ตามกดดันให้คุณจ่ายเงินหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณนั้นให้สงสัยว่าอาจเป็นผู้ที่กำลังล่อลวง

9. ถ้ามันดูดีเกินกว่าจะเป็นจริง ก็น่าจะไม่ใช่เรื่องจริง
หากเว็บไซต์หรือใครก็ตามที่คุณกำลังติดต่อด้วยทางออนไลน์เสนอส่วนลดจำนวนมาก หรือรางวัลก้อนโตที่ดูเหมือนไม่จริงหรือไม่น่าเชื่อ ให้ใช้ความระมัดระวังอย่างที่สุภาษิตโบราณว่าไว้ ถ้าบางสิ่งดูดีเกินกว่าจะเป็นจริง ก็น่าจะไม่ใช่เรื่องจริง

Related Articles

Back to top button
X