Biznews

อึ้ง!’ไทย’รั้งอันดับ 2 ในอาเซียนฆาตกรรมด้วยอาวุธปืน ซ้ำ’ปืนเถื่อน’ทะลุ 4 ล้านกระบอก

จากกรณีอดีตตำรวจซึ่งถูกให้ออกจากราชการ ก่อเหตุกราดยิงที่ศูนย์เด็กเล็กในพื้นที่ อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู จนมีผู้เสียชีวิตกว่า 30 ราย ก่อนกลับบ้านไปฆ่าภรรยาและลูกของตนก่อนยิงตัวตายหนีความผิดนั้น

เหตุการณ์สะเทือนดังกล่าว ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนต่างประเทศหลายสำนัก ทั้ง Dail Mail ของอังกฤษ , CGTN ของจีน , DW ของเยอรมนี ฯลฯ

ขณะที่สำนักข่าวรอยแตอร์ ซึ่งเสนอข่าว At least 31 people killed in mass shooting in Thailand – police เกี่ยวกับเหตุกราดยิงครั้งนี้เช่นกัน โดยมีการเปรียบเทียบกับเหตุทหารตลั่งกราดยิงเมื่อปี 2563 จนมีผู้เสียชีวิจอย่างน้อย 29 ราย บาดเจ็บอีก 57 คน พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่า การกราดยิงเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน้อยมากในประเทศไทย แม้ว่าไทยจะมีอัตราการครอบครองอาวุธปืนมากกว่าอีกหลายๆ ประเทศในภูมิภาค และอาวุธปืนผิดกฎหมายก็หาได้เป็นเรื่องปกติก็ตาม

ขณะที่เว็บไซต์นิตยสาร Time สหรัฐอเมริกา เสนอรายงานพิเศษ What We Know So Far About the Daycare Mass Shooting in Thailand ตอนหนึ่งระบุว่า ไทยเป็นประเทศที่มีสถิติการฆาตกรรมด้วยอาวุธปืนสูงเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) รองจากฟิลิปปินส์ ถึงกระนั้น ผู้เชี่ยวชาญในประเทศไทยระบุว่า อาวุธปืนผิดกฎหมายถูกนำไปใช้ก่อเหตุอื่นๆ มากกว่าฆาตกรรม และเหตุสังหารหมู่แบบกราดยิงก็เกิดขึ้นน้อยครั้งมาก

Time ยังอ้างรายงานของสื่อท้องถิ่นในไทย เมื่อเดือน ก.ย. 2565 ที่ระบุว่า ประเทศไทยมีปืนเถื่อน (ไม่ได้จดทะเบียน) กระจายอยู่ประมาณ 4 ล้านกระบอก และปืนถูกกฎหมาย (จดทะเบียน) อีก 6 ล้านกระบอก โดยเฉพาะการซื้อ-ขายผ่านช่องทางออนไลน์ ทำให้สามารถหาอาวุธปืนได้ง่ายในราคาไม่แพงและไม่ต้องผ่านการตรวจสอบประวัติ ซึ่งหากดูในสื่อสังคมออนไลน์ จะพบการประกาศขายอาวุธปืนแบบพร้อมจัดส่งถึงบ้าน นอกจากนั้น แม้จะมีกฎระเบียบที่เข้มงวด แต่หากมีเงินหรือเส้นสายก็สามารถหาช่องทางหลีกเลี่ยงได้

The New York Times นสพ.เจ้าดังในสหรัฐฯ เสนอข่าว Guns are rampant in Thailand, but shootings aren’t. อ้างข้อมูลจาก gunpolicy.org องค์การไม่แสวงหาผลกำไรซึ่งมีสำนักงานในมหาวิทยาลัยซิดนีย์ของออสเตรเลีย ระบุว่า ในปี 2560 มีปืน 10.3 ล้านกระบอกอยู่ในความครอบครองของผู้คนในประเทศไทย ในจำนวนนี้เป็นปืนที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกกฎหมาย 6 ล้านกระบอก

อัตราการเป็นเจ้าของอาวุธปืนในปีนั้น อยู่ที่อาวูธปืน 15 กระบอกต่อประชากร 100 คน แต่ก็ยังน้อยกว่าในสหรัฐฯ ที่อาวูธปืน 120 กระบอกต่อประชากร 100 คน ในช่วงเวลาเดียวกัน ถึงกระนั้น ประเทศไทยที่ได้ชื่อว่าเป็น “เมืองพุทธ (Buddhist country)” ซึ่งมีประชากร 69 ล้านคน เป็นหนึ่งในประเทศในทวิปเอเชียที่มีสถิติการครอบครองและเหตุฆาตกรรมด้วยอาวุธปืนค่อนข้างสูง อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในตลาดมืดที่สำคัญของการซื้อ-ขายอาวุธปืน ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากนี้ สเตรทส์ ไทม์ส สื่อยักษ์ใหญ่ของสิงคโปร์ ระบุว่า เหตุการณ์คร้ังนี้เป็นเหตุกราดยิงครั้งที่ 4 ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยนับตั้งเดือนมกราคม 2019 เป็นต้นมา ซึ่งนั่นหมายความว่า เกิดเหตุกราดยิงในไทยแล้ว 4 ครั้ง ภายในระยะเวลาไม่ถึง 3 ปี

สเตรท ไทม์ส ไล่เรียงถึงเหตุกราดยิงในไทย 3 ครั้งก่อนหน้านี้ดังนี้  

เหตุกราดยิงครั้งแรกในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของไทยเกิดขึ้นเมื่อ วันที่ 1 มกราคม 2019 หลังจากที่ชายไทยคนหนึ่งใช้อาวุธปืนกราดยิงคนในครอบครัวตัวเองรวม 6 ศพ ซึ่งในจำนวนนี้รวมถึงลูกเล็กๆของตัวเอง 2 ชีวิต หลังจากเกิดมีปากเสียงกันในครอบครัวในงานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่า-ต้อนรับปีใหม่ที่จังหวัดชุมพร

จากนั้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2020 ได้เกิดเหตุอดีตทหารวัย 32 ปี จ.ส.อ. จักรพันธ์ ถมมา ใช้ปืนยิงผู้บังคับบัญชาและญาติของตนถึงแก่ความตาย แล้วหลบหนีเข้ามาในตัวเมืองนครราชสีมา โดยกราดยิงผู้คนตามรายทาง ก่อนเข้าไปซ่อนตัวหลบอยู่ในห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 โคราช พร้อมทั้งจับบุคคลในห้างเป็นตัวประกันและถ่ายทอดสดตนเองขณะก่อเหตุลงเฟซบุ๊กของตนเอง จนถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฆาตกรรมในเช้าวันถัดมา สรุปมีผู้เสียชีวิต 31 คน บาดเจ็บ 58 คน โดยในจำนวนนี้ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสถึง 32 ราย

หลังจากนั้น ได้เกิดเหตุกราดยิงครั้งที่ 3 ในไทยเมื่อ วันที่ 14 กันยายน 2022 โดยคนร้ายวัย 59 ปีซึ่งเป็นเสมียนในกองทัพบกของไทย ใช้อาวุธปืนกราดยิงผู้คนเสียชีวิต 2 ศพ บาดเจ็บอีก 1 ภายในค่ายทหารแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพฯ โดยสื่อไทยรายงานว่า ผู้ก่อเหตุมีปัญหาทางจิตหลังจากเข้ารับการผ่าตัดสมอง เนื่องจากประสบอุบัติเหตุขณะขี่รถจักรยานยนต์

ด้าน CNN ระบุว่า สาเหตุสำคัญที่น่าจะนำไปสู่การเกิดโศกนาฏกรรมในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นเพราะอัตราการครอบครองปืนในประเทศไทยที่มีสัดส่วนค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภุมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Back to top button
X
%d bloggers like this: