Biznews

เกิดอะไรขึ้นกับ “Downtown VAT Refund for Tourists?”

ประเด็นร้อนที่สุดในวงการค้าปลีกบ้านเราในเวลานี้ต้องยกให้กับกรณีที่กรมสรรพากร ได้คัดเลือกให้ “เคาน์เตอร์เซอร์วิส” เป็นตัวแทนคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทย หรือที่เรียกว่า VAT Refund for Tourists จุดให้บริการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวนำเงินที่ได้คืนไปซื้อสินค้าและบริการต่อ ไม่ต้องไปขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มที่สนามบิน ซึ่งต้องใช้เวลานานและแออัดมาก ชนะเหล่าห้างสรรพสินค้าชื่อดังที่รวมตัวกันเสนอตัวภายใต้ชื่อบริษัทร่วมทุน แวต รีฟัน เซ็นเตอร์ (ไทยแลนด์)จำกัด ซึ่งมีสมาคมผู้ค้าปลีกไทยเป็นโต้โผหลัก

ทั้งนี้ กรมสรรพากร ได้ออกเอกสารชี้แจงว่าในการพิจารณาคัดเลือกนั้น กรมสรรพากรพิจารณาจาก 2 ส่วนคือ คุณสมบัติของผู้สมัคร และความเหมาะสมในการเป็นผู้ให้บริการเป็นตัวแทนฯ ได้แก่ การพิจารณาความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวในบริเวณที่ตั้งของสถานที่ให้บริการ การคมนาคมสะดวก ความปลอดภัย อัตราค่าบริการที่เรียกเก็บจากนักท่องเที่ยว ความพร้อมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ฯลฯ โดยผู้สมัครต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 จึงจะถือว่าผ่าน

กรมสรรพากรยืนยันว่าได้ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ยื่นสมัครทั้ง 3 ราย ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าผู้ยื่นสมัคร 2 รายมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามประกาศและแนวปฏิบัติข้างต้น เป็นประเด็นด้านเอกสารที่ไม่ตรงตามข้อกำหนดทั้ง 2 ราย จึงเหลือผู้สมัครเพียงรายเดียวที่มีคุณสมบัติครบถ้วน นั่นคือเคาน์เตอร์เซอร์วิส และนำไปสู่การพิจารณาอนุมัติที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม เคาน์เตอร์เซอร์วิส จะทดลองเพียง 6 เดือนเท่านั้น เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.61–31 มี.ค.62 โดยมีจุดให้บริการเริ่มต้น 3 จุด ได้แก่ เซเว่นอีเลฟเว่นฯ สาขาลิโด้ ,สาขาแบงค็อกไนท์บาร์ซาร์ ,และสาขาเยาวราช จากนั้นจะประเมินผลความสำเร็จอีกที

ล่าสุด สมาคมผู้ค้าปลีกไทย และ บริษัทร่วมทุนฯ ชี้แจงหากภาครัฐต้องการผลักดันโครงการทดลองการคืนแวต รีฟันด์ในเมืองให้นักท่องเที่ยวระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2561 ถึง 31 มีนาคม 2562 ให้เกิดผลสำเร็จจริง ควรโฟกัสโลเกชั่นที่มีศักยภาพสูง ไม่ว่าจะเป็น จำนวนนักท่องเที่ยว ความสะดวกสบายของนักท่องเที่ยว ระบบที่รองรับอย่างเหมาะสม และความเป็นไปได้ในการใช้จ่ายในหมวดสินค้าที่คืนภาษีได้ โดยบริษัทร่วมทุนฯ ภายใต้ชื่อ บริษัท แวต รีฟันด์ เซ็นเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ขอยืนยันว่า 5 โลเกชั่น ได้แก่ ห้างเซน ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ห้างเซ็นทรัล ชิดลม, ดิเอ็มโพเรียม, โรบินสัน สุขุมวิท และสยามพารากอน ตามที่เคยเสนอกับกรมสรรพากรตั้งแต่แรกเริ่มและมีการทดลองระบบกับกรมสรรพากรแล้วทั้ง 5 จุด สามารถรองรับและเอื้อต่อการบริหารจัดการโครงการดาวน์ทาวน์แวตรีฟันด์ฟอร์ทัวร์ริสต์ให้ประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดี

นายวรวุฒิ อุ่นใจ ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า จากการที่กรมสรรพากรประกาศรับสมัครผู้ประสงค์ให้บริการเป็นตัวแทนคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้แก่นักท่องเที่ยว โดยรับสมัครตั้งแต่วันที่ 10-17 กันยายนที่ผ่านมานั้น ผลการอนุมัติจากกรมสรรพากรปรากฏว่า มีผู้ได้รับอนุมัติให้เป็นตัวแทนคืนแวตเพียงรายเดียว คือ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด โดยให้บริการ 3 จุด คือ สาขาลิโด้, สาขาแบงค์ค๊อกไนท์บาร์ซาร์ และสาขา ผดุงด้าว (เยาวราช) นั้น ส่งผลให้บริษัทร่วมทุนที่จดทะเบียนในนาม แวต รีฟันด์ เซ็นเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ประกอบด้วย ห้างเซน ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ห้างเซ็นทรัล ชิดลม, ดิเอ็มโพเรียม, โรบินสัน สุขุมวิท และ สยามพารากอน ที่เตรียมความพร้อมเคาน์เตอร์แวตรีฟันด์ฟอร์ทัวร์ริสต์ไว้เรียบร้อยแล้ว พลาดโอกาสในการสนับสนุนภาครัฐอย่างน่าเสียดาย ทั้งๆ ที่มีการเตรียมความพร้อมร่วมกันกับกรมสรรพากรมาเกือบปี และรับทราบแต่แรกแล้วถึงเหตุผลว่าทำไมจึงเป็น 5 จุด เพื่อตอบโจทย์ในการอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวและเพื่อผลสัมฤทธิ์ของโครงการฯ อีกทั้งยังมีการประชุมพิจารณาระบบซอร์ฟแวร์และขั้นตอนการดำเนินการ รวมทั้งมีการเดินสำรวจจุดคืนแวตทั้ง 5 จุดร่วมกัน ซึ่งทางกรมสรรพากรทราบดีว่าทั้ง 5 จุดมีความพร้อมในการดำเนินงานที่สมบูรณ์ แต่ผลการอนุมัติตัวแทนคืนแวตรีฟันด์กลับเหลือแค่ผู้ประกอบการรายเดียว และมีจุดคืนแวต 3 จุด ทางสมาคมฯ และบริษัทร่วมทุนฯ จึงขอชี้แจงดังนี้

ค้าปลีกชู 5 จุดยุทธศาสตร์แหล่งช้อปปิ้ง ที่มีทัวร์ริสต์มากที่สุด

1. ในประเทศที่มีการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มแก่นักท่องเที่ยว ไม่มีประเทศใดที่ตั้งจุดคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม แก่นักท่องเที่ยว ในร้านค้าขนาดเล็ก ทุกประเทศล้วนแล้วแต่กำหนดจุดคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม แก่นักท่องเที่ยว ไว้ในห้างสรรพสินค้า หรือในศูนย์การค้าทั้งนั้น

2. ห้าจุดยุทธศาสตร์แหล่งช้อปปิ้งเป็นคำตอบที่ตรงตามวัตถุประสงค์ที่กรมสรรพากรกำหนดไว้เพราะเป็นแหล่งที่มีร้านค้าจดทะเบียน Vat Refund for Tourists มากที่สุด จึงช่วยลดความแออัดให้กับนักท่องเที่ยวในสนามบิน ได้เป็นอย่างดี ซึ่งร้านค้าขนาดเล็กอาจไม่ตอบโจทย์เท่าที่ควร

2.1 ห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าใน 5 จุด ได้รับอนุญาตให้ออกใบกำกับภาษีแก่นักท่องเที่ยว (ภ.พ. 10) ตามที่กรมสรรพากรกำหนด และมีระบบในการออกใบ ภ.พ. 10 อยู่แล้ว จึงสามารถออกใบ ภ.พ 10 ได้ดีกว่า ร้านค้าขนาดเล็กที่ไม่ได้เข้าอยู่ในระบบการออกใบกำกับภาษีแก่นักท่องเที่ยว

2.2 ข้อจำกัดของพื้นที่ร้านค้าขนาดเล็กให้บริการที่ไม่สามารถรองรับคนได้จำนวนมาก ซึ่งอาจสร้างความไม่สะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่อาจต้องต่อคิวรอเป็นเวลานาน

3. ห้าจุดยุทธศาสตร์นี้ติดอันดับต้นๆ ของจุดที่นักท่องเที่ยวรู้จัก เนื่องจากพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจะมีตารางการท่องเที่ยวที่ค่อนข้างแน่นอนและมีเวลาจำกัด จุดที่กำหนดให้เป็นจุดคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม แก่นักท่องเที่ยวจะต้องเป็นจุดที่สังเกตได้ง่าย เป็นแลนด์มาร์คที่นักท่องเที่ยวรู้จัก

4. การพิจารณาเปิดจุดเป็น 5 จุด จาก 3 จุด มีแต่จะเอื้อประโยชน์ให้กับนักท่องเที่ยวที่มีการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยเฉพาะใน 5 โลเกชั่นนี้ ซึ่งนับเป็นใจกลางของกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ที่พักอาศัย คอนโดมิเนียม ร้านค้า ร้านอาหาร เป็นจุดหมายปลายทางของการช้อปปิ้ง (Shopping Destination) ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาจับจ่ายใช้สอยเป็นจำนวนมากที่สุดแห่งหนึ่ง โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 300,000 คนต่อวัน ที่เดินจับจ่ายอยู่ในบริเวณนี้ นอกจากนี้ ทั้ง 5 จุดดังกล่าวยังเดินทางสะดวกด้วยระบบขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าใต้ดินเอ็มอาร์ที อีกด้วย บริษัทร่วมทุนฯ จึงมองว่าหากกรมสรรพากรอนุมัติ 5 จุดนี้ จะช่วยกระตุ้นระบบหมุนเวียนเศรษฐกิจไทยได้มาก และยังเป็นการระบายความคับคั่งแออัดของนักท่องเที่ยวที่ต้องการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ในสนามบินได้เป็นจำนวนมาก รวมทั้งทำให้ร้านค้าหรือผู้ประกอบการขนาดกลางถึงเล็กในเมืองมีรายได้จากการใช้สอยของนักท่องเที่ยว

5. การขายสินค้าและบริการของห้างสรรพสินค้า มีขั้นตอนและกระบวนการให้บริการแก่นักท่องเที่ยวอย่างครบวงจร จนถึงการออกใบกำกับภาษีสำหรับนักท่องเที่ยว (ภ.พ. 10) ซึ่งในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวยื่นแบบคําร้องขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสําหรับนักท่องเที่ยว (ภ.พ. 10) มากกว่า 900,000 ใบต่อปีในบริเวณ 5 จุดดังกล่าว คิดเป็น 60% ของปริมาณการขอใบ ภ.พ. 10 ทั่วประเทศ จึงเป็นสิ่งที่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะกำหนดให้ทั้ง 5 จุดเป็นจุดการคืนภาษีมูลค่าเพิ่มแก่นักท่องเที่ยว ซึ่งจะบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการคือ ครอบคลุมจำนวนนักท่องเที่ยว ตอบสนองความพึงพอใจ และการกระจายรายได้สู่กิจการทุกระดับ

6. จำนวนเงินในการขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม ต้องมียอดซื้อสินค้า 2,000 บาทขึ้นไป และยกเว้นสินค้าประเภทอาหาร ผู้ที่จะสามารถออกใบกำกับภาษีแก่นักท่องเที่ยว (ภ.พ. 10) ได้ต้องเป็นร้านค้า
จดทะเบียนและได้รับอนุญาตจากกรมสรรพากรเท่านั้น ดังนั้นนักท่องเที่ยวจะจับจ่ายใช้สอยสินค้าในร้านค้าที่สามารถคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้จะมายื่นขอใบกำกับภาษีสำหรับนักท่องเที่ยว (ภ.พ. 10)) ที่เคาน์เตอร์บริการ VAT Refund For Tourist ณ ห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้าที่จับจ่าย และจะทำการขอคืนแวตที่เคาน์เตอร์บริการ VAT Refund For Tourist ในบริเวณเดียวกันและ/หรือที่ใกล้กับจุดที่ลูกค้าซื้อสินค้ามากที่สุด นั่นย่อมหมายความถึงความสะดวกสบายของนักท่องเที่ยวที่มีมากกว่าการต้องมาทำการขอคืนภาษีในร้านค้าขนาดเล็กที่อยู่ห่างไกลออกไป

7. เมื่อนักท่องเที่ยวได้รับคืนภาษีมูลค่าเพิ่มในสกุลเงินบาท นักท่องเที่ยวก็จะจับจ่ายใช้สอยต่อเนื่อง คาดว่าจะมีเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจกว่า 4 พันล้านในช่วงการทดลอง 6 เดือน

8. การสร้างการรับรู้เกี่ยวกับโครงการให้แก่นักท่องเที่ยว ทั้ง 5 จุดดังกล่าว มีเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ ทั้งในและต่างประเทศจำนวนมาก อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กลุ่มธุรกิจสถาบันการเงิน, ธุรกิจการบิน, สมาคมการค้า รวมทั้งมีสื่อทั้งออนไลน์และออฟไลน์ของตัวเอง ที่สามารถช่วยในการ

โปรโมทการคืนภาษีให้แก่นักท่องเที่ยวในเมือง ได้เป็นอย่างดี สร้างการรับรู้ให้กับนักท่องเที่ยวได้เป็น วงกว้าง รวดเร็ว
9. การที่กรมสรรพากรอนุมัติจุดคืนภาษีแก่นักท่องเที่ยวให้มีจำนวนมาก ยิ่งเป็นการกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวอยากที่จะจับจ่ายใช้สอย โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสสุดท้ายและไตรมาสแรกของปี 2562 ซึ่งอยู่ในบรรยากาศของการจับจ่าย เนื่องจากเป็นไฮซีซั่นและเป็นช่วงเทศกาล

สมาคมผู้ค้าปลีกไทย ภายใต้การบริหารงานบริษัท แวต รีฟันด์ เซ็นเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ย้ำว่าพร้อมที่จะทำงานร่วมกันกับรัฐบาล ด้วยความชำนาญด้านค้าปลีก และหากโครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จ ก็หวังว่ารัฐบาลจะเปิดโอกาสให้ร้านค้าที่เข้าเกณฑ์ทั่วประเทศได้มีเคาท์เตอร์คืนแวตรีฟันด์ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติต่อไป

ทั้งนี้ วรวุฒิ ยืนยันว่า ทั้ง 5 โลเกชั่นที่ได้เสนอชื่อคือแหล่งที่นักท่องเที่ยวมีการใช้จ่ายมากที่สุด โดยในปีที่ผ่านมามีการออกใบภพ .10 ไปแล้วทั้งหมดกว่า 60% ของทั้งประเทศ คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,900 ล้านบาท แถมยังกินพื้นที่ยาวตั้งแต่ย่านสยามสแควร์ยึดแนวรถไฟฟ้าทั้งหมด รวมระยะทาง 8 กิโลเมตร มีความพร้อมในด้านยุทธศาสตร์และอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งประเทศอื่นก็ทำในศูนย์การค้าขนาดใหญ่เช่นกัน ซึ่งทางร้านค้าที่อยู่ในศูนย์จะได้ประโยชน์ไปด้วย เพราะนักท่องเที่่ยวาสามารถเคลมแวตและจับจ่ายต่อได้ทันทีไม่ต้องเดินทางไปเคลมที่อื่น

อย่างไรก็ตาม มุมมองสำหรับการเปิดจุดบริการภายในร้านสะดวกนั้น วรวุฒิ ย้ำว่า ไม่ได้มีอคติต่อร้านสะดวกซื้อแต่อย่างด แต่มองว่า ร้านสะดวกซื้อไม่ได้ออกใบภพ. ให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งต้องมีค่าใช้จ่ายต่อครั้ง 2 พันบาทขึ้นไปจึงจะออกใบภพ .ได้ แค่ติดใจว่า ทำไมกรมสรรพากรจึงตัดสินใจเลือกร้านสะดวกซื้อ ไม่เลือกศูนย์การค้าที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามามากมาย ซึ่งการทดลองโครงการดังกล่าวถ้ามีตัวอย่างมากจุด ก็จะทำให้โครงการชัดเจนว่าได้ผลหรือไม่ได้ผล ถือว่าเป็นการเลือกกลุ่มตัวอย่างในการทดลองผิดพลาด

ซึ่งจากนี้ คงต้องมีการยื่นอุทธรณ์กันต่อไป

บอกได้คำเดียว บันเทิงล่ะงานนี้

Related Articles

Back to top button
X
%d bloggers like this: