IT & Digital

เปิดมุมมอง ‘ไว ธนาวัฒน์’ CEO ไพรซ์ซ่า กับ 5 เทรนด์ตลาด E-Commerce 2023

นายธนาวัฒน์ มาลาบุปผา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไพรซ์ซ่า จำกัด และนายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัวระบุว่า 
มุมมองผมกับตลาด E-Commerce บ้านเราปีนี้ครับ 🙂

ปี 2022 เป็นปีแห่งความท้าทายของตลาด E-Commerce โลกในภาพรวม เพราะจากข้อมูลพบว่ามูลค่าตลาดมีการหดตัวเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ คาดว่าหดตัวกว่าปีก่อนหน้าราวๆ -2.5% จากเดิมที่คาดการณ์ว่าน่าจะยังคงเติบโต…
สาเหตุหลักๆมาจากเรื่องเงินเฟ้อทำให้ข้าวของแพงมากขึ้น ผู้บริโภคคิดเยอะขึ้นในการใช้จ่าย และผู้คนเริ่มออกมาใช้ชีวิตกันแล้วในยุคหลังโควิด เห็นได้ง่ายๆจากคนที่เดินห้างสรรพสินค้ามากขึ้น คนเต็มร้านอาหาร นักท่องเที่ยวเริ่มเดินทางกันออกนอกประเทศกันได้แล้ว
แต่อย่าเพิ่งตกใจว่าเอ๊ะคนจะเลิกช้อปออนไลน์กัน เพราะจริงๆแล้วเหมือนเป็นการย่อตัวก่อนโตต่อ เพราะช่วงโควิด ปี 2020-2021 ตลาด E-Commerce ทั่วโลกเติบโตสูงมากเกินกว่าปกติ ภาพอนาคตปี 2023 เป็นต้นไปจึงมองว่าตลาดจะยังกลับมาเติบโตได้ราวๆปีละ 12%-14%
ลองมาซูมอินเข้าไปในตลาด E-Commerce ในระดับภูมิภาค Southeast Asia กันบ้าง ลองดูผู้เล่น E-Commerce รายใหญ่อย่าง Shopee จะพบว่าก่อนหน้านี้ Shopee มีการรายงานการเติบโตของยอดขาย (GMV) ในทุกๆ Quarter แต่เป็นครั้งแรกเลยที่ Shopee รายงานยอดขายตกลงไปใน Q1-2022 เป็นสัญญาณการถดถอยครั้งแรก…
ถึงแม้ว่ายอดขายจะกลับมาเติบโตต่อ แต่ก็ทำได้ในระดับที่เท่าๆยอดขายปี 2021 นั่นคือยอดขายแทบไม่เติบโตในปี 2022 ตลาดหุ้นนักลงทุนตอบรับทันที หุ้นตก มูลค่าตลาดร่วง และอย่างที่ทุกคนทราบกันว่า Shopee มีการ Lay-off เพื่อลดต้นทุนองค์กรในปี 2022 ไปหลายครั้งทีเดียว
จริงๆแล้วไม่ได้เป็นเฉพาะ Shopee แต่เป็นปีที่ไม่ดีเลยสำหรับบริษัทเทคโนโลยี เพราะนักลงทุน Venture Capital เริ่มชะลอการลงทุนอัดเงินเข้ามาดันการเติบโตของบริษัทเทคโนโลยีกันทั่วโลก สังเกตได้จากการที่บริษัท E-Commerce อย่าง Lazada, Shopee เริ่มปล่อยคูปองส่วนลดออกมาน้อยลง และพยายามเก็บค่าธรรมเนียมกับผู้ขายมากขึ้นเพื่อบริหารเงินสดในมือให้รอดผ่านช่วงที่ตลาดการลงทุนไม่ดีนี้ไปให้ได้
ทีนี้มามองตลาด E-Commerce ประเทศไทยกันบ้างครับว่าปี 2023 ผมคาดการณ์เอาไว้อย่างไรบ้าง…
1) ตลาด E-Commerce ประเทศไทยปี 2023 ยังคงเติบโตต่อเนื่อง แต่ในอัตราลดลง
แม้ภาพรวมตลาด E-Commerce โลกจะย่อตัวลงไปในปี 2022 แต่ประเทศไทยที่มูลค่าตลาดยังไม่สูงมากเท่าประเทศที่ตลาดใหญ่ๆอย่างจีน ก็ยังคงมีการขยายตัวครับ ปี 2022 คาดการณ์ว่าตลาดเติบโตในอัตรา 8% และคาดการณ์ว่าปี 2023 มูลค่าตลาดจะยังเติบโตต่อในอัตราเฉลี่ยราวๆ 8%-13% ต่อปี
มูลค่าตลาด E-Commerce ประเทศไทย
ปี 2019 ~165,000 ล้านบาท
ปี 2020 ~396,000 ล้านบาท (โต 140%)
ปี 2021 ~693,000 ล้านบาท (โต 75%)
ปี 2022 ~770,000 ล้านบาท (โต 8%)
ปี 2023 ~870,000 ล้านบาท (โต 8%-13%)
ปี 2025 ~1.12ล้านล้านบาท (โต 8%-13%)
จะเห็นได้ว่าการเติบโตของตลาดนั้นเป็นแบบถดถอยลงไป เป็นปกติที่เมื่อเราลองเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านเราในภูมิภาคก็เช่นเดียวกัน เหมือนเป็นการปรับตัวมาเติบโตแบบปกติ
2) E-Commerce Marketplace กินส่วนแบ่งตลาดเกินครึ่งในปี 2022 และจะมากขึ้นไปอีกในปี 2023 รวมทั้งสินค้า Cross-border ตั้งรอในไทยนับล้านชิ้น
มาดูส่วนแบ่งเค้กตลาด E-Commerce ในระดับภูมิภาค Southeast Asia ในปี 2022 กันก่อนครับ
– E-Marketplaces 51% (Lazada, Shopee, Central, NocNoc เป็นต้น)
– Social Commerce 22%
– Quick Commerce 11% (เรียกแอปมาส่งแบบ On Demand)
– Large Brand owned sites 7%
– Large Retailer owned sites 4%
– Small online shops 6%
เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คือปี 2021 นั้น E-Marketplaces กินส่วนแบ่งที่ 32% แต่ภายในปีเดียวสามารถเพิ่มส่วนแบ่งขึ้นมาได้อย่างสูงเกินครึ่ง (จากข้อมูลของ Adobe พบว่าในตลาด E-Commerce ทั่วโลกนั้น E-Marketplaces กินส่วนแบ่งถึง 67% ในปี 2021)
มองมาที่ประเทศไทยที่ E-Marketplace ทั้งต่างชาติอย่าง Lazada/Shopee/JD และผู้เล่นในประเทศอย่าง Central/NocNoc ต่างได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เชื่อว่าปี 2023 ส่วนแบ่งของ E-Marketplaces จะโตขึ้นไปอีกในระดับราวๆ 55% ด้วย E-Marketplaces ก็มีบทบาทเป็นอย่างมาก และได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเป็น Platforms ที่ขาดไม่ได้ของผู้เล่นในวงการ ทั้ง Brands, Sellers, Consumers เพราะถึงแม้ Lazada/Shopee จะมีการปรับขึ้นค่าธรรมเนียม และลดส่วนลดโปรโมชั่นลงไป แต่ก็ยังสามารถสร้างยอดขายอยู่ได้ ทำให้ปี 2023 เชื่อเลยว่าจะเป็นปีที่ Lazada/Shopee มีเป้าหมายในการทำกำไรให้ได้อย่างแน่นอน เพราะก่อนหน้าขาดทุนมาต่อเนื่องหลายปีต่อๆกัน วิธีการทั้งจากการลดโค้ดส่วนลด และเน้นขาย Value-added Service ต่างๆ ให้กับ Brands/Sellers
ปัจจัยหนุนที่จะดันอีกแรงให้ E-Marketplace ในไทยเติบโต ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือเรื่อง Cross-border E-Commerce …
ล่าสุดเมื่อปลายเดือน ธ.ค.65 Alibaba ได้เริ่มทดลองโซนปลอดภาษีในพื้นที่ EEC และระบบศูนย์กระจายสินค้าในพื้นที่เดียวกัน เพราะ Jack Ma ได้เซ็นสัญญากับรัฐบาลไทยเอาไว้แล้วตั้งแต่เมื่อ 4 ปีที่แล้วเพื่อตั้งศูนย์นี้เอาไว้เป็น Hub กระจายสินค้าจีนเข้าสู่ประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านเรา กลุ่ม CLMV ศูนย์นี้จะช่วยลดระยะเวลาการจัดส่งสินค้าจากจีนมาไทย จาก 10 วันเหลือภายใน 3 วันเท่านั้นเอง!
แน่นอนว่าโรงงานจากจีน และผู้ขายจากจีน ที่เปิดหน้าร้านขายสินค้าใน Lazada/Shopee หรือในแพลตฟอร์มอื่นๆอย่าง Tiktok อยู่แล้ว น่าจะได้อานิสงค์ไปด้วยในการใช้ศูนย์กระจายสินค้าปลอดภาษีนี้ช่วยลดขั้นตอนและลดต้นทุน ลูกค้าคนไทยชอบมากขึ้นไปอีก
3) Social Commerce ยังคงเติบโตต่อเนื่อง ประเทศไทยผู้นำแห่ง Social พระเอกนางเอกคือ Live Commerce
มูลค่าตลาด Social Commerce ในประเทศไทยปี 2022 มีสัดส่วน 26% ของตลาด E-Commerce ทั้งหมด หรือคิดเป็นมูลค่าราวๆ 2แสนล้านบาท โดยแบ่งเป็น
– Live Shopping 38% = 76,000ล้านบาท (การขายผ่าน Live ใน Lazada, Shopee, Facebook, Tiktok)
– Chat Commerce 27% = 54,000ล้านบาท (การขายผ่านแชท ใน LINE, FB Messenger) คนไทยยังชอบซื้อของผ่านแชท อย่าละเลยให้คนแชทมาปิดการขาย
– Classifieds 19% = 38,000ล้านบาท (การโพสประกาศขายใน FB Marketplace, Kaidee, แหล่งประกาศขายต่างๆ)
– Others 15%
ผมคาดการณ์ว่าปี 2023 จะเป็นปีทองของ Live Shopping ด้วยการจุดกระแสของ Tiktok ตั้งแต่ปีที่แล้ว
Live Commerce เป็นรูปแบบการขายแบบใหม่ที่เปลี่ยนรูปแบบการซื้อ Online Shopping จากเดิมที่ผู้บริโภคใช้เวลาในการใคร่ครวญตัดสินใจ แต่ Live สร้างประสบการณ์ที่จบแล้วจบเลย โปรดีแบบนี้จบแล้วไม่กลับมาใหม่ ทำให้ผู้ซื้อไม่อยากพลาดโอกาส ซื้อให้จบๆไปเลยในไลฟ์ นอกจากนี้นักไลฟ์ที่เป็น Creators ก็เป็นเหมือนพระเอกนางเอกที่สร้างความบันเทิงและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าที่นำมาไลฟ์ขายไปในตัว
ปีนี้ แบรนด์จะวิ่งเข้าหา Creators หรือ Agency เพื่อจับมือเป็นพันธมิตรกับ Influencers เงื่อนไขการทำงานกัน จะเริ่มมาเป็นโมเดลการแบ่ง Commission กันมากขึ้น จากแต่เดิมเป็นการจ้างรีวิวเป็นงานๆไป Influencers จะทำหน้าที่เหมือนเป็น Partner มากกว่าแค่เป็น Reviewer ผมเรียกโมเดลนี้ว่า Partnership Commerce ที่ผมเคยเล่าไปในวาน Creative Talk Confernece (CTC2022) ขอแวะขายของว่า Priceza ปีนี้เปิดตัว Platform ใหม่ที่ช่วยให้ Brands สามารถบริหารการทำงานกับ Influencer วัดผลได้ไปถึงยอดขาย Brand ไหนอยากให้เราช่วยหา Influencer และจ่ายเงินเป็นค่าตัวหรือแบบ Commission เราช่วยได้🙂
4) Quick Commerce เข้ามาตอบสนองความสะดวกสบายและความเร่งด่วน มันกลายเป็นวิถีชีวิตคนไทยไปแล้วแม้หลังโควิดก็ตาม
ช่วงโควิด ตลาด Food Delivery ในภูมิภาค Southeast Asia โตระเบิด ปี 2020 โต 183% และปี 2021 โต 30% แต่เช่นเดียวกันกับตลาด E-Commerce ที่ปี 2022 โตถดถอยลงมาที่ 5% เท่านั้นเอง ทำให้กลยุทธ์ของผู้เล่น Super App ต่างๆในปี 2022 นั้นเน้นการเติบโตของส่วน Mart & SuperMarket เป็นอย่างมาก เพราะเป็นการเสริม Ecosystem ให้แข็งแกร่ง และเป็นช่องทางที่มีโอกาสเติบโตได้อีกมาก
มูลค่าตลาด Quick Commerce (กลุ่มเรียกมาส่งแบบ On Demand เช่น GrabMart, LINE MAN Mart, FoodPanda Mart, Robinhood Mart, All Online by 7-11) ในประเทศไทยปี 2022 มีสัดส่วน 11% ของตลาด E-Commerce ทั้งหมด หรือคิดเป็นมูลค่าราวๆ 85,000ล้านบาท
ตลาดนี้มีแนวโน้มเติบโตขึ้นไปต่อในปี 2023 เพราะผู้บริโภคคนไทยคุ้นชินกับความสะดวกสบายในการเรียกให้ Riders ช่วยให้บริการในการเป็นนักช้อปส่วนตัวให้จนชินจากการสั่งอาหาร และลามมาถึงของกินของใช้
ลองไปดูกันว่าคนไทยสั่งอะไรผ่าน Quick Commerce บ้าง
สินค้าที่คนไทยชอบสั่งจาก GrabMart
1. น้ำมันประกอบอาหาร
2. น้ำดื่ม
3. น้ำอัดลม
4. ชุดตรวจโควิด
5. น้ำตาลทราย
ขนมที่คนไทยชอบสั่งจาก GrabMart
1. มันฟรั่งทอด
2. กาแฟ
3. ไอศกรีม
4. น้ำอัดลม
5. น้ำผลไม้
จากข้อมูลของ GrabMart ผู้บริโภคใน Southeast Asia ยังคงช้อปปิ้งผ่าน GrabMart ต่อเนื่องหลังยุคโควิด
– Average Basket Size เติบโตขึ้น 28% จากปี 2020 มาปี 2022
– ความถี่ของการสั่งสินค้าผ่าน GrabMart เติบโตขึ้น 53% จากปี 2020 มาปี 2022
เห็นได้ว่า Quick Commerce ที่สั่งสินค้าได้แบบ On-Demand มาส่งไวในวันเดียวแบบนี้เข้ามาเติมเต็มความต้องการในสินค้ากลุ่มของกินของใช้ที่จำเป็น ของที่หนักๆคนไม่อยากแบก หรือบางทีไม่อยากใช้เวลาเดินทางไปซื้อเองแม้บางที 7-11 ที่สั่งก็อยู่ชั้นล่างของอาคาร Office สำนักงานก็ตาม🙂
จากข่าวที่ออกมา คาดการณ์ว่าปีนี้ LINE MAN น่าจะซื้อกิจการ FoodPanda ในประเทศไทย และขึ้นมาเป็นผู้เล่นในตลาดใหญ่เกือบเท่า Grab วันนั้นสิ่งที่เกิดในตลาด จะเกิดสองขั้วอำนาจคล้ายๆ Lazada/Shopee ผลักดันให้ตลาด Quick Commerce น่าจะเติบโตต่อเนื่องไปอีก ด้วยขนาดของ Platform ที่ใหญ่ขึ้น ทำให้แบรนด์ต่างๆคุ้มที่จะลงทุนตั้งทีมมาดูแล Official Shops ของตัวเองมากขึ้น
และอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ทั้ง Grab/LINE Man ใช้กันต่อเนื่องในปี 2023 คือกลยุทธ์ Subscription คือให้ซื้อคูปองเอาไว้ จะได้คุ้มเวลาสั่งเยอะๆคุ้มค่าส่ง
5) Brand & Retailer owned sites เป็นช่องทางการขายออนไลน์ที่ยอดหดตัวลงจากปีก่อน แต่ปี 2023 นั้นผู้เล่นไม่กลัวเพราะคนกลับมาซื้อผ่านหน้าร้าน และเน้นทำ Omnichannel
Brand & Retailer owned sites คือช่องทางที่แบรนด์สินค้าหรือแบรนด์ค้าปลีก อย่าง Central, The Mall, HomePro, PowerBuy, Lotus’s, BigC เป็นต้น สร้างแพลตฟอร์ม E-Commerce ของตัวเองทั้ง Website & Mobile App เพื่อยึดฐานลูกค้าของตัวเอง ขายตรงเอง ไม่พึ่งพิงขายผ่าน E-Marketplace เพียงอย่างเดียว
ช่องทางนี้มีสัดส่วน 11% ของตลาด E-Commerce ทั้งหมด หรือคิดเป็นมูลค่าราวๆ 85,000ล้านบาท
ปี 2022 แต่ละเจ้าล้วนแล้วแต่ลงทุนสร้าง Web/App ของตัวเองให้พร้อมแล้วแทบทุกเจ้า แต่ก็ต้องยอมรับว่าในมุมผู้บริโภค เม็ดเงินที่ซื้อส่วนนี้ยังไม่มากเท่าช่องทางอื่นๆ แต่หาได้แคร์ไม่ ผู้เล่นต่างๆในกลุ่มค้าปลีกในปี 2023 ผมคาดการณ์ว่าจะมุ่งเน้นไปที่ Omnichannel เพราะจุดแข็งของกลุ่มค้าปลีกนี้ที่มีเหนือ E-Marketplace และ Social Media Platform ต่างๆคือหน้าร้าน สาขาต่างๆที่ตอนนี้คนไทยหันกลับมาเดินห้างฯกันมากขึ้น ยอดขายแทบจะกลับไปเป็นปกติเหมือนช่วงก่อนโควิดกันแล้ว และยิ่งนักท่องเที่ยวกลับเข้ามาแล้วด้วย ยอดขายผ่านหน้าร้านคือเป้าหมายหลักในปี 2023 อย่างแน่นอน
เทรนด์ที่จะเกิดขึ้นในกลุ่มนี้ คือการลงทุนทำ Omnichannel สร้างประสบการณ์การช้อปปิ้งที่ไร้รอยต่อ ทั้ง Online & Offline เข้าไว้ด้วยกัน นอกจากห้างสสรรพสินค้า ช้อปปิ้งมอล์แล้ว ปีนี้จะมีการลามไปถึงร้านขายของชำ(ร้านโชว์ห่วย) จะเกิดการแข่งขันจากผู้เล่นรายใหญ่หลายราย ทั้ง Central, Makro, CJ, KBANK, WHA Logistics ที่พยายามเข้าไปอัพเกรดร้านของชำให้เป็นค้าปลีกยุคใหม่ ช่วยเอาระบบเข้าไปให้ใช้ เข้าไปช่วยบริหารสต็อคให้ ผู้เล่นหลายรายจะเริ่มรุกหนักในปีนี้ เช่น ร้านถูกดีมีมาตรฐาน ของ CJ & KBANK, ร้านยิ้ม ของเครือ Central, ร้านมั่งมี ที่ได้รับเงินลงทุนจาก WHA Logistics
ค้าปลีกในช่วงหลังโควิด จะหมดยุคแล้วที่จะมาแบ่ง E-Commerce หรือ Non E-Commerce แต่จะเหลือเพียง Retail เท่านั้น ผู้เล่นที่มอบประสบการณ์ที่ดีในการซื้อที่ไหนก็ตามได้ ก็จะได้ใจผู้บริโภคไป

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Back to top button
X
%d bloggers like this: