Uncategorized

ใกล้ที่ไหน ไปที่นั่น!แนะ 15 แหล่งท่องเที่ยวเช็กอินช่วงปีใหม่ 2567

ตามนโยบายคมนาคม เพื่อความอุดมสุขของประชาชน จึงให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมเตรียมความพร้อมในทุกมิติ เพื่อรองรับการท่องเที่ยว สนับสนุนและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทย พร้อมแนะนำ 15 สถานที่ท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยกรมทางหลวง (ทล.) และ กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้เตรียมความพร้อมในทุกมิติ พร้อมขานรับตามนโยบายดังกล่าว ดำเนินการเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเกิดความประทับใจและมีความทรงจำที่ดีกลับไปในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 จึงขอเชิญชวนนักเดินทางท่องเที่ยวสัมผัสเส้นทางสายธรรมชาติสูดอากาศบริสุทธิ์ในการเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายบนทางหลวงหมายเลข 1009 (ทล.1009)

โดย ทล. และ ทช. ได้ดำเนินการพัฒนาพื้นที่โดยรอบโครงสร้างพื้นฐานให้มีทัศนียภาพสวยงาม พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ และกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น ปัจจุบันมีถนนและสะพานหลายเส้นทางทั่วทุกภูมิภาคและพร้อมเปิดให้บริการพี่น้องประชาชนได้มาท่องเที่ยวผ่านถนนและสะพานสวย ๆ ใน 5 ภูมิภาค โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 ที่จะถึงนี้ มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน จึงคาดการณ์ว่าจะมีพี่น้องประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก โดย 15 แหล่งสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และจุดเด่นการท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาค ได้แก่

1. ยอดดอยอินทนนท์ จุดสูงสุดแดนสยาม ตั้งอยู่อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,565 เมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ประชาชนสามารถสัมผัสอากาศบริสุทธิ์ ชมวิวธรรมชาติภูเขาและทะเลหมอก ปัจจุบันบริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งสถานีเรดาร์และสถานีทำการของทหารอากาศ ประชาชนสามารถเยี่ยมและกราบพระพุทธศาสดาประชานาถ หอพระพุทธศาสดาประชานาถ นับเป็นพระพุทธรูปบูชาที่กองทัพอากาศจัดสร้างในโอกาสครบรอบ 100 ปี การทิวงคต จอมพลสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ กรมหลวงพิศณุโลกประชานารถ “พระบิดาแห่งกองทัพอากาศ” จากนั้นไปสักการะพระสถูปของพระเจ้าอินทรวิชยานนท์ เพื่อขอพรเพิ่มสิริมงคลเสริมดวงให้กับตัวเองต้อนรับปีใหม่ 2567

2.เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา เป็นเส้นทางเดินสบาย ๆ ลัดเลาะเข้าไปในผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์และชมความสวยงามจากพันธุ์ไม้หายาก เช่น ต้นกุหลาบพันปี สถานที่แห่งนี้มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดมาสัมผัสโอโซนบริสุทธิ์

3.กิ่วแม่ปาน จุดชมวิวทะเลหมอกสุดฮิตที่บรรดานักท่องเที่ยวต้องไม่พลาด มีลักษณะเป็นป่าธรรมชาติสลับทุ่งหญ้ากึ่งอัลไพน์ นักท่องเที่ยวสามารถชมบรรยากาศ สัมผัสทะเลหมอก และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าได้อย่างน่าประทับใจ

4.พระมหาธาตุนภเมทนีดล – นภพลภูมิสิริ “มหาธาตุคู่” ซึ่งกองทัพอากาศสร้างขึ้นน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อเป็นมิ่งมงคลแก่ประชาชนในแผ่นดินไทยร่มเย็นเป็นสุขชั่วนิรันดร์ บริเวณโดยรอบของพระมหาธาตุทั้งสอง ตกแต่งด้วยสวนดอกไม้เมืองหนาว และการจัดสวนดอกไม้ประดับที่เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศที่มีความสวยเด่นและสง่างาม

5.อุทยานแห่งชาติดอยผาตั้ง เป็นจุดชมทัศนียภาพไทย – สปป.ลาว อากาศเย็นสบายและชมทะเลหมอกได้ตลอดปี โดยเฉพาะเดือนธันวาคม – มกราคม จะมีดอกพญาเสือโคร่งบานสะพรั่งรอรับนักท่องเที่ยว ระหว่างทางเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวจีนฮ่อ ม้ง และเย้า ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านอีกด้วย

6.กาดม้ง จุดจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์จากชาวเขาเผ่าต่าง ๆ รวมทั้งผัก ผลไม้ อาหารถิ่นพื้นเมือง

7.จุดพักนักเดินทาง โดยแขวงทางหลวงเชียงใหม่ที่ 1 สถานที่ให้บริการข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว ห้องน้ำ และลานกางเต็นท์ฟรี ตั้งอยู่บน ทล.1009 ที่ กม. 30+700

8.โครงการหลวงดอยอินทนนท์ นักท่องเที่ยวต้องไม่พลาดจุดนี้ ชอป ชม ชิม ผลิตภัณฑ์โครงการหลวงจบในที่เดียว

9.สถานีวิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) เดินทางบน ทล.1009 ที่ กม. 30+300 เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงชนบทหมายเลข 1284 ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร ถึงแหล่งชมวิวอุโมงค์พญาเสือโคร่งที่สวยงามและโรแมนติก ภายในพื้นที่ศูนย์วิจัยสามารถชมแปลงไม้พืชและผลเมืองหนาว

10.เส้นทางศึกษาธรรมชาติผาดอกเสี้ยว มีไฮไลต์สำคัญ คือ น้ำตกผาดอกเสี้ยว เป็นการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ บรรยากาศสดชื่น ชุ่มฉ่ำกับธารน้ำตกใสไหลเย็น

11.ภาคเหนือ ถนนสาย มส.4009 ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีจุดชมวิวและศาลาชมวิวที่นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นทุ่งดอกบัวตองได้ 360 องศา ถือเป็นหนึ่งใน Amazing Thailand ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตควรหาโอกาสไปชมให้ได้ โดยดอกบัวตองจะบานเพียงปีละครั้งเท่านั้น สำหรับการเดินทางมายังทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ระยะทางประมาณ 90 กิโลเมตร ใช้เส้นทางไปยังอำเภอขุนยวม ทล.108 (แม่ฮ่องสอน – ขุนยวม) แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ ทล.1263 ที่สามแยกขุนยวม และเข้าสู่ถนนสาย มส.4009 ตามป้ายแนะนำเส้นทางแหล่งท่องเที่ยว

12.ภาคกลาง สะพานภูมิพล 1 และสะพานภูมิพล 2 เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี 2538 เพื่อเป็นโครงข่ายถนนรองรับการขนถ่ายลำเลียงสินค้าจากท่าเรือกรุงเทพต่อเนื่องไปจนถึงพื้นที่อุตสาหกรรมในจังหวัดสมุทรปราการ และภูมิภาคอื่น ๆ ของประเทศ เพื่อไม่ให้รถบรรทุกสัญจรเข้าไปในตัวเมืองหรือทิศทางอื่น อันจะเป็นสาเหตุของการจราจรติดขัดโดยรอบ ซึ่งไม่เพียงแต่การกระจายการจราจรไปยังทิศทางต่าง ๆ แต่ยังเชื่อมระหว่างเขตราษฎร์บูรณะและเขตยานนาวา กับอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ทำให้ประชาชนชาวพระประแดงและสมุทรปราการ สามารถเข้าสู่กรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวกสบาย ประชาชนสามารถชมความสวยงามของสะพานดังกล่าวได้ อีกทั้งในช่วงเทศกาลและวันสำคัญจะมีการเปิดไฟประดับสะพานยามค่ำคืนที่ตระการตาเป็นอย่างมาก

13.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สะพานเทพสุดา จังหวัดกาฬสินธุ์ สะพานข้ามน้ำจืดข้ามอ่างเก็บน้ำลำปาว ประชาชนสามารถชมพระอาทิตย์ตกดินในยามเย็นบนสะพานโดยมีภูเขาเป็นฉากหลังเสริมให้ทัศนียภาพงดงาม รวมทั้งไฮไลต์ที่พลาดไม่ได้ คือ รูปปั้นไดโนเสาร์ ที่ตั้งอยู่บริเวณปลายสะพานทั้งสองฟากสะพานเทพสุดา และชมวิถีชีวิตการทำประมงของชาวบ้านในพื้นที่ ส่วนของการเดินทางจากตัวเมืองกาฬสินธุ์ ใช้ ทล.227 มุ่งหน้าไปอำเภอสหัสขันธ์ ประมาณ 32 กิโลเมตร และเลี้ยวซ้ายบริเวณสี่แยกเข้าสู่ถนนสาย กส.3056 ขับตรงไปตามเส้นทางประมาณ 6.6 กิโลเมตร จนถึงสะพานเทพสุดา

14.ภาคใต้ ถนนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จังหวัดพัทลุง เป็นสะพานยกระดับที่ยาวที่สุดในประเทศไทยตามแนวทะเลน้อยกับทะเลหลวงของทะเลสาบสงขลา เชื่อมระหว่างจังหวัดพัทลุงและสงขลา รวมระยะทาง 5.450 กิโลเมตร โดยในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคมของทุกปี เป็นช่วงที่ดอกบัวแดงบานเหมาะกับการล่องเรือชมวิวและเป็นจุดชมนกน้ำนานาพันธุ์ สำหรับการเดินทางมายังถนนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ (พท.5050) สามารถเดินทางโดยเริ่มจากสี่แยกเอเชียพัทลุงวิ่งไปบน ทล.41 จนถึงสี่แยกโพธิ์ทอง อำเภอควนขนุน จากนั้นให้เลี้ยวขวาเข้า ทล.4187 ระยะทาง 17 กิโลเมตร และเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนสาย พท.4007 ระยะทาง 2.5 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ

15.ภาคตะวันออก ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต หรือถนนเลียบชายฝั่งทะเลตะวันออกของอ่าวไทย มีแลนด์มาร์กอย่างจุดชมวิวเนินนางพญาที่สามารถมองเห็นวิวทะเลกับถนนที่คดเคี้ยวสวยงาม รวมทั้งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง โดยสามารถขับรถชมวิวทะเล หรือปั่นจักรยานจากปากน้ำประแส จังหวัดระยอง มาจรดเนินนางพญาที่มีอ่าวคุ้งกระเบนของจังหวัดจันทบุรีได้เช่นกัน การเดินทางมาถนนเฉลิมบูรพาชลทิตนั้น จากตัวเมืองจังหวัดชลบุรี ใช้ ทล.344 และ ทล.3 มุ่งหน้าไปยังจังหวัดจันทบุรี ถึงสามแยกประแสร์ เลี้ยวขวาเข้า ทล.3162 เมื่อถึงแยกคลองปูน ให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต ขับไปตามทางเรื่อย ๆ เลยอ่าวคุ้งวิมาน ไปประมาณ 1.5 กิโลเมตร จะถึงเนินนางพญา

นอกจากนี้ ถนนและสะพานยังเป็นเส้นทางเชื่อมต่อที่สำคัญต่อวิถีชีวิต เศรษฐกิจ การคมนาคมภายในประเทศ ซึ่งสามารถช่วยยกระดับความเจริญให้กับประชาชนในพื้นที่ และยังเป็นจุดเด่นในการนำนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในชุมชนได้อีกทางหนึ่ง ส่งเสริมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในท้องถิ่นทั้ง 5 ภูมิภาคของประเทศไทยอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ขอส่งความห่วงใยไปถึงประชาชน ตรวจเช็กสภาพรถก่อนออกเดินทาง และระมัดระวังการใช้รถใช้ถนน ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งคัด เพื่อความสะดวกปลอดภัยในการเดินทาง และไปสู่จุดหมายปลายทางโดยสวัสดิภาพ

ด้วยความห่วงใยทางกระทรวงคมนาคม ขอให้ผู้ขับขี่พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ฝืนร่างกาย หากอาการเหนื่อยล้าให้จอดพักในจุดท่องเที่ยวหรือจุดพักรถตามสายทาง รวมทั้งตรวจสอบสภาพรถให้มีความพร้อมสำหรับเส้นทางภูเขา ที่สำคัญขอให้ใช้เกียร์ต่ำในช่วงทางลงเขา และหากพบว่าระบบเบรกมีปัญหาหรือได้กลิ่นไหม้ ขอให้จอดพักบริเวณจุดจอดรถฉุกเฉิน อาทิ กม. ที่ 40+142 หรือ 39+142 บริเวณด่านตรวจอุทยาน จุดที่ 2 จุดพักรถหมวดทางหลวงจอมทอง กม. ที่ 30+700 และบริเวณทางเข้าน้ำตกต่าง ๆ ตลอดสายทาง

Related Articles

Back to top button
X