Bizlifestyle

เปิดจักรวาลหาคำตอบ UFO มีจริงหรือไม่? และคำเตือนจาก ‘สตีเฟ่น ฮอว์กิ้ง’

ก่อนจะไปพูดถึงว่ายูเอฟโอมีจริงหรือไม่ ควรทราบก่อนว่ายูเอฟโอ นั้นย่อมาจากคำว่า Unidentified Flying Object (UFO) ซึ่งแปลให้เข้าใจง่ายๆคือ วัตถุบางอย่างที่พบว่าบินอยู่บนฟ้าแต่ไม่สามารถระบุได้ว่าคืออะไร

ด้วยนิยามกว้างๆของยูเอฟโอนี้ คำว่ายูเอฟโอจึงไม่ได้เจาะจงว่าเป็นยานอวกาศที่มาจากต่างดาว
ใช่ครับ… มันอาจจะเป็นวัตถุอะไรก็ได้ที่อาจถูกปล่อยมาจากคนบนโลกนี้หรือเป็นวัตถุอะไรบางอย่างที่มาจากนอกโลก
แต่ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาวเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
ความหมายของยูเอฟโอ ถูกกำหนดไว้กว้างๆมานานแล้ว เป็นการทิ้งไว้เพื่อรอให้วันหนึ่งนักดาราศาสตร์จะมาอธิบายเป็นกรณีไป
เหมือนจะกั๊กนิดหน่อยนะครับ เพราะอดีตที่ผ่านมาคนที่คลั่งในทฤษฎีสมคบคิดพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อยืนยันว่ามีมนุษย์ต่างดาวเคยมาเยือนโลกเราจริงๆ ด้วยการตัดต่อภาพลงสื่อให้คนเชื่อแบบนั้น
จนกระทั่ง มีผู้นำคลิปการพบวัตถุลึกลับบนน่านฟ้าระหว่างการฝึกซ้อมบินของกองทัพอากาศสหรัฐเมื่อไม่กี่ปีมานี้ และทำให้นาซ่า(NASA) ออกยอมรับว่าเป็นภาพที่บันทึกได้จริง
ดังนั้น จากคลิปดังกล่าวยิ่งทำให้ผู้ที่เชื่อว่ายูเอฟโอมีจริงปักใจอย่างแน่นอน
ในขณะที่ผู้ไม่เชื่อก็มีเหตุผลมาหักล้างต่างๆนานา
อย่างไรก็ตาม หลายสิบปีที่ผ่านมาในประเทศไทยเองก็เคยมีข่าวว่ามีคนพบเห็นยูเอฟโอในหลายพื้นที่
ซึ่งผมขอเลือกมาเพียงบางแห่ง ว่าข่าวที่ออกมานั้นพบเจอกันที่ไหนบ้าง เพื่อให้ผู้อ่านได้ลองใช้วิจารณญาณว่ายูเอฟโอมีจริงหรือไม่
***
ปี 2546 อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์ มีข่าวว่าชาวบ้านมักเห็นจานบินอยู่เหนือน่านฟ้า อีกทั้งมีมนุษย์อวกาศเดินลงมาจากยาน และสามารถถ่ายภาพเก็บไว้ได้
เกือบ 20 ปีที่แล้ว ชาวบ้านเชื่อว่ามนุษย์ต่างดาวกลุ่มนี้มาซ่องสุมกำลัง ในพื้นที่ อ.ท่าตะโก
ก่อนกระแสข่าวดังกล่าวจะค่อยๆเงียบหายไป
***
ข่าวการพบเห็นยูเอฟโอที่ฮือฮาที่สุดคือการโผล่มาให้คนใน กทม. ย่านลาดพร้าว ได้เจอกันเป็นจำนวนมาก วันนั้นเป็นวันที่ 18 ต.ค. 2554ชาวบ้านละแวกลาดพร้าวยืนยันว่าพบวัตถุประหลาดบนท้องฟ้า รูปทรงคล้ายๆ สามเหลี่ยม
วันที่ 22 ต.ค. หรืออีกแค่ 4 วันต่อมาหลังจากพบวัตถุประหลาด เวลาประมาณ 20.00 น. ย่านลาดพร้าวก็มีผู้พบเห็นวัตถุรูปร่างประหลาดอีกครั้ง ในข่าวรายงานว่าวัตถุดังกล่าวบินด้วยความเร็วสูงบินจากทิศตะวันตกมุ่งไปตะวันออกและใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาเท่านั้น
***
ปี 2558 ลือกันว่าเณรและพระลูกวัดนาทวี อ.นาทวี จ.สงขลา เห็นวัตถุลึกลับบินผ่านหลังคาโบสถ์ 3 ลำ โดยบินตามกันมา มีดวงไฟกลมใหญ่สีขาวนวลอยู่ด้านล่าง เคลื่อนที่จากทางทิศเหนือไปทางทิศใต้ ด้วยความเร็วไร้เสียง นอกจากนี้วัตถุประหลาดลำที่ 3 ยังมีปีกรูปร่างคล้ายนก และมีแสงสีส้มวิ่งวนรอบๆขอบของจานบิน
***
ล่าสุดปี 2563 กฤษณะ อินทร์วรรณ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ พร้อมเพื่อนอีก 2 คน สามารถถ่ายคลิปบันทึกภาพวัตถุแปลกประหลาดบนท้องฟ้าไว้ได้
นายกฤษณะ เล่าว่า คลิปนั้นถ่ายช่วงเวลาประมาณบ่ายโมงของวันที่ 20 ก.ค. ระหว่างที่เขาและเพื่อน ขึ้นมานั่งเล่นเดินเล่นบนชั้นดาดฟ้าของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แล้วสังเกตเห็นวัตถุลึกลับที่ดูคล้ายจานบินหรือลอยอยู่บนฟ้าเหนือดอยสุเทพ จึงได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปไว้ ซึ่งวัตถุดังกล่าวมีสีดำลักษณะกลมรี
นายกฤษณะ ยอมรับว่าเมื่อแรกเห็นคิดว่าวัตถุดังกล่าวอาจจะเป็นโดรน แต่เนื่องจากบริเวณดังกล่าวอยู่ในเขตควบคุมการบินซึ่งเป็นแนวขึ้นลงของเครื่องบิน โดรนจึงไม่สามารถขึ้นบินได้ ส่วนโคมลอยหรือลูกโป่งก็ไม่น่าเป็นไปได้เพราะวัตถุดังกล่าวลอยนิ่ง เคลื่อนตัวไปมาบางครั้งและทวนกระแสลมได้ด้วย
หลังจากมีการเผยแพร่คลิปนี้ออกไป ก็มีผู้นำโดรนมาลองขึ้นบินทดสอบบริเวณใกล้เคียง ปรากฏว่าไม่สามารถนำโดรนขึ้นบินได้ เพราะอยู่ในเขตห้ามบิน โดยมีการส่งสัญญาณจากเจ้าหน้าที่สั่งให้นำโดรนบินลง
นั่นเป็นเพียงไม่กี่ข่าวจากหลายๆข่าวที่ปรากฏบนสื่อว่าเคยมีการพบเห็นยูเอฟโอในประเทศไทย
การพบเจอยูเอฟโอในไทยและต่างประเทศ ทำให้มีคำถามตามมาว่า
“เราไม่ได้เป็นสิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์ดวงเดียวในจักรวาลอันกว้างใหญ่ใช่หรือไม่”
คำถามนี้ยังไม่มีนักดาราศาสตร์ระดับโลกคนไหนฟันธงได้ชัดเจนนะครับ
เนื่องจากในจักรวาลมีกาแลคซี่อยู่มากมายนับไม่ถ้วน ในหนึ่งกาแลคซี่มีดวงดาวมากกว่าพันล้านดวง ยังมีดาวเคราะห์ในกาแลคซี่ทางช้างเผือกที่ห่างจากโลกไกลหลายล้านปีแสงและในกาแลคซี่นี้ยังมีดาวเคราะห์อีกนับล้านๆดวงที่มนุษย์ยังไม่สามารถไปสำรวจหรือพบเจอ
สตีเฟ่น ฮอว์กิ้ง (Stephen Hawking) นักจักรวาลวิทยาและนักฟิสิกส์ทฤษฎีชื่อดังของโลก ( 8 ม.ค. 1942 – 14 มี.ค. 2018) เคยกล่าวถึงสิ่งมีชีวิตนอกโลกผ่านทางสารคดีช่อง ดิสคัฟเวอรี เมื่อปี 2010 ไว้อย่างน่าสนใจ
ฮอว์กิ้ง นักฟิสิกส์ที่คนทั้งโลกยกย่องว่าเก่งที่สุดในโลก นับตั้งแต่การปรากฏตัวของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เคยให้เหตุผลแห่งความกลัวเอาไว้อย่างละเอียดว่า
ถ้าหากสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาในต่างดาวมีอยู่จริงในจักรวาลอันไพศาลนี้ มนุษย์ต่างดาวเหล่านั้นอาจ “ไม่เป็นมิตร” อย่างที่มนุษย์บนโลกเราคาดหวังไว้ก็เป็นได้
ความหมายของฮอว์กิ้ง คือ มนุษย์ไม่ควรพยายามค้นหาสิ่งมีชีวิตที่อยู่ภายนอกอวกาศนั้น เพราะในที่สุดแล้วหากพบสิ่งมีชีวิตซึ่งทรงภูมิปัญญาความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของพวกเขาจะสร้างหายนะให้แก่มนุษยชาติในที่สุด
นอกจากนี้ จากสารคดีดังกล่าวยังทำให้ผมเข้าใจอีกว่า เราไม่ควรกระเสือกกระสนค้นหามนุษย์ต่างดาวหรือหาคำตอบว่าภายนอกอวกาศอันไกลโพ้นนั้นมีสิ่งมีชีวิตอื่นอยู่อีกหรือไม่
อย่าลืมนะครับ เมื่อ 200 กว่าปีที่ผ่านมา เผ่าพันธุ์มนุษย์ยังหลงใหลในการล่าอาณานิคม และความต้องการจะไปยึดครองดาวดวงอื่นของมนุษย์ทุกวันนี้ก็ยังอยู่ในดีเอ็นเอไม่ได้น้อยลงเลยสักนิด
“ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็มีความเป็นไปได้ว่า มนุษย์ต่างดาวเหล่านี้อาจเข้าไปฉกฉวยประโยชน์จากดาวเคราะห์ใหม่แต่ละดวงไปเรื่อยๆ เพื่อประโยชน์ในการสร้างยานอวกาศเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วเคลื่อนกำลังต่อไป ใครจะไปรู้ว่าขีดจำกัดของพวกนี้อยู่ตรงไหน” ฮอว์กิ้ง กล่าว
สรุปแล้ว ฮอว์กิ้ง เตือนว่าหากเราเจอสิ่งมีชีวิตที่ทรงภูมิปัญญามากกว่า เผ่าพันธุ์มนุษย์ก็อาจถึงเวลาสูญสิ้น
โอเค เราอาจจะอยากรู้ว่าโลกใบเล็กๆ ใบนี้ซึ่งไม่ต่างอะไรกับทรายเม็ดหนึ่งบนทะเลทรายอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา เป็นดาวเคราะห์เพียงดวงเดียวที่มีสิ่งมีชีวิตหรือไม่
หลายคนเชื่อว่าดวงดาวที่มีอยู่นับล้านล้านล้านดวงในเอกภพนี้ต้องมีสักดวงซึ่งอยู่ห่างไกลจากเราหลายล้านปีแสงที่มีสิ่งมีชีวิตอื่นกำเนิดขึ้นมาบ้าง
ด้วยความเชื่อนี้ กับระยะทางที่ไกลขนาดนั้นถ้าพวกเขาสามารถมาหาเราได้ เขาคงไม่มาแค่เที่ยวชมดูความเป็นอยู่ว่าเราสบายดีหรือเปล่าหรอกครับ นั่นคือสิ่งที่ฮอว์กิ้งพยายามอธิบาย
แต่นักจักรวาลวิทยาที่ฉลาดที่สุดในโลกคนนี้ไม่ได้ยืนยันนะครับว่ายูเอฟโอมีจริงหรือไม่
มาถึงบรรทัดนี้ ระหว่างยูเอฟโอ กับมนุษย์ต่างดาว เราควรกลัวอะไรมากกว่ากัน
สำหรับตัวผู้เขียนแล้ว ไม่เชื่อว่ามียูเอฟโอครับ
(โดย… ธนก บังผล)
ภาพจาก ผู้ใช้เฟซบุ๊กบัญชี Mark Margavage’s Weather Discussion Page

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back to top button
X
%d bloggers like this: