Bizlifestyle

เดินวันละ’หมื่นก้าว’ดีจริงหรือ?

            หลายท่านคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “จงเดินให้ได้วันละหมื่นก้าว แล้วสุขภาพจะดี” และบางท่านอาจจะรู้สึกท้อใจที่พยายามเดินเท่าไร ก็ยังไม่ถึงเป้าเสียที

จริงๆ แล้ว ที่มาของคำกล่าวนี้มาจากคำโฆษณาของบริษัทญี่ปุ่นที่ผลิตเครื่องนับก้าว (pedometer) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1965 และยังคงติดหูผู้คนทั่วไปอยู่จนถึงปัจจุบัน

จะว่าไป เป้าหมายการเดินวันละหมื่นก้าวเพื่อสุขภาพที่ดีก็มีเหตุผลรองรับอยู่เหมือนกัน เพราะคนวัยทำงานมักจะเดินได้วันละราว ๆ 5,000 – 7,000 ก้าว ถ้าเพิ่มการเดินออกกำลังกายอีกวันละ 30 นาที (น่าจะได้อีก 3,000 – 4,000 ก้าว) รวมแล้วก็น่าจะใกล้เคียง 10,000 ก้าวต่อวัน

อย่างไรก็ตาม มีงานวิจัยเร็ว ๆ นี้ที่พิสูจน์ว่าการเดินที่ต่ำกว่าเป้าหมายวันละหมื่นก้าว (เดินให้ได้วันละ 7,000 – 10,000 ก้าว) ก็ยังส่งผลดีต่ออัตราการเสียชีวิตของผู้ร่วมวิจัยไม่น้อยกว่าการเดินวันละหมื่นก้าวเช่นกัน

ดังนั้น การเดินให้ได้อย่างน้อยวันละ 7,000 – 8,000 ก้าวน่าจะมีประโยชน์ต่อต่อสุขภาพอย่างแน่นอน

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีงานวิจัยอีกหลายชิ้นที่พิสูจน์ว่าการเพิ่มจำนวนก้าวเดินให้มากขึ้นส่งผลดีต่อสุขภาพมากกว่าการเดินให้ถึงเป้าหมาย (เป็นจำนวนก้าวต่อวัน) ด้วยซ้ำไป

ตัวอย่างเช่น งานวิจัยทำในคนไข้โรคเบาหวานที่ให้คนไข้เดินเพิ่มขึ้นจากการเดินเฉลี่ยวันละ 5,000 ก้าวเป็น 6,200 ก้าว ทำให้คนไข้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น อีกงานวิจัยหนึ่งทำในคนไข้หญิงสูงอายุที่มีไขมันในเลือดสูงที่ให้คนไข้เดินเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 6,800 เป็น 8,500 ก้าวต่อวัน พบว่าช่วยให้ระดับไขมันในเลือดลดลง

นอกจากนั้น ยังมีงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งที่เปรียบเทียบคน 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเดินน้อยกว่าวันละ 4,000 ก้าวกับกลุ่มที่สองเดินมากกว่าวันละ 8,000 ก้าว พบว่ากลุ่มที่เดินมากมีอัตราการเสียชีวิตน้อยกว่ากลุ่มที่เดินน้อย

ดังนั้น สรุปว่าถ้าท่านสามารถเดินได้ถึงหรือเกินวันละหมื่นก้าวอยู่แล้ว ก็ขอให้เดินต่อไป แต่ถ้าท่านเดินได้น้อยกว่านั้น ก็ไม่ต้องท้อนะครับ ขอให้ลองตั้งเป้าหมายและเดินให้ได้สักวันละ 8,000 ก้าว เชื่อว่าสุขภาพของท่านจะดีขึ้นแน่ ๆ

            แต่ถ้าใครที่เดินได้น้อยจริง ๆ ลองเริ่มตั้งเป้าหมายที่จะพยายามเดินเพิ่มขึ้นสักวันละ 1,000 – 2,000 ก้าว แล้วปฏิบัติให้จริงจังนะครับ ถ้าทำได้แล้วก็ค่อย ๆ ขยับเป้าหมายขึ้นไปช้า ๆ ค่อยเป็นค่อยไป เชื่อว่าการเดินให้มากขึ้นส่งผลดีต่อสุขภาพของท่านอย่างแน่นอนครับ

 

บทความโดย รองศาสตราจารย์ นายเเพทย์รุ่งนิรันดร์ ประดิษฐสุวรรณ
สาขาวิชาอายุรศาสตร์ปัจฉิมวัย ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Back to top button
X
%d bloggers like this: