Biznews

‘ทรูมันนี่’ แนะวิธีทำความสะอาด “เงินสด” ห่างไกลเชื้อโรค

เชื่อหรือไม่ว่าการหยิบจับ “เงินสด” อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างที่เราคาดไม่ถึง? เพราะเงินสดที่เราใช้กันอยู่ทุกวันมีการเปลี่ยนมืออยู่ตลอดเวลา เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่า “ธนบัตร” หรือ “เหรียญ” ที่อยู่ในมือหรือกระเป๋าเงินเรานั้นผ่านอะไรมาบ้าง แต่ข้อมูลต่อไปนี้อาจทำให้เราต้องคิดอีกทีเมื่อต้องหยิบเงินครั้งต่อไป

 

 

ผลการศึกษาจากคณะนักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษพบว่า บนธนบัตร 1 ใบ มีเชื้อแบคทีเรียสะสมเฉลี่ยถึง 26,000 ตัว! ข้อมูลดังกล่าวสร้างความประหลาดใจและกระตุ้นการตื่นรู้เรื่องสุขภาพเป็นอย่างมาก ยิ่งในสภาวการณ์ที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 การจับจ่ายใช้สอยผ่านเหรียญหรือธนบัตรนั้นก่อให้เกิดความสุ่มเสี่ยงต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าแม่ค้า ผู้ให้บริการ หรือบุคคลทั่วไป และเป็นเรื่องที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม ยิ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ล่าสุดได้ออกมาเตือนแล้วว่าเงินสดสามารถเป็นสื่อแพร่เชื้อไวรัส COVID-19 เพราะเชื้อโรคดังกล่าวสามารถเกาะอยู่บนผิวสัมผัสของธนบัตรได้นานหลายวัน โดยรัฐบาลจีนก็ได้มีมาตรการตัดการทำธุรกรรมทางการเงินข้ามจังหวัดที่มีการระบาด และมีการนำธนบัตรเก่ามาทำความสะอาดเพื่อลดความเสี่ยงจากการแพร่เชื้อ ส่วนในประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทย ล่าสุดก็ได้มีมาตรการออกธนบัตร 500 บาทใหม่ และกักธนบัตรที่หมุนเวียนเข้ามาไว้ 14 วัน เพื่อรับมือสถานการณ์

ซึ่งนอกเหนือจากไวรัส COVID-19 ที่เป็นที่กังวลกันอยู่ขณะนี้ ข้อมูลที่ได้ทำการศึกษาก่อนหน้าก็ได้บ่งชี้ว่ามีเชื้อโรคอีกหลายชนิดอยู่บน “ธนบัตร” หรือ “เหรียญ” ไม่ว่าจะเป็นเชื้ออีโคไล (E. Coli), สแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus), ซัลโมเนลล่า (Salmonella), ราดำ ไรโซปัส (Rhizopus Stolonifer) และราดำ ไมคอไรซ่า Mycorrhiza ฯลฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพคุณทั้งสิ้น

ผลสำรวจจาก VISA ระบุว่า 57% ของผู้บริโภคชาวไทยนั้นนิยมทำธุรกรรมการเงินผ่านช่องทางดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นบัตรเดบิต/เครดิต แอปฯ ชำระเงินบนสมาร์ทโฟน และคิวอาร์โค้ด แต่ก็ยังมีถึง 43% ที่ยังนิยมใช้ “เงินสด

ทั้งนี้ ข้อมูลสถิติจากธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า เดือนธันวาคม ปี 2562 ที่ผ่านมา มีเงินสด (รวมธนบัตรและเหรียญกษาปณ์) หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยคิดเป็นมูลค่าถึง 1.9 ล้านล้านบาท และผลสำรวจจาก VISA ระบุว่าผู้บริโภคชาวไทยถึง 43% ที่ยังนิยมใช้เงินสด ดังนั้นจึงจินตนาการได้ไม่ยากเลยว่าเจ้าเชื้อโรคเหล่านี้สามารถเข้าถึงตัวคุณได้โดยง่ายเพียงสัมผัสหรือรับเงินสดมา ซึ่งในสภาวการณ์ที่สุขอนามัยเป็นเรื่องสำคัญที่เราไม่ควรมองข้าม เช่น ในช่วงการเฝ้าระวังการระบาดของไวรัส COVID-19 นี้ ทรูมันนี่ จึงมีวิธีดี ๆ ในการทำความสะอาดเงินสด เพื่อเพิ่มความมั่นใจในสุขภาวะที่ดี มาฝาก ดังนี้

แนวทางการทำความสะอาด ”เงินสด” แบบง่าย ๆ ที่ทุกคนทำได้

เหรียญ ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำและสบู่หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรคผสมน้ำตามสัดส่วน หลังจากนั้นใช้ผ้าหรือทิชชู่ซับให้แห้งไปตากแดดก่อนใช้

ธนบัตร ใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์ล้างแผลที่มีความเข้มข้นอย่างน้อย 70% บีบหมาด ๆ เช็ดคราบสกปรกและแบคทีเรียที่อยู่บนผิวธนบัตร หลังจากนั้นใช้ผ้าหรือทิชชู่ซับให้แห้งหรือไปตากแดดก่อนใช้ก็ได้เช่นกัน

 

 

นอกจากนี้ ทรูมันนี่ ห่วงใยสุขภาพคนไทย ขอแนะ 5 แนวทางสร้างเกราะป้องกันสุขภาพแบบ #TrueMoneyPaySafer ดังนี้

1.เตรียมหน้ากาก 2 แบบ ใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์ ป้องกันได้ – เมื่อคุณต้องเข้าไปในย่านชุมชน ควรหาซื้อ Mask หรือหน้ากากอนามัยสวมป้องกันไว้ดีกว่าแก้ก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง

2.หมั่นล้างมือให้สะอาด พกเจลล้างมือติดตัวไปไหนเอาไปด้วย – เมื่อต้องเดินทางด้วยรถสาธารณะไปกับเพื่อนร่วมงาน หรือลูกค้า หรือต้องไปประชุมในแหล่งชุมชน หรือสังสรรค์ตามห้างใหญ่ ๆ ที่มีผู้คนจำนวนมาก ควรหมั่นล้างมือให้สะอาดหรือใช้แอลกอฮอล์เจลล้างมืออยู่เสมอ

3.ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับคนอื่น ๆ – เชื้อโรคแพร่ได้จากสารคัดหลั่งในร่างกายคนเราได้ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว เพื่อน หรือคนรู้จัก ก็ควรหลีกเลี่ยงใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกัน

4.หลีกเลี่ยงการเดินทางไกล ๆ – ยิ่งการต้องเดินทางไปต่างประเทศที่มีการระบาดอยู่ในช่วงนี้ควรงดไปก่อน ส่วนใครที่ต้องเดินทางไปทำงานในแต่ละวัน ก็อาจจะพยายามหลีกเลี่ยงสถานที่พลุกพล่าน โดยพกสิ่งของเครื่องใช้จำเป็นติดตัวมาตั้งแต่แรก

5.เปลี่ยนรูปแบบการหยิบหรือสัมผัส “เงินสด” มาเป็นการใช้จ่ายผ่าน Mobile app ไม่ว่าจะเป็น e-Wallet หรือ Mobile banking ซึ่งนอกจากจะเซฟตัวเราเองด้วยการลดความเสี่ยงจากการรับเชื้อโรคแล้วยังเป็นการลดการส่งต่อเชื้อโรคให้กับผู้อื่น แถมสะดวก รวดเร็วกว่า และยังมีผลพลอยได้จากข้อเสนอพิเศษที่น่าสนใจจากร้านค้าต่างๆ มากมาย

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Back to top button
X
%d bloggers like this: