Biznews

เจาะพฤติกรรมส่อพิรุธ! ใครฆ่า ‘แตงโม’

เพราะอะไรคนส่วนใหญ่จึงไม่ปักใจเชื่อว่ากลุ่มคนที่อยู่บนเรือสปีดโบ๊ทไม่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของ “แตงโม ภัทรธิดา”  ก่อนจะตอบคำถามนี้ ต้องอธิบายถึง “พิรุธ” ในคืนวันเกิดเหตุ หลังคนกลุ่มนี้ได้ทำลงไปเมื่อแตงโมพลัดตกแม่น้ำเจ้าพระยา คือการ “ปิดบังอำพราง” และ “ทำลายหลักฐาน”

ปิดบังอำพรางจาก “พฤติการณ์” ของคนทั้งหมดที่อยู่บนเรือซึ่งตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เกิดผิดธรรมชาติมนุษย์ทั่วไป
หรือพูดง่ายๆว่า ทำในสิ่งที่คนปกติไม่ทำกัน นั่นคือไม่ให้ข้อมูลกับทีมกู้ภัย ไม่ร่วมอยู่ชี้จุดเกิดเหตุและค้นหาผู้สูญหายที่เพิ่งไปทานข้าว แม้จะอ้างว่าไม่สนิทแต่สำหรับคนที่เพิ่งใช้เวลานั่งเรือล่องเจ้าพระยากับดารานักแสดงที่มีชื่อเสียงระดับ “แตงโม” มาแล้วกว่า 5 ชั่วโมง อย่างน้อยๆ “ความเป็นคน” ก็ต้องอยู่คอยให้ข้อมูลกับกู้ภัยหรือเป็นพยานรู้เห็นให้การกับตำรวจก่อน ไม่ใช่รีบหนีจากที่เกิดเหตุเพื่อไปนัดเจอกันที่อื่นต่อ ซึ่งพฤติการณ์ที่ตอบสนองต่อเหตุเช่นนี้เป็นพิรุธที่มนุษย์ปกติทั่วไปไม่ทำกัน
นอกจากนี้ยังปิดบังอำพรางจาก “คำให้การ” ที่พยายามโยนสาเหตุทั้งหมดเป็นอุบัติเหตุที่แตงโมผิดพลาดแต่เพียงผู้เดียวโดยไม่มีใครรู้เห็นเกี่ยวข้อง
จากคำให้การกับตำรวจจะพบว่ากลุ่มคนบนเรือไม่มีใครมองแตงโมเลยสักคน
เช่น คนนั้นนอนเล่นมือถือหลังเรือทั้งๆที่เรือกำลังแล่น คนนั้นชมวิวแม่น้ำท่ามกลางความมืด คนนั้นขับเรือด้วยความเร็วโดยที่ไม่มีไฟส่องทาง และคนทั้งหมดบนเรือไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ได้ยินเสียงใดๆทั้งสิ้น
ซึ่งในทางปฏิบัติ…มันเป็นไปไม่ได้ คำให้การเหล่านี้แม้ไม่ต้องเข้าเครื่องจับเท็จพูดให้ใครฟังก็ไม่มีใครเชื่อ
เมื่อทุกคนบนเรือแสดงชัดเจนว่าต้องการปัดให้พ้นตัวแล้วยัง “ทำลายหลักฐาน” ด้วยการนำเรือสปีดโบ๊ทไปไว้ที่อื่น
เปรียบเหมือนเวลาถูกโจรงัดรถยนต์ขโมยของที่ลานจอดห้างสรรพสินค้า พอตำรวจมาที่เกิดเหตุคุณกลับเอารถไปล้างอัดฉีดที่คาร์แคร์
ซึ่งไม่เกี่ยวกับ “โง่” หรือ “ไม่รู้” แต่เป็นเรื่องที่คนปกติเขาไม่ทำกัน
หลังวันเกิดเหตุพฤติกรรม “ร้องไห้” ต่อหน้าสื่อและตำรวจ ยิ่งแสดงให้เห็นชัดเจนว่าพยายามเสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น…ซึ่งผิดปกติ ที่ผิดปกติเพราะมันเป็นผลการตอบสนองที่ “ดีเลย์” นานเกินไป
คนทั่วไปเขาจะยืนเสียใจหรือร้องไห้มองแม่น้ำในคืนที่เกิดเหตุนั้นเลย ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเกิดเหตุกับดาราชื่อดังอย่างแตงโม นักข่าวต้องรีบมาทำข่าวอย่างมากมายและคุณจะมีรูปร้องไห้ลงสื่อตั้งแต่คืนนั้น
ไม่ใช่มีภาพจากกล้องวงจรปิดนัดเจอกันที่อู่เรือ
ประเด็นต่อมามีการสมรู้ร่วมคิด คือสร้างเรื่องให้แตงโมไป “นั่งปัสสาวะ” ท้ายเรือ เพื่อโยนความผิดไปให้ผู้ตาย “ทำในสิ่งที่คนทั่วไปไม่ทำ”
ซึ่งชัดเจนว่ามีรูปแบบของการ “เตรียมเรื่อง” แต่ลืมลงรายละเอียดและความเป็นไปได้ จนทำให้คำพูดตรงนี้ฟังแล้ว “ไม่มีน้ำหนัก” เมื่อมาให้การต่อหน้าตำรวจและสื่อแต่ละคนจึงมีแต่ละจุดที่ไม่สัมพันธ์สอดคล้อง
เมื่อเอาคำให้การทั้งหมดมาร้อยเรียงมันจึงกลายเป็นเรื่องแปลกประหลาดขึ้นมาทันที
ความพยายามจากจะปกปิดมากเกินไปก็กลายเป็นการแสดงออกโดยไม่รู้ตัว ทำให้คนที่ได้ฟังรู้ทันทีว่าทุกคนบนเรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการเสียชีวิตของแตงโม
และ…ทุกคนให้การเท็จกับตำรวจ
แต่สิ่งที่ทุกคนบนเรือสปีดโบ๊ทไม่สามารถโกหกได้ก็คือ “สภาพศพ” เพราะภายหลังเมื่อกู้ภัยพบร่างแตงโม สภาพเสื้อผ้า
และรอยแผลที่เกิดบนร่างกายนอกจากจะหักล้างคำให้การแล้วยังสร้างปมใหม่ขึ้นมาอีกคือ
นี่เป็นเหตุทำร้ายร่างกาย หรือ ฆาตกรรม
ซึ่งหลักฐานต่างที่ปรากฏบนสภาพศพนั้นทุกคนบนเรือไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า “ไม่รู้ไม่เห็น”
สาเหตุการเสียชีวิตอาจจะสรุปได้ว่าจมน้ำ แต่คำถามคือเกิดเหตุทำร้ายร่างกายหรือฆาตกรรม หลายคนคงมีคำตอบในใจกันบ้างแล้ว
แน่นอนว่าสำหรับผมเองหากให้สันนิษฐานตามหลักฐานก็มีคำตอบในใจที่สามารถอธิบายได้เช่นกัน แต่ในที่นี้จะขอให้เป็นหน้าที่การสืบสวนของตำรวจต่อไป
คำตอบเดียวที่คนทั้งประเทศกำลังตั้งตารอตอนนี้คือ “ใครฆ่าแตงโม”
ผลสรุปคดีออกมาอย่างไร หวังว่าคงจะไม่จำเป็นต้องใช้สำนวนปิดคดีจากตำรวจเพื่อมาแจงแจงอีกครั้ง

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Back to top button
X
%d bloggers like this: