เมกาโฮม สยายปีกบุกภาคเหนือ
ตลาดศูนย์รวมวัสดุก่อสร้าง ซ่อมแซม ปรับปรุง ตกแต่งบ้านรวมทั้งเครื่องใช้ต่างๆ มีการแข่งขันที่รุนแรงเรื่อยมาสอดคล้องกับภาพรวมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีการเติบโตต่อเนื่อง ในตลาดมีผู้เล่นหลายใหญ่หลายรายอย่างไทวัสดุ ของกลุ่มเซ็นทรัล โกลเบิลเฮ้าส์ ดูโฮม มีมูลค่าตลาดกว่าหมื่นล้านบาท และรายล่าสุดคือ “เมกาโฮม” ที่ถือหุ้นโดยบริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด(มหาชน) เจ้าของโฮมโปร ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2555 ล่าสุด เดินเครื่องชุดใหญ่ด้วยการปักธงจังหวัดเชียงราย ด้วยเห็นศักยภาพในการเติบโต
สุพรศรี นาคธนสุกาญจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการและบริหารกลุ่มสินค้า บริษัท เมกา โฮม เซ็นเตอร์ จำกัด เผยว่า เมกาโฮมเดินแผนบุกตลาดในครึ่งหลังของปี 2560 อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้เปิดสาขาแห่งที่ 12 ที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งมองการเติบโตของเศรษฐกิจในภาคเหนือมีการย้ายจากเชียงใหม่ไปสู่เชียงรายมากขึ้น มีการลงทุนพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งทั้งทางน้ำ ทางบกและทางอากาศ ไม่เกิน 3 ปีข้างหน้าจะกลายเป็นเขตเศรษฐกิจที่ใหญ่มากขณะที่การท่องเที่ยวก็เติบโตดี เป็นที่ชื่นชอบของชาวจีน จึงเป็นเมืองที่มีศักยภาพในการลงทุน
ทั้งนี้ แผนลงทุนของเมกา โฮมในการเปิดสาขาก็จะเน้นเลือกเมืองชายแดน เมืองที่กำลังเจริญเติบโต และรอบนอกกรุงเทพฯและปริมณฑลอยู่แล้ว ซึ่งเชียงรายเป็นทั้งเมืองชายแดนและเมืองที่กำลังเติบโต จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะได้เข้าไปพัฒนาร่วมกับท้องถิ่น นอกเหนือจากการเข้าไปเพิ่มสัดส่วนการตลาดให้กับธุรกิจ ถือเป็นประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย โดยในปีแรกที่ไปเปิดสาขาตั้งเป้ายอดขายไม่ต่ำกว่า 60-70 ล้านบาท
สำหรับการดำเนินธุรกิจในครึ่งปีแรกที่ผ่านมานั้น ต้องยอมรับว่าได้รับผลกระทบจากการเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวค่อนข้างช้าและการชะลอลงทุนของภาคอสังหาริมทรัพย์อยู่บ้าง โดยยอดขายเติบโตอยู่ที่ 20% จากที่วางเป้าหมายเติบโตปีนี้ 30% เนื่องจากลูกค้าหลักของเมกาโฮมประมาณ 50% จะเป็นสินค้าที่ขายผ่านทางสินค้าอุตสาหกรรมเกี่ยวกับช่างก่อสร้าง เมื่อการลงทุนภาคอสังหาฯชะลอก็ทำให้ยอดซื้อลดลง
สุพรศรี นาคธนสุกาญจน์
อย่างไรก็ตาม กำลังซื้อในกรุงเทพฯ ที่เป็นลูกค้าเจ้าของบ้านยังเติบโตอยู่ ส่วนที่หายไปจะเป็นลูกค้าระดับกลางลงล่างที่อยู่รอบนอกย่านโรงงาน แต่พบว่าในพื้นที่ที่เชื่อมต่อกับเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ในส่วนของผู้รับเหมาก่อสร้างมีการเติบโตดีมาก หรือแม้แต่เชียงรายที่ไปเปิดสาขาใหม่ก็มีกำลังซื้อดีมากจากทั้งคนไทยและพม่า โดยในฝั่งพม่ามีรัฐฉานเป็นเขตเศรษฐกิจที่ใหญ่ ทำให้อัตราการบริโภคมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
นอกเหนือจากการมองหาทำเลใหม่ในการเปิดสาขา เพื่อเพิ่มรายได้แล้ว เมกา โฮมยังกลับมาดูเรื่องการปรับรูปแบบด้วย เพราะตอนนี้มีหลายค่ายปรับมาคล้ายๆ กันทำให้ต้องขยับปรับเปลี่ยนเพื่อให้เป็นผู้นำของอุตสาหกรรมเช่นเดิม แต่จะคงแนวคิดเรื่องลดต้นทุน ประหยัดเวลา งานเสร็จไวไว้เช่นเดิม
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ผ่านได้มีการปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว อย่างเรื่องของสินค้าก็มีการพัฒนาใช้นวัตกรรมใหม่ๆ นำเสนอให้แก่ลูกค้า ตอนนี้ที่ได้รับความสนใจมากก็คือ ร้านเสร็จทันใจสร้างด่วน ถือเป็นรายแรกที่ออกสู่ตลาด และจากเดิมที่นำเสนอในรูปแบบร้านค้าก็มีคนสนใจนำไปเป็นบ้าน หรือรีสอร์ท ซึ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายก็จะเป็นกลุ่มที่ต้องการขยายพื้นที่ใช้สอยในบ้าน, กลุ่มลูกค้าร้านผู้ประกอบการ และกลุ่มรีสอร์ท
เมกาโฮม
นางสุพรศรีกล่าวต่อว่า แนวโน้มการแข่งขันในตลาดจากนี้ไปจะเน้นกันที่นวัตกรรม นำเสนอสินค้าที่แตกต่าง ผ่านใต้แนวคิดลดต้นทุน ประหยัดเวลา งานเสร็จไว ส่วนการแข่งขันเรื่องราคาคงไม่หนีกัน เพราะทุกคนไม่ใช่ผู้ผลิตเป็นแค่ผู้ขาย แต่สิ่งที่ต่างกันจะขึ้นอยู่กับการเพิ่มมูลค่าให้ลูกค้ายังไงในการจ่ายราคาเท่ากัน แต่ว่าได้สินค้าคุณภาพ หรือนวัตกรรม
ขณะที่พฤติกรรมของผู้บริโภคก็เปลี่ยนไป ปัจจุบันจะมีการเช็คราคา เช็คคุณสมบัติสินค้าผ่านโซเชียล เมกาโฮมแม้จะยังไม่ได้ขายผ่านออนไลน์ แต่ก็มีการนำเสนอสินค้าผ่านเฟซบุ๊ค และไลน์ ทำให้ลูกค้าเช็คเปรียบเทียบได้เลยก่อนเข้ามาซื้อสินค้า จึงส่งผลให้การใช้เวลาในการเลือกซื้อเมื่อมาถึงมีความรวดเร็วมากขึ้น ตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดีขึ้น ตอนนี้เลยมีการผูกโปรโมชั่นกับออนไลน์มากขึ้นด้วย
สำหรับช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของปีนี้ สุพรศรีมองว่า เศรษฐกิจน่าจะดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรก เพราะมองว่าคนยังมีกำลังซื้อแต่ระมัดระวังการใช้จ่าย ดังนั้น โจทย์ผู้ประกอบการคือ ทำอย่างไรให้การจ่ายของลูกค้าคุ้มค่าและกระตุ้นให้เกิดการซื้อ ไม่ใช่ซื้อเพราะลดราคาเพียงอย่างเดียว จะเป็นเรื่องการต่อยอดจูงใจลูกค้า ซึ่งปีนี้เมกาโฮมตั้งเป้ายอดขายรวมทุกสาขาไว้ 9,000 ล้านบาท และสามารถทำได้แล้วกว่า 4,000 ล้านบาท ก็จะพยายามทำให้ได้เพิ่มในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้