Biznews

ได้เวลาศูนย์การค้ายกเครื่องรับไทยแลนด์ 4.0 ปลุกพลังขาช้อป

ในยุคออนไลน์ครองเมืองเฉกเช่นทุกวันนี้ที่ไม่ว่าจะเป็นคนเจนไหนๆ มักใช้ชีวิตผูกติดกับโทรศัพท์มือถือแทบจะตลอดเวลา การเปลี่ยนแปลงโลกครั้งนี้ส่งผลกระทบไปยังธุรกิจทุกภาคส่วนที่ต้องปรับตัวตาม โดยยึดผู้บริโภคหรือ Customer Centric เป็นสำคัญ โดยเฉพาะธุรกิจศูนย์การค้าที่ต้องปรับตัวอย่างเร่งด่วน

ก่อนหน้านี้ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลได้ปรับตัวโดยใช้กลยุทธ์เจเนอเรชั่น มาร์เก็ตติ้ง (Generation Marketing) เจาะกลุ่มคนที่หลากหลายทุกเพศทุกวัย สอดคล้องกับความหลากหลายของสินค้าและบริการและศูนย์การค้าต้องเป็นศูนย์รวมของทุกอย่าง (Destination For All) และต้องให้ความสำคัญกับระบบข้อมูลลูกค้า (Big Data) รวมทั้งผนึกกำลังกลุ่มธุรกิจในเครือ ร้านคู่ค้า ทั้งห้าง ทั้งศูนย์ฯ 66สาขาทั่วประเทศ กว่า 10,000 แบรนด์ ตอกย้ำการซิงเนอยี่ ทุบราคาสูงสุดลง 80% ลดราคาทั้งสินค้าแฟชั่น-ไลฟ์สไตล์ ร้านอาหาร เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์กีฬา เครื่องเขียน และสำนักงาน ฯลฯ ตอกย้ำการเป็นศูนย์กลางแห่งการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ และเป็น เดสติเนชั่น ฟอร์ ออล (Destination for All)

ล่าสุด เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ขอสร้างปรากฎการณ์การช้อปปิ้งรูปแบบใหม่ ด้วยการใช้กลยุทธ์การตลาดแบบทุกมิติ พร้อมรังสรรค์อีเว้นท์ระดับโลก อัดแคมเปญโปรโมชั่นเต็มรูปแบบ เพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์การค้าระดับภูมิภาค

นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด บอกว่า ธุรกิจค้าปลีกมีอัตราเติบโตของมูลค่าธุรกิจครึ่งปีหลังอยู่ที่ประมาณ 4 – 5% ส่งผลต่อการฟื้นตัวของธุรกิจค้าปลีก ทำให้เกิดความคึกคักในการจับจ่ายใช้สอยและธุรกิจการท่องเที่ยวให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกันค้าปลีกออนไลน์หรือ E-Commerce เป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันเราอยู่ในยุค Sharing Economy ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการสื่อสารผ่านทางโซเชี่ยลมากขึ้น ซึ่งเรียกคนกลุ่มนี้ว่า “Socialnomics” และเมื่อระบบดิจิทัลเข้ามามีบทบาทจนทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง

ทางเดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ก็ต้องปรับกลยุทธ์การตลาดตามไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในครึ่งปีหลังนี้ ได้ปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคดิจิทัล และตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยใช้กลยุทธ์ Customer – Centric Segmentation และ One-to-One Personalization การทำกิจกรรมและโปรโมชั่นให้สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าแต่ละไลฟ์สไตล์ลูกค้าในแต่ละ Segment นอกจากนี้ยังได้มีการกำหนดทิศทางกลยุทธ์ทางการตลาด เพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายดังนี้

1.Online Digital การเข้าสู่ยุคการตลาด 4.0 ที่ต้องใช้ดิจิทัลเป็นตัวขับเคลื่อนในการสร้างประสบการณ์ใหม่ในการช้อปปิ้ง ผ่านมุม (3D) Data , Digital และ Delight Data ศึกษาพฤติกรรมฐานข้อมูลลูกค้าเพื่อให้เข้าใจความต้องการในปัจจุบันและอนาคต เข้าใจประสบการณ์การใช้ชีวิต เข้าถึงสื่อการสื่อสารทางการตลาดที่แตกต่างกันในแต่ละ Generation โดยเฉพาะ เจเนอเรชั่น ซี หรือ Gen-Z ที่เติบโตมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวก ชอบการใช้เทคโนโลยีต่างๆและอัพเดทข้อมูลข่าวสาร ผ่านโลกไซเบอร์ และพร้อมที่จะแชร์ต่อทุกเมื่อ เปิดรับข่าวสารแบบ Digital Media เป็นหลัก GEN Z มีความพร้อมที่จะเปลี่ยนความจงรักภักดีจากแบรนด์หนึ่งไปยังอีกแบรนด์หนึ่งหากคุณภาพของแบรนด์ไม่ได้มาตราฐาน

2.Innovative CRM (MCard + Citi M) ปัจจุบัน เดอะมอลล์ มีลูกค้าที่เป็นสมาชิก บัตร MCard กว่า 3.5 ล้านคน ซึ่งเป็นบัตรสมาชิกที่ครอบคลุมของทุกห้าง (เดอะมอลล์, เอ็มโพเรี่ยม, เอ็มควอเทียร์, พารากอน และบลูพอร์ต หัวหิน)และศูนย์ฯ และในอนาคตหวังที่จะขยายกลุ่มลูกค้าต่อไปอีก โดย MCard ได้นำเรื่องเทคโนโลยีมาใช้และพัฒนาระบบต่างๆ โดยเฉพาะการทำการค้าปลีกในยุค 4.0 คือ Beyond Shopping Experience เป็น The Really Inner Experience โดยมีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ลูกค้าแต่ละคนก็จะมีความต้องการที่แตกต่างไม่เหมือนกัน เราก็จะต้องศึกษาจากความเปลี่ยนแปลงต่างๆ และนำข้อมูลมาวิเคราะห์ในเรื่องของ Data Mining เพื่อรู้ว่าต้องสื่อสารกับลูกค้าแต่ละกลุ่มเพื่อให้เข้าถึงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.การทำ Collaboration ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ได้มีการผนึกกำลังกับพันธมิตรทางธุรกิจในการทำแคมเปญและจัดกิจกรรมทางการตลาดมาอย่างต่อเนื่องตลอด 36 ปี อาทิ พันธมิตรกลุ่มบัตรเครดิต, กลุ่มประกันชีวิต, กลุ่มเครือข่ายมือถือ, กลุ่มสายการบิน, กลุ่มยานยนต์, และอื่นๆ ซึ่งต่างก็มีกลุ่มลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์คล้ายคลึงกับเดอะมอลล์ ซึ่งถือเป็นการผนึกกำลังให้เกิด Synergy ทางธุรกิจ และทำให้บรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

4.Dining and Lifestyle Lead Marketing จากการวิจัยพฤติกรรมของผู้บริโภคพบว่า ลูกค้าส่วนใหญ่จะมาห้างและศูนย์ฯเพื่อรับประทานอาหารร่วมกันกับครอบครัว และเพื่อนฝูง ลำดับที่สอง คือ การตามอัพเดทเทรนด์ใหม่ๆ ดูงานอีเว้นท์ต่างๆ เพื่ออัพเดทตัวเองให้ทันข้อมูลตลอดเวลา เป็นต้น ในฐานะที่เดอะมอลล์ เป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์, กิจกรรม และเทรนด์ใหม่ๆ จึงได้เชิญ หม่อมหลวงภาสันต์ สวัสดิวัตน์ กูรูผู้เชี่ยวชาญด้าน dining และ โมเม-นภัสสร บุรณะศิริ กูรูผู้เชี่ยวชาญด้าน แฟชั่นบิวตี้ และไลฟ์สไตล์ ซึ่งทั้งสองท่านต่างมียอด Followers และแฟนคลับเป็นจำนวนมาก โดยนำเสนอผ่านโลกออนไลน์ อาทิ LIVE , สร้างคอนเทนท์แปลกใหม่ ให้ข้อมูลลูกค้าเกี่ยวกับ เทรนด์, แบรนด์ หรือร้านค้า ตลอดปี เพื่อที่ผู้บริโภคให้เข้ามามีส่วนร่วมแบบอินเตอร์แอคทีฟ ซึ่งจะช่วยสร้างประสบการณ์กับกลุ่มลูกค้าและช่วยส่งเสริมกิจกรรมการขายอีกทางหนึ่งด้วย

5.International Events ผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตรมากมาย นำเสนออีเว้นท์ระดับโลก เช่น โชว์เต็มรูปแบบ GOT7 THAILAND TOUR “NESTIVAL” ครั้งแรกในภูมิภาคอีสาน ที่เดอะมอลล์โคราช, งาน AVATAR : Discover Pandora – Bangkok งาน World Exhibition Tour ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับ Interactive Exhibition ที่ผสมผสานศิลปะความบันเทิงและเทคโนโลยีจากภาพยนตร์ AVATAR , งาน The Mall Japan Discovery ซึ่งถือเป็นงาน Signature ของเดอะมอลล์

นอกจากนี้ ยังทุ่มงบกว่า 50 ล้านบาทจัดงาน “THE MALL SHOPPING CENTER ANNIVERSARY HAPPY SURPRISE” กิจกรรมและโปรโมชั่น ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน – 2 กรกฎาคม 2560 เอาใจขาช้อป

จากการจัดกิจกรรมต่างๆ นานา เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ หวัง Traffic เพิ่มขึ้น 15 – 20 % คาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายในร้านค้ากว่า 1,200 ร้านค้า และบริการภายในศูนย์การค้า โดยมุ่งเน้นการจัดกิจกรรมที่หลากหลายและโปรโมชั่นสุดพิเศษ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ Destination อย่างแท้จริง

นั่นเป็นเพราะเวทีการแข่งขันของศูนย์การค้าไม่ได้แข่งแค่ธุรกิจค้าปลีกที่มีหน้าร้านด้วยกันแล้วเท่าน้ัน แต่มีคู่แข่งใหม่มาแรงอย่างออนไลน์ที่จะเข้ามาแย่งชิงผู้บริโภคได้ทุกที่ทุกเวลานั่นเอง

Related Articles

Back to top button
X
%d bloggers like this: