Biznews

เช็กเลย! เคาะ 8 มาตรการ‘ลดค่าครองชีพ’รอบใหม่ 3 เดือน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า หลายคนต้องการทราบถึงมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจจากสถานการณ์วิกฤตพลังงาน ซึ่งมีแนวโน้มยืดเยื้ออยู่ในขณะนี้จากสถานการณ์ความขัดแย้งในยุโรปเราคาดว่าจะส่งผลกระทบหนักหน่วงในหลายมิติ

 
ขณะเดียวกันราคาน้ำมันตลาดโลกปรับตัวตลอด สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องกว่าครึ่งปี100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นทุกวัน บางวันลดลงเล็กน้อย บางประเทศงดการส่งออกโภคภัณฑ์ที่จำเป็น ทำให้ห่วงโซ่อุปทานของบริโภคขาดแคลน คงเข้าใจคำว่าห่วงโซ่อุปทานมันมีผลผูกพันกันทั้งสิ้น เงินเฟ้อสูงทั่วโลก
 
ทั้งนี้ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ยุโรป สูงกว่าร้อยละ 8 ในรอบหลายสิบปีทำให้ปัญหาค่าครองชีพของประชาชนปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น สินค้าราคาแพง และเสี่ยงที่จะฟื้นตัวจากเศรษฐกิจที่ชะงักลงในปัจจุบัน รัฐบาลได้ติดตามอย่างต่อเนื่อง กังวลใจไม่น้อยกว่าทุกๆท่าน ได้สั่งการให้มีการประชุมหรืออยู่ตลอดเวลา เพื่อศึกษาแนวทางอันเป็นประโยชน์ที่จะสามารถดำเนินการแก้ปัญหาบรรเทาความเดือดร้อน
 
ที่ประชุมครม.มีมติเห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบประชาชนและภาคธุรกิจเร่งด่วน ทั้งมาตรการใหม่และขยายมาตรการเดิมที่จะสิ้นสุดในสิ้นเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม นี้ ดังนี้
 
1.ตรึงราคาขายปลีกก๊าซเอ็นจีวี 15.59 บาทต่อกิโลกรัม สำหรับเอ็นจีวีภายใต้โครงการเอ็นจีวีเพื่อลมหายใจเดียวกัน สำหรับแท็กซี่ในกรุงเทพฯและปริมณฑลอยู่ที่ 13.62 บาทต่อกิโลกรัม เป็นเวลา 3 เดือนตั้งแต่วันที่ 16 มิ.ย.-15 ก.ย.65
 
2. กำหนดกรอบการขายปลีกแอลพีจี 408 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัมเป็นเวลา 3 เดือน ตั้งแต่เดือน ก.ค.-ก.ย.
 
3.ขยายเวลาให้ส่วนลดราคาแอลพีจี ร้านค้า หาบเร่แผงลอยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่เกิน 100 บาทต่อราย/เดือน ต่อไปอีก 3 เดือน ถึงเดือนก.ย.65 ส่วนผู้มีรายได้น้อยซึ่งถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่จะได้รับส่วนลดการซื้อก๊าซหุงต้มจำนวน 100 บาทต่อราย 3 เดือน
 
4.อุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลร้อยละ 50 ในส่วนที่ราคาขายสูงกว่า 35 บาทต่อลิตรเป็นเวลา 3 เดือน ถึงก.ย.65
 
5.คงค่าราคาตลาดน้ำมันดีเซลไม่เกิน 1.40 บาทต่อลิตร
 
6.ดึงกำไรจากโรงกลั่นน้ำมัน นำส่งกำไรจากค่าการกลั่นส่วนหนึ่งเข้ากองทุนน้ำมัน เพื่อลดภาระค่าน้ำมันให้กับประชาชนทั้งดีเซลและเบนซินในช่วง 3 เดือน ก.ค.-ก.ย. ไปก่อน อันนี้เป็นการขอความร่วมมือก็ต้องขอขอบคุณบรรดาสถานประกอบการที่ให้ความร่วมมือต่อเรื่องนี้
 
7.มาตรการทางภาษีสำหรับบริษัท ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ในการจัดอบรม สัมมนา จัดนิทรรศการ การจัดแสดงสินค้าในประเทศเพื่อให้เกิดการกระตุ้นการท่องเที่ยว สนับสนุนเศรษฐกิจภายในประเทศ สนับสนุนห่วงโซ่อุปทานการท่องเที่ยว ส่งเสริมการบริโภคและการจ้างงานเป็นเวลา 6 เดือน ตั้งแต่ 15 ก.ค.ถึงสิ้นปี 65 โดยสามารถหักรายจ่ายค่าห้องสัมมนา ค่าเดินทาง และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง โดยเมืองหลักหักได้ 1.5 เท่า เมืองรองได้ 2 เท่า ค่าใช้พื้นที่ออกร้านงานแสดงสินค้าต่างๆหักได้ 2 เท่า
 
8.ขอความร่วมมือกันช่วยประหยัดพลังงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคอุตสาหกรรม และภาคขนส่ง ขอให้ทุกหน่วยงานเร่งออกนโยบายที่เหมาะสมตามสมรรถภาพของตนเอง ไม่ว่าจะเรื่องการเปิดไฟ ปิดไฟ อุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้ ลดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศ ส่งเสริมการใช้ขนส่งมวลชนสาธารณะ ลดการเดินทางที่ไม่จำเป็น ใช้การประชุมออนไลน์ เป็นต้น ซึ่งในส่วนของภาครัฐได้กำหนดไปแล้วให้มีการลดใช้พลังงานลงร้อยละ 20 ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดของหน่วยงานด้วย นี่คือแนวทางที่รัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน
 
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี คาดว่า สถานการณ์ด้านพลังงานจะไม่สิ้นสุดในระยะเวลาอันใกล้ โดยได้ให้ประชุมหารือเตรียมการรับตามสมมติฐาน ในกรณีที่สถานการณ์ยืดเยื้อออกไป ทั้งมิติพลังงานและอาหารที่ต้องวางแผนระยะยาว
 
พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลจะหาแนวทางช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยบนพื้นฐานวินัยการเงินการคลังที่มีความสมดุล ที่จะไม่ให้เกิดภาระในอนาคตมากเกินไป

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Back to top button
X
%d bloggers like this: