Biznews

“เดอะมอลล์” เล็ง 68 วันกวาดหมื่นล้าน

หลังจากที่สถานการณ์ต่างๆ เริ่มกลับมามีทิศทางที่แจ่มใสขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมาตรการช้อปช่วยชาติที่ภาครัฐหวังปลุกอารมณ์ในการจับจ่ายใช้สอย
บวกกับเข้าสู่ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ทำให้ธุรกิจค้าปลีกมีสีสันมากขึ้น

ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ กรุ๊ป ซึ่งประกอบด้วยเดอะมอลล์ , ดิ เอ็มโพเรียม และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ถือโอกาสช่วงไฮด์ซีซันนี้จัด แคมเปญส่งท้ายปีในชือ “Gift of Life 2018” ภายใต้งบ 400 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 7 มกราคม 2561 รวมระยะเวลาท้ังสิ้น 68 วัน โดยตั้งเป้ารายได้ 11,000 ล้านบาทในช่วงดังกล่าว ส่งผลให้ยอดขายรวมของเดอะมอลล์กรุ๊ปสิ้นปี 2560 ที่ 56,000 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 4%

ชำนาญ เมธปรีชากุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวถึง การเตรียมรับกำลังซื้อในช่วงเทศกาลปีใหม่ของ 3 ห้างสรรพสินค้าชั้นนำในกลุ่มเดอะมอลล์ กรุ๊ป ว่า เพื่อรองรับกำลังซื้อที่คาดว่าจะเพิ่มในช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปี ได้เตรียมจัดแคมเปญสำหรับ 3 ห้างสรรพสินค้า ให้ตอบโจทย์การทำการตลาดในยุครีเทล 4.0 เพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิตอลที่เปลี่ยนไป ภายใต้ 4 กลยุทธ์ที่ใช้มาต้ังแต่ครึ่งปีหลังคือ 1. Customer Centric ผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางครีเอทรายละเอียดการสื่อสารในทุกด้านตามคาแรคเตอร์ทั้ง 3 ห้าง 2. Martrix Marketing การผสมสานทุกความต่างที่มีความเหมือนกันอย่างลงตัว 3. Digital Lifestyle และกลยุทธ์สุดท้าย Customer Joint Experience การสร้างประสบการณ์ใหม่ๆให้กับลูกค้า

โดยในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีนี้ เดอะมอลล์กรุ๊ป ได้จัดแคมเปญปีใหม่ให้มีความแตกต่าง ตามคาแรคเตอร์ของ 3 ห้างฯ ในขณะที่มีความเหมือนของฟังก์ชั่นนอล (Functional) ในการลดราคาสินค้า ควบคู่กับวิธีการนำเสนอให้เหมาะกับยุคดิจิตอลไลฟ์สไตล์ โดยจัดทำภาพยนต์สั้น 3 เรื่อง 3 ธีม 3 ห้างฯ ดังนี้

ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายหลักคือกลุ่ม Family เจน X ไปจนถึง เจน y ปลายๆ ในสัดส่วน 65% ได้จัดแคมเปญภายใต้ชื่อ เพราะคุณคือของขวัญ The Mall Gift is You แนวคิดง่ายๆแต่มีความหมาย เพื่อสื่อสารกับลูกค้ากลุ่มใหญ่ของห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ที่ต้องการความพิเศษ แต่เข้าใจง่าย ในการสื่อสารผ่านหนังสั้น Gift is You ซึ่งเผยแพร่ใน Facebook ; themallthailand

นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรม “WRAPPING STUDIO” การรังสรรค์ของขวัญปีใหม่ ที่เลือกออกแบบได้ตามต้องการ ผ่านทางแอปพลิเคชั่น เริ่มตั้งแต่การเลือกกันกระแทกสีสันสดใสและ Topping ตกแต่งรูปร่าง ๆ ภายในกล่องเพิ่มความน่าสนใจให้กับของขวัญ พร้อมนำเสนอกระดาษห่อของขวัญลวดลายน่ารัก ๆ พร้อมความหมายดี ๆ ให้เลือกมากถึง 10 ลาย ได้แก่ สมหวังดังใจ, จังหวะนี้มีความสุขที่สุด, เพราะคุณคือของขวัญ, อยู่ข้าง ๆ กันตลอดไปนะ, สวัสดีปีด๊อก, ปีใหม่ที่ดีที่สุดคือการได้อยู่ด้วยกัน, Gift Is You Family, ขอบคุณที่ทำให้ยิ้มตลอดปี, สวัสดีปีใหม่ขอให้เป็นปีที่สดใส และ เอาความสุขมาส่ง รวมถึงการเลือกรูปแบบการผูกโบว์ต่าง ๆ ให้เป็นไปตามที่ต้องการ

ขณะที่ พารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ เพื่อให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมายเจน x บวก เจน y ปลายๆ ที่กินสัดส่วน 60% และตอกย้ำความเป็น ช้อปปิ้งเดสติเนชั่น ที่สำคัญใจกลางกรุงเทพฯ จึงจัดปีใหม่ขึ้นในธีม Paragon Gift of Bangkok นำทุกไลฟ์สไตล์ กิน เที่ยว ช้อป ชิลล์ ดูแลสุขภาพ ,ความเชื่อในเรื่องของโชคลาภ และการเสริมสร้างดวงชะตา ฯลฯ ซึ่งเป็นวิถีชีวิตคนกรุงเทพฯ ที่ฮอตฮิต มาสื่อสารให้สอดคล้องกับของขวัญปีใหม่ที่คัดสรรมานำเสนอเป็นพิเศษในเทศกาลปีใหม่นี้

ทั้งนี้ยังได้จัดพื้นที่พิเศษกว่า 100 ตารางเมตร ที่บริเวณ ชั้นM (ติดกับแผนกShoes& Bags) ให้เป็นสตูดิโอสำหรับห่อของขวัญแบบครบวงจรทั้งลวดลายกระดาษที่มีให้เลือกมากมาย รวมถึงบริการ Customized Photo Gift Tag ที่สามารถถ่ายรูปคนให้ของขวัญ แนบไปพร้อมกับคำอวยพร ที่จะทำให้คนรับประทับใจ

ด้านห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มโพเรียม ที่มีกลุ่มเป้าหมายหลักคือเจน y ตอนปลายด้วยสัดส่วนถึง 70% ด้วยคอนเซ็ปต์ Emporium Relations Gift เน้นการสร้างประสบการณ์ร่วมที่สื่อผ่านความสัมพันธ์ ความผูกพัน และ ชีวิต โดยมองว่า Every little moment is the gift of life ของขวัญเป็นตัวแทนของความสัมพันธ์ของทุกๆคน โดยสื่อสารผ่านหนังสั้น “Girlhattan” (เกิร์ลฮัตตั้น) กำกับภาพยนต์โดย บาส ณัฐวุฒิ พูนพิริยะ ผู้กำกับภาพยนต์ ฉลาดเกมส์โกง พร้อมด้วย จูน จูน พัชชา พูนพิริยะ น้องสาว มาร่วมแสดง ซึ่งเป็นครั้งแรกของทำภาพยนต์เพื่อการตลาดของห้างสรรพสินค้าที่ไปถ่ายทำถึงนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ปัจจุบันมีเข้าชมแล้วกว่า 2 ล้านวิว

ไฮไลท์ของเอ็มโพเรียมที่นอกจากจะมีหนังสั้นแล้ว ขาช้อป ยังพลาดไม่ได้กับการจัด Black Friday ครั้งแรกในประเทศไทยในวันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายนนี้ ด้วยการลดราคาสินค้าลงกว่า 50-80% ในระยะเวลาเพียง 3 ชั่วโมง ตั้งแต่ 18.00 น.-21.00 น.

ชำนาญกล่าวปิดท้ายว่า สำหรับ การนำกลยุทธ์ Consumer Centric ที่ผสมผสานกับ Digital lifestyle ในการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆให้กับลูกค้าผ่านแคมเปญเทศกาลปีใหม่ของแต่ละห้างฯ ในปีนี้ ถือเป็นการตอบโจทย์ลูกค้าในยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน รวมถึงตอบสนองกับวิธีชีวิตของคนไทยที่กำลังเข้าสู่ยุคดิจิตอล 4.0 โดยคาดว่าช่วงปีใหม่นี้ สามารถสร้างยอดขายได้รวมกว่า 11,000 ล้านบาท ส่งผลให้ยอดขายรวมของเดอะมอลล์กรุ๊ป สิ้นปี 2560 ได้ถึง 56,000 ล้านบาท ตามเป้าหมายที่วางไว้

ขณะที่มุมมองในปีหน้า คาดว่าสถานการณ์น่าจะกลับมาดีขึ้นจากปัจจัยบวกต่างๆ แต่ก็ต้องมีการเตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญต้องรู้จักลูกค้าให้มากขึ้นเพราะเป็น New Retail ขณะที่กระแสเทคโนโลยีที่เข้ามาก็ต้องโอบกอดเทคโนโลยีผสมกับสิ่งที่มีให้เป็นเนื้อเดียวกันเพื่อก้าวต่อไป ต้องตื่นตัวแต่ไม่ตื่นตูม ส่วนรายได้ในปีหน้านั้น เดอะมอลล์ กรุ๊ปต้ังเป้าเติบโตเบื้องต้นไว้ที่ 4% เท่ากับปีนี้ ส่วนจะได้มากกว่าน้ันก็ถือว่าเป็น “กำไร”

Related Articles

Back to top button
X
%d bloggers like this: