Biznews

เก็บตังรอเลย!เปิดรายชื่อศิลปินขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์’GRAMMY x RS’

ถ้าคุณเป็นคอเพลงไทย ไม่ว่าคุณจะโตมากับเพลง ‘GRAMMY’ (แกรมมี่) หรือ ‘RS’ (อาร์เอส) เชื่อเหลือเกินว่าคุณต้องเคยอยากให้ศิลปินทั้ง 2 ค่ายยักษ์ใหญ่นี้จัดคอนเสิร์ตร่วมกัน บนเวทีเดียวกัน ด้วยเพลงยอดนิยมจากทั้ง 2 ค่าย เพราะตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ศิลปิน และบทเพลงของทั้ง 2 บริษัทได้พิสูจน์ความเป็นที่สุดของประเทศ พร้อมเป็นเสาหลักในการผลักดัน และขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเพลงไทยให้เติบโตขึ้นมาอย่างต่อเนื่องแบบที่ปฏิเสธไม่ได้

 และวันนี้ ก็ถึงเวลาที่เราทุกคนรอคอย หรือจะเรียกว่าสิ้นสุดการรอคอยก็ว่าได้ เมื่อ ‘GMM MUSIC’ (จีเอ็มเอ็มมิวสิค) และ ‘RS MUSIC’ (อาร์เอสมิวสิค) ได้จัดงานแถลงข่าวที่สร้างปรากฏการณ์ระดับประเทศ ภายใต้ความร่วมมือในการจัดตั้งกิจการร่วมค้าอะครอสเดอะยูนิเวิร์ส (ACROSS THE UNIVERSE JOINT VENTURE) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมจัด SERIES CONCERT 

(ซีรีส์คอนเสิร์ต) ครั้งประวัติศาสตร์ ที่รวบรวมศิลปินตั้งแต่ยุค 90 และยุค 2000 ของทั้ง 2 ค่ายมารวมตัวกันอย่างอัดเเน่น นำโดย เจ เจตริน, ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง, คริสติน่า อากีล่าร์, แร็พเตอร์, ใหม่ เจริญปุระ, โดม ปกรณ์ ลัม, มอส ปฏิภาณ, ลิฟท์-ออย, ทาทา ยัง, เต๋า สมชาย, นิโคล เทริโอ, เจมส์ เรืองศักดิ์, มาช่า วัฒนพานิช, นุ๊ก สุทธิดา, นัท มีเรีย, เกิร์ลลี่ เบอร์รี่, ซาซ่า, โฟร์ ศกลรัตน์, กอล์ฟ พิชญะ, หวาย, 2002 ราตรี, ไชน่าดอลส์, แคทรียา อิงลิช, เนโกะจัมพ์, ญาญ่าญิ๋ง, เฟย์ ฟาง แก้ว, เป๊ก ผลิตโชค, แดน-บีม, ลิเดีย ศรัณย์รัชต์, ชิน ชินวุฒ, บาซู, ไอซ์ ศรัณยู, ดัง พันกร, แบงค์ ปรีติ, ปาน ธนพร, หนุ่ม กะลา, แหม่ม พัชริดา, โบ สุนิตา, ฟลุ๊ค ไอน้ำ, อ๊อฟ ปองศักดิ์, ศรราม,  จั๊ก ชวิน, นิว-จิ๋ว, โจ๊ก โซคูล, อู๋ ธรรพ์ณธร, แอม เสาวลักษณ์, หญิงลี, ไท ธนาวุฒิ, ปีเตอร์ คอร์ป, อี๊ด ฟลาย, ป๊อป ปองกูล, อนัน อันวา และศิลปินอีกมากมาย ซึ่งแน่นอนว่า นี่คือการจัดคอนเสิร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทยที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้นได้ โดยทั้ง 2 บริษัท ลงนามตกลงความร่วมมือในการหยิบจุดแข็งของทั้ง 2 บริษัท ร่วมลงทุน ร่วมลงความเชี่ยวชาญ เพื่อส่งมอบความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้คนไทย ซึ่งเป็นโปรเจกต์ยักษ์ต่อเนื่องแบบ 3 ปี โดยจะมีการกำหนดหน้าหนังการแสดงเป็นปีต่อปี

 

 โดยปี 2023 จะมีการจัด 3 คอนเสิร์ตที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ในเดือนกรกฎาคม กันยายน และตุลาคมตามลำดับ โดยรายละเอียดของแต่ละคอนเสิร์ตจะมีการสื่อสาร โปรโมทแยกเป็นครั้ง ๆ ต่อจากนี้เป็นต้นไป

 นายภาวิต จิตรกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายธุรกิจ จีเอ็มเอ็ม มิวสิค บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สุดที่ความร่วมมือในครั้งนี้เกิดขึ้นได้ ผมขอขอบคุณ และมีความสุขมากที่บุคคลากรที่มีคุณภาพ ทั้งเบื้องหน้า และเบื้องหลัง จากทั้ง 2 ฝ่าย จะมีโอกาสได้ทำงานร่วมกัน เพื่อมอบความสุขที่พิเศษ และยิ่งใหญ่ที่สุดให้กับเเฟนเพลงชาวไทยทุกคน เราจะใช้ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อทำให้คอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์ที่จะเกิดขึ้นในครั้งนี้ เป็นที่น่าจดจำ และเป็นกรณีศึกษาที่เป็นประโยชน์อย่างไม่ลืมเลือน สุดท้ายนี้ผมขอขอบคุณทีมงานอาร์เอสมิวสิคทุกท่าน ที่ร่วมกันผลักดัน และสร้างปรากฎการณ์ระดับประเทศในครั้งนี้ให้เกิดขึ้น”

 

ด้านนายวิทวัส เวชชบุษกร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ในฐานะกรรมการ กิจการร่วมค้าอะครอสเดอะยูนิเวิร์ส ซึ่งเป็นผู้ดูแลโปรเจกต์นี้ของทาง อาร์เอส กรุ๊ป เปิดเผยว่า “อาร์เอส และ แกรมมี่ เป็นเพื่อนร่วมสร้างอุตสาหกรรมเพลงของไทยมาด้วยกัน ครั้งนี้เป็นโอกาสพิเศษมาก ๆ ที่เราได้มารวมตัวกันเพื่อสร้างปรากฏการณ์ความสุขที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนให้กับแฟน ๆ รวมถึงมอบความสุขให้กับศิลปินทั้ง 2 บริษัท ได้ร้องเพลง และเต้นกันแบบเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ในมุมของธุรกิจ ความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือในรูปแบบ JV เพื่อการจัดคอนเสิร์ต GRAMMY RS โดยเฉพาะ ซึ่งทั้งสองฝ่ายลงทุนเท่ากัน ช่วย Support กันในทุกด้านของการทำงาน ในขณะเดียวกัน เราก็คาดหวังให้แฟนคลับ ศิลปิน ทีมงานทุก ๆ คน มีความสุขจากการเข้าร่วม และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ของคอนเสิร์ต GRAMMY RS ไปด้วยกัน”

 การผนึกกำลังครั้งนี้ของ ‘GMM MUSIC’ (จีเอ็มเอ็มมิวสิค) และ ‘RS MUSIC’ (อาร์เอส มิวสิค) ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่ช่วยเพิ่มสีสัน และสร้างความแปลกใหม่ให้กับทั้งวงการเพลงไทย และวงการการตลาด กระแสความแรง ความพิเศษ และความสนุกที่จะเกิดขึ้นจาก 3 คอนเสิร์ตจากศิลปินกว่า 100 ชีวิต ในปีแรกนี้คงเป็นเรื่องที่พวกเราทุกคนต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด เพราะคำว่า SOLD OUT ในพริบตา คงเป็นสิ่งที่คาดการณ์ และพิสูจน์ได้ว่าปรากฏการณ์ระดับประเทศในครั้งนี้จะจบลงด้วยความสำเร็จอย่างแน่นอน และคาดว่าน่าจะสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 220 ล้านบาทขึ้นไป

Related Articles

Back to top button
X