Biznews

‘เซเว่นฯ’ ฟุ้ง Q1 กวาดรายได้ 2 แสนล้าน พร้อมทุ่มงบฯ 1.2 หมื่นล้าน เปิดอีก 700 สาขา

บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL แจ้งผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า บริษัท และบริษัทย่อย มีรายได้รวม 222,372 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นร้อยละ 11.2 มาจากการปรับเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ รวมถึงธุรกิจค้าส่งค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค ที่ธุรกิจแม็คโครและโลตัสส์มีการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการดีขึ้นเช่นกัน

โดยในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทมีกำไรขั้นต้นจากการขายและบริการเท่ากับ 46,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.4 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 4,123 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 19.4 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน มีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายและบริการของทุกกลุ่มธุรกิจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจร้านสะดวกซื้อ และธุรกิจแม็คโครที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นในงบการเงินรวมของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 21.7 จากร้อยละ 21.5 ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

ซึ่งบริษัทมีต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเท่ากับ 43,178 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.4 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ค่าใช้จ่ายกลุ่มต้นทุนในการจัดจำหน่ายมีจำนวน 36,297 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.4

ขณะที่กลุ่มค่าใช้จ่ายในการบริหารมีจำนวน 6,880 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.0 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยประเภทค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นหลัก ๆ ประกอบด้วย ค่าสาธารณูปโภคสืบเนื่องมาจากการปรับเพิ่มขึ้นของค่าไฟต่อหน่วย ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์ตอบแทนพนักงาน และค่าโฆษณาและส่งเสริมการขาย ซึ่งเพิ่มขึ้นตามรายได้ และการขยายสาขา

สำหรับผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ในช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ธุรกิจร้านสะดวกซื้อเปิดร้านสาขาใหม่ 209 สาขา ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทมีจำนวนร้านสาขาทั่วประเทศรวมทั้งสิ้น 14,047 สาขา

โดยธุรกิจร้านสะดวกซื้อมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการรวม 94,634 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.8 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ในไตรมาสนี้มียอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวัน เท่ากับ 78,735 บาท และยอดขายเฉลี่ยของร้านสาขาเดิมเพิ่มขึ้นเท่ากับร้อยละ 8.0 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดซื้อต่อบิลโดยประมาณ 84 บาท ในขณะที่จำนวนลูกค้าต่อสาขาต่อวันเฉลี่ย 941 คน

สำหรับสัดส่วนของรายได้จากการขาย ร้อยละ 74.5 มาจากสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม และร้อยละ 25.5 มาจากสินค้าอุปโภค ซึ่งสัดส่วนรายได้ในกลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่มปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค รวมทั้งมีการออกสินค้าใหม่ควบคู่กับโปรโมชั่นของกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม

อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนจะพัฒนาช่องทางการจำหน่ายสินค้าและบริการ ทั้งแพลตฟอร์มออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งรวมถึงการขยายเครือข่ายร้านสาขาต่อเนื่องไปตามการขยายตัวของชุมชน โครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ แหล่งท่องเที่ยว และทำเลที่มีศักยภาพอื่น ๆ

โดยบริษัทวางแผนจะลงทุนเปิดร้านสาขาใหม่ในประเทศไทยอีกประมาณ 700 สาขาในปีนี้และมีเป้าหมายที่จะเปิดร้านสาขาในประเทศกัมพูชาให้ครบ 100 สาขา รวมถึงเปิดสาขาแรกในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวในปี 2566 คาดว่าจะใช้งบฯลงทุนประมาณ 12,000-13,000 ล้านบาท

Related Articles

Back to top button
X