ใครคือ Brand Trust ในธุรกิจอสังหาฯ ????
จะมีสักกี่ครั้งในชีวิตคนเราที่จะมีโอกาสซื้อบ้านได้บ่อยๆ เพราะสำหรับบางคนสนนราคาเท่ากับเก็บเงินมาทั้งชีวิตก็ว่าได้ ดังน้ัน เมื่อจะตัดสินใจซื้อปัจจัยสี่ที่สำคัญอย่างบ้านจึงต้องผ่านกระบวนการคิดไตร่ตรองมาแล้วเป็นอย่างดีก่อนที่จะควักกระเป๋าจ่ายไปแลกกับที่ซุกหัวนอนไปยาวนาน
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวจึงได้คิดค้นและพัฒนาเครื่องมือวัดความไว้วางใจแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ CU-BTI (Chulalongkorn University: Brand Trust Index) ว่าแบรนด์ใดได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมากที่สุด ผ่านกระบวนการวิจัยอย่างเป็นระบบตามหลักวิชาการ ด้วยการนำดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence Index) เครื่องมือวัดความไว้วางใจ (Trust Barometer) และส่วนประสมการตลาดบริการ (Service Marketing Mix) มาผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเครื่องมือสถิติชั้นสูงเพื่อกลั่นกรองให้เกิดเครื่องมือดัชนีความไว้วางใจแบรนด์ในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ที่มีความเชื่อถือได้ และถูกต้องอย่างเป็นวิชาการ
ศ. ดร.กุณฑลี รื่นรมย์ และ ดร.เอกก์ ภทรธนกุล คณะผู้วิจัยจากภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยว่า อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ในไทยมีขนาดใหญ่กว่า 800,000 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา จึงถือเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศที่สำคัญ แม้ว่าในตลาดจะมีการแข่งขันโดยแบรนด์ที่แข็งแกร่งจำนวนมาก แต่ยังไม่มีเครื่องมือที่จะสามารถช่วยวัดผลอย่างชัดเจนว่าแบรนด์ใดได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมากที่สุด และมีปัจจัยใดบ้างที่มีผลต่อความไว้วางใจของผู้บริโภคในอุตสาหกรรมนี้ จึงได้พัฒนางานวิจัยในการสร้างเครื่องมือดัชนีความไว้วางใจแบรนด์ในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เรียกว่า CU-BTI (Chulalongkorn University: Brand Trust Index) เครื่องมือนี้แสดงให้เห็นถึงปัจจัยที่มีผลต่อความไว้วางใจแบรนด์ในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ โดยใช้เวลา 18 เดือนในการพัฒนา โดยผ่านกระบวนการวิจัยอย่างเป็นระบบตามหลักวิชาการ
ผลวิจัยดัชนีความไว้วางใจแบรนด์ในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ประจำปี 2560 (Thailand’s Top Brand Trust Index in the Real Estate Industry 2017) โดยจำแนกตามประเภทที่อยู่อาศัย โโยสำรวจประชากรในเขตกรุงเทพและปริมณฑลอายุ 28 ปีขึ้นไป มีรายได้ครัวเรือนโดยเฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 25,000 บาท จำนวน 400 ตัวอย่าง โดยใช้วิธีเก็บตัวอย่างโดยใช้วิจารณญาณตามสถานที่ต่างๆ เช่น ธนาคารพาณิชย์ ห้างสรรพสินค้า บริเวณที่อยู่อาศัย และออฟฟิศบิวดิ้งต่างๆ ผลปรากฏว่า
- บ้านเดี่ยว ได้แก่ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และพฤกษา
- ทาวน์เฮ้าส์ ได้แก่ แสนสิริ
- คอนโดมิเนียม ได้แก่ อนันดา และศุภาลัย
โดยทั้ง 5 แบรนด์มีค่าดัชนีความไว้วางใจแบรนด์ที่ร้อยละ 81
จากการวิจัยดังกล่าวยังพบอีกว่า ปัจจัยในการเลือกซื้อที่อยู่อาศัย ผู้บริโภคให้ความสำคัญ 5 อันดับแรกคือ การบริการหลังการขาย ราคาขาย ความเอาใจใส่ในความต้องการของลูกค้า ระบบรักษาความปลอดภัยของโครงการและสภาพแวดล้อมทางกายภาพของโครงการมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี
ผลงานวิจัยในครั้งนี้ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับวงการอสังหาริมทรัพย์ โดยผู้ประกอบการธุรกิจสามารถนำไปใช้เพื่อวัดความไว้วางใจของผู้บริโภค และนำไปสู่การกำหนดกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไปในอนาคต