Biznews

เปิดแนวคิด ‘เสถียร เศรษฐสิทธิ์’ พลิกชีวิตโชห่วยให้รวยได้ ด้วย ‘ถูกดี มีมาตรฐาน’

ก่อร่างสร้างตัวมาร่วม 2 ปีสำหรับ บริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด หรือร้านค้าปลีก ภายใต้แบรนด์ “ถูกดี มีมาตรฐาน” ตั้งแต่ปี 2562 โดยเริ่มต้นสาขาแรกที่จังหวัดนครปฐม ก่อนขยายไปยังขอนแก่น และพิษณุโลก ตามด้วยจังหวัดอื่นๆ  ปัจจุบันมีกว่า 700  สาขาทั่วประเทศ

โดยผนึกความร่วมมือกับร้านขายของชำ หรือโชห่วยในชุมชนต่างๆ  โดยเข้าไปช่วยพัฒนาร้านค้าให้มีระบบการบริหารจัดการที่ดี หน้าร้านสวยงาม ทันสมัย ให้สามารถแข่งขันกับร้านค้าปลีกสมัยใหม่ โดยมีเป้าหมายเปิด 10,000 lาขาภายในสิ้นปีนี้

บัดนี้ “ถูกดี มีมาตรฐาน” มีความพร้อมแล้วที่จะสยายปีกทั่วประเทศ โดย ‘เสถียร เศรษฐสิทธิ์’ ในฐานะประธานกรรมการ ร้านถูกดี มีมาตรฐาน ซึ่งเป็น “โลว์คอสต์ คอนวีเนียนสโตร์” พร้อมเปิดกว้างในการเป็นพันธมิตรร่วมกับร้านโชห่วยทั่วประเทศ

 

เสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานกรรมการ ถูกดี มีมาตรฐาน  ไล่เรียงที่มาของ ถูกดีมีมาตรฐานว่า  ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ทำคาราบาวแดงมามีโอกาสร่วมมือกับร้านโชห่วยมาตลอดและเห็นว่า ในร้านโชห่วยทุกที่มีคาราบาวแดงแช่อยู่ในตู้  อีกทั้งร้านโชห่วยถือเป็นร้านค้าเส้นเลือดสำคัญของแต่ละชุมชนแต่ทว่าไม่แข็งแรง  บางร้านเปิดมานานแล้ว บางร้านเพิ่งเปิด ซึ่งร้านเหล่านี้มีโอกาสเข้มแข็งได้ หากมีคนเข้ามาช่วย

อีกทั้ง รายได้ของร้านโชห่วยแต่ละร้านก็น้อยมาก บางร้านขายได้วันละ 3,000-5,000  บาท ไม่เพียงพอสำหรับเลี้ยงครอบครัว ซึ่งหากดูจากทำเลที่ตั้ง ร้านในชุมชน หากมีสินค้ามากขึ้น มีระบการบริหารจัดการที่ดี  ราคาแข่งขันกับร้านค้าสมัยใหม่ได้ก็จะช่วยยกระดับร้านโชห่วยให้สามารถทำรายได้หลักหมื่นบาท

หลังจากเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว เสถียร ในฐานะผู้มีประสบการณ์ตรงจากการทำธุรกิจซีเจ เอ็กซ์เพรส จึงตัดสินใจทดลองเปิดถูกดีมีมาตรฐานสาขาแรกที่จังหวัดนครปฐม ด้วยห้องแถวห้องเดียว เปิดได้ 3 อาทิยต์ ทำรายได้เริ่มจาก 6,000-7,000 บาทค่อยๆ  เพิ่มเป็นหลักหมื่น

ช่วงแรก เสถียร คิดว่า สาขานครปฐมซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคกลาง ประชากรมีกำลังซื้อทำให้มีรายได้ที่ดี  จึงลองขยายไปยังภาคอื่นๆ  อย่างภาคอีสาน โดยไปเปิดที่จังหวัดขอนแก่น ก็พบว่าทำรายได้ที่ดีเช่นกัน

ไม่รอช้า  เสถียร ตัดสินใจขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ  ทั้งพิษณุโลก สุโขทัน ชลบุรี ผลตอบรับเหมือนกัน ทำให้เขามั่นใจว่ามาถูกทางแล้ว หากมีการพัฒนาสินค้ามากขึ้น ราคาแข่งกับค้าปลีกสมัยใหม่ได้ บวกกับจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายตลอดเวลา รูปแบบร้านสะอาดสะอ้านทันสมัย จะสามารถแข่งกับร้านค้าปลีกสมัยใหม่ได้อย่างแน่นอน จนเปิดมาครบ  100 ร้านค้ากระจายอยู่ทั่วประเทศ 

 

จากจินตนาการสู่ทดลองจริง เสถียรเริ่มชวนพาร์ทเนอร์มาร่วมลงทุน  เบื้องต้น มีจำนวน  30 ร้านค้าปรากฏว่า ทุกร้านทำยอดขายโดยเฉลี่ยขายดีกว่าที่เราทำเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึง จึงเข้าไปสำรวจด้วยการสังเกตการณ์พบปัจจัยสู่ความสำเร็จนั่นคือ ความเป็นเจ้าของทำให้ร้านนั้นขายดี

ร้านถูกดีมีมาตรฐาน ผ่านมา  2 ปี  มั่นใจแล้วว่ารูปแบบนี้จะสามาถประสบความสำเร็จ จึงออกโรดโชว์ชักชวนร้านโชห่วยทั่วประเทศให้มาร่วม โดยจัดไปทั้งสิ้น 12 ครั้ง พบว่า มากกว่า 1,500 ร้านค้าที่ตกลงเปิดกับเราแล้ว

สำหรับหลักเกณฑ์ ในการเข้าร่วมร้านถูกดีมีมาตรฐาน นอกจากต้องมีร้านเดิมอยู่แล้วคือ  ต้องมีความตั้งใจที่จะทำธุรกิจโชห่วยให้เป็นธุรกิจที่จะสร้างรายได้หลักให้กับครอบครัว ทำอย่างจริงจัง เพราะร้านโชห่วยขายของไม่ได้กำไรเยอะ แต่สามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้ถ้าเรามีความตั้งใจทำจริง กำไร 10%  รายได้ 5 หมื่นขึ้นไป ก็อยู่ได้แล้ว

อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่ผูกพันกับร้านโชห่วยมายาวนาน เสถียรมองว่า เสน่ห์ของโชห่วยคือ เป็นร้านที่อยูู่คู่สังคมไทยมายาวนาน ปัจจุบันมีมากกว่า 400,000 แห่ง เป็นร้านค้าที่เปิดในชุมชน เปรียบเสมือนเส้นเลือดหล่อเลี้ยงคนในชุมชน ขระเดียวกันชีพจรของร้านโชห่วยกลับสั้น มีร้านเปิด ปิดตลอดเวลา ยิ่งมีค้าปลีกสมัยใหม่เข้ามายิ่งเป็นปัจจัยทำให้ร้านโชห่วยหายไปหรือไม่ก็เหลือขนาดเล็กลงเพราะไม่สามารถแข่งขันได้

ในฐานะที่คาราบาวกรุ๊ป ซึ่งมีศักยภาพทั้งเรื่องเงินทุน จากการทำตลาดคาราบาวแดง บวกกับองค์ความาู้จากร้านซีเจ ซูเปอร์มาร์เก็ต จึงต้องการช่วยเหลือร้านโชห่วยแบบไม่กั้ก ช่วยจริงๆ ก็จะสามารถเดินไปได้

นอกจากนี้ พลังในความเป็นเจ้าของร้าน จะสามารถทำรายได้หักค่าใช้จ่ายแล้วเหลือ เดือนละ 60,000-70,000 บาทแบบสบายๆ  อีกทั้งยังส่งต่อเป็นมรดกให้กับลุูกหลานสืบต่อกิจการได้อีกด้วย แตกต่างจากสมัยก่อนที่คนหนุ่มสาวไม่อยากทำต่อเพราะมองว่าเป็นธุรกิจที่ไม่มีอนาคต ถ้าเราไม่ช่วยก็จะค่อยๆ หมดไปเหมือนในหลายประเทศ โอกาสสู้กับค้าปลีกขนาดใหญ่ก็ยากขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม เสถียร  ประเมิน 5 จุดแข็งที่ทำให้ร้านถูกดีมีมาตรฐานสามารถต่อกรกับร้านค้าสมัยใหม่ขณะเดียวกันยังช่วยชุบชีวิตโชห่วยไทยให้สามารถอยู่รอดได้  มีดังนี้

1. ร้านโชห่วยมีสินค้าเยอะขึ้น คลอบคลุมความต้องการของลูกค้า

2.โอกาสในการขายแต่ละวันเพิ่มขึ้น เนื่องจากไม่ต้องไปซื้อของเอง

3.สินค้ามีราคาแข่งกับค้าปลีกสมัยใหม่ได้ อีกทั้งมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายตลอดเวลา ดึงคนเข้ามาใช้บริการ

4.มีองค์ความรู้ในการบริหารจัดกการร้าน ซื้อง่ายขายคล่อง ร้านสะอาด สว่าง การจัดเรียงสินค้าช่วยให้ร้านบริหารจัดการง่ายขึ้น

5. แบรนด์ถูกดีมีมาตรฐาน  ช่วยให้เกิดการสร้างประสบการณ์ที่ดี ในอนาคตเมื่อเปิดมากขึ้นก็จะเป็นการตอกย้ำร้านค้าปลีกสมัยใหม่ของชุมชนใกล้บ้านคุณ มีสินค้าที่คุณต้องการ

สุดท้าย  สำหรับร้านโชห่วยที่สนใจอยากสมัคร เสถียรย้ำว่า การลงทุน การปรับปรุงร้าน เนื่องจากแต่ละร้านมีสภาพไม่เหมือนกัน ดังนั้นจำเป็นที่เจ้าของร้านต้องปรับปรุงร้านเอง และมีเงินมัดจำ 200,000 บาท ขระที่จะได้รับสินค้ามูลค่าไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท  เพื่อเป็นหลักประกันว่ามีความตั้งใจจริง

‘เป็นเงินค้าค้ำประกันว่าตั้งใจจริงในการทำธุรกิจ เงินแสนแลกเงินล้านทางเราไม่คุ้มอยู่แล้ว’

นอกจากนี้  หากร้านใดมีความตั้งใจจริง  ก็สามารถติดต่อไปยังธนาคารกสิกรไทย ที่อยากสนับสนุนโชห่วยไทยแต่ ขาดเงินตกแต่งร้านก็ช่วยค่าสนับสนุนร้านด้วย โดยไม่ต้องมีหลักประกัน หรือเอกสารใดๆ  ดอกเบี้ยเงินต้น 0% ผ่อนแสนละ 1,700 บาท นาน 72 เดือน ฟรีค่าธรมเนียม และไม่ใช้เอกสารใดๆ ทั้งสิ้น

ถูกดีมีมาตรฐาน ที่มาของชื่อ สินค้าต้องดีมีคุณภาพ มีมาตรฐานในการผลิต ขณะนี้ พร้อมเปิดรับพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศให้มาร่วมกับเรา  โดยมีผู้รอเปิดราว  700- 800 ราย สิ้นปีคาดว่าจะมีผู้ร่วมเปิดร้านถูกดีมีมาตรฐานหลักหมื่นขึ้นไป และทุกคนจะประสบความสำเร็จแน่นอน 

 

 

 

 

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Back to top button
X
%d bloggers like this: