Biznews

เปิด Key Success Factor ‘เดอะมอลล์’ พร้อมลุยจัดอภิมหาแคมเปญส่งท้ายปี

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ผู้นำวงการค้าปลีกไทย เดินหน้าสู้ศึกแคมเปญปีใหม่ ทุ่มงบกว่า 300 ล้านบาท
จัด
อภิมหาเซลล์ครั้งยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี The Great Happy New Year 2023” แจกใหญ่จัดหนักแบบเอ็กซ์ตร้าพลัส  เพื่อมอบความสุขให้คนไทย พร้อมต้อนรับนักช้อปชาวต่างชาติ ตั้งเป้าเพิ่มทราฟฟิกจากแคมเปญนี้กว่า 30 % และมั่นใจพิชิตยอดขายจากแคมเปญปีใหม่ กว่า 6,000 ล้านบาท

 นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี ถือเป็นช่วงที่สำคัญของธุรกิจรีเทล เพราะเป็นเวลาแห่งความสุขและการเฉลิมฉลอง เป็นช่วงที่มีการจับจ่ายใช้สอยสูงที่สุดของปี สำหรับปีนี้มีปัจจัยบวกหลายด้าน ทั้งเรื่องสถานการณ์ COVID-19 ที่คลี่คลายลงทำให้มู้ดในการจับจ่ายใช้สอยโดยรวมของประเทศที่ดีขึ้น, จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม APEC 2022 โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในเดือนพฤศจิกายน ถึง 1.5 ล้านคน และมีแนวโน้มที่จำนวนนักท่องเที่ยวจะถึง 10 ล้านคน เมื่อปิดปี 2565 ตามที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ตั้งเป้าไว้ จึงเป็นแรงหนุนให้ธุรกิจในประเทศฟื้นตัวได้มากขึ้น โดยภาพรวมของธุรกิจ       รีเทลช่วงปลายปี 2565 มีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดี กำลังซื้อของลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งลูกค้าชาวไทยและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

ปัจจัยแห่งความเร็จของการทำการตลาด (Key Success Factor)  คือต้องมีความเข้าใจในลูกค้า รู้จักตัวตนของลูกค้าเป็นอย่างดี   ซึ่งในปัจจุบันผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมภายหลังสถานการณ์โควิด-19  ไปเป็นอย่างมาก  โดย เดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้จำแนกพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปออกเป็น 5 กลุ่ม คือ

Physical Experience is back การสัมผัสด้วยประสบการณ์จริงๆ จะกลับมา หลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ลูกค้าเริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ไปทำงาน-เรียน-กินข้าว-ออกกำลังกาย การอยู่บ้านนาน ทำให้เกิดอาการโหยหาอยากสัมผัสประสบการณ์จริงในสถานที่จริง (Check-in and Experience)

 Customers Tend to be less Loyal than before ความภักดีของลูกค้ามีน้อยลง ลูกค้ายุคใหม่ไม่ใส่ใจในการจดจำแบรนด์เท่าแต่ก่อน มีความภักดีต่อแบรนด์น้อยลง และพร้อมเปลี่ยนไปใช้แบรนด์อื่นๆ ได้ง่ายขึ้น

 Search & compare are rising การค้นหายังคงเป็นเรื่องที่นิยมทําอย่างต่อเนื่อง โดยลูกค้าในปัจจุบันนิยมค้นหาข้อมูลต่างๆ ประกอบการตัดสินใจ เปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจ

 Research Offline then Buy Online สัมผัสสินค้าที่ร้าน แล้วกลับไปซื้อผ่านเน็ต มีลูกค้าบางส่วน เลือกไปลองสินค้าจริงๆ ก่อนเพื่อความมั่นใจ จากนั้นค่อยกลับมาหาข้อมูลเปรียบเทียบราคา แล้วตัดสินใจสั่งซื้อกับร้านที่ให้ราคาดีที่สุดผ่านทางออนไลน์แทน

 New payment options and growth of Cashless การชำระเงินรูปแบบใหม่และ การเติบโตที่รวดเร็วของสังคมไร้เงินสด ลูกค้าเริ่มมีการใช้จ่ายผ่าน Digital Payment ทั้งบัตรเครดิต ระบบ E-Wallet หรือแอพเป๋าตังค์ต่างๆ มากขึ้นกว่าในอดีต ทั้งการช้อปผ่านทาง Online และ Offline

 

เมื่อผู้บริโภคยุคใหม่มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป เราจึงต้องเข้าใจในเรื่องของ Customer Journey Ecosystem  ต้องเข้าใจทุกความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง และนำเสนอสินค้ารวมถึงบริการได้ตรงตามความต้องการของลูกค้ามากที่สุด   พร้อมคัดสรรโปรโมชั่นที่ดีที่สุดเพื่อสร้าง  Value   ให้กับลูกค้ามากกว่าแค่การลดแลกแจกแถมทั่วไป    ดังนั้นการจัดแคมเปญปีใหม่ในครั้งนี้ เดอะมอลล์ กรุ๊ป  ให้ความสำคัญในเรื่องของ  Customer Journey Ecosystem   ใช้ศักยภาพที่แข็งแกร่งด้าน  Big Data   จาก  Customer Platform  และเทคโนโลยี
AI – Analytics  ที่ช่วยให้เราเข้าใจ  Omnichannel  Ecosystem  และ  Customer  Journey  Ecosystem
อย่างลึกซึ้ง และนำข้อมูลที่ได้มาสร้างสรรค์แคมเปญ “The Great Happy New Year 2023” เพื่อตอบโจทย์
ทุกความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด

นอกจากนี้ เดอะมอลล์ กรุ๊ป ชวนอัพไซส์ความสุขฉลองปีใหม่มอบประสบการณ์และบริการพิเศษแบบพลัสๆ++ ภายในห้างฯ เดอะมอลล์ และเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ทุกสาขา, เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์ และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ โดยการออกแบบบรรยากาศภายในห้างฯ ได้ถูกรังสรรค์ให้เป็นดินแดนแห่งความสุขแบบอัพไซส์ พร้อมบริการของขวัญสุดพิเศษและข้อเสนอพิเศษแบบพลัสๆ++เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำ “JOYFUL GIFTING DESTINATION” โดยคอนเซ็ปต์การออกแบบของทุกห้างฯในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป ในปีใหม่นี้จะถูกถ่ายทอดผ่าน “ช้าง” เป็นตัวแทนส่งมอบความสุขแบบพลัสๆ++ ในหลากหลายมิติ (EXTRA HAPPINESS++) โดยมีไฮไลท์ที่บริการและดีไซน์การห่อของขวัญอย่างมีเอกลักษณ์ สอดคล้องกับคาแรคเตอร์ของแต่ละห้างฯ

  • เดอะมอลล์ และเดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ภายใต้คอนเซ็ป “MERRY CHRISTMAS GAME” สนุกไปกับช้างแซนต้า ที่ได้รับภารกิจเป็นตัวแทนส่งมอบความสุขและสร้างความสนุกให้กับลูกค้าได้อัพเลเวล ในรูปแบบของเกมส์ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเกมฮิตในยุค80s ด้วยดีไซน์สีสันและเกมสนุกๆ
  • เอ็มโพเรียม และ เอ็มควอเทียร์ ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “WINTER WONDERLAND” ชวนลูกค้ามาสัมผัสเมืองสีสันแห่งจินตนาการ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองกับห้างฯเอ็มโพเรียมโฉมใหม่ EMPORIUM HAPPINESS++ CELEBRATION อัพความพิเศษด้วยบริการห่อของขวัญด้วยผ้าฟุโรชิกิสไตล์ญี่ปุ่น (Emporium Furoshiki Gift Wrapping) ที่มาพร้อมกับแท็คหนังและบริการเพ้นท์ชื่อ หรือคำอวยพรโดยศิลปิน (Personalized Leather Charm) มูลค่ารวม 1,080 บาท เพียงช้อปภายในห้างฯ เอ็มโพเรียม/ เอ็มควอเทียร์ ครบ 3,000 บาท หรือ ช้อป 2,000 บาท สำหรับลูกค้าผู้ถือบัตร Visa ทุกประเภท
  • พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ พบกับการผสานความเป็นไทยโมเดิร์น กับดีไซน์สไตล์นอร์ดิกต้นกำเนิดของเทศกาลคริสมาส นำมาออกแบบสร้างสรรค์ภายใต้แนวคิด SCANDINAVIAN x THAI CHRISTMAS โดยใช้ ช้าง เป็นตัวแทนมอบความสุขแบบพลัสไซส์ ให้กับลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ

นางสาววรลักษณ์ กล่าวปิดท้ายว่า “คาดว่า การจัดแคมเปญ  The Great Happy New Year 2023” ในครั้งนี้ จะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อลูกค้าในช่วงปลายปี 2565 และช่วยเพิ่ม Traffic ภายในห้างสรรพสินค้า และศูนย์การค้า เดอะมอลล์, เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์, เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์ และ พารากอน   ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ กว่า 30 % และมั่นใจว่าจะปิดยอดขายจากแคมเปญปีใหม่รวมกว่า  6,000 ล้านบาท

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Back to top button
X
%d bloggers like this: