Biznews

อัปเดตเทรนด์! พฤติกรรมเลือกซื้อสินค้า ของผู้บริโภคไทย’ 5 เจเนอเรชั่น’

พฤติกรรมเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคไทยในช่วงหลังๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอย่างน่าจับตาของผู้บริโภคไทย 5 เจเนอเรชั่น วันนี้เราจะพาไปอัปเดตพฤติกรรมเลือกซื้อสินค้า ของผู้บริโภคไทยทั้ง 5 เจเนอเรชั่นกัน จากผลสำรวจพบว่า คนไทย 95% บอกว่า การช้อปปิ้งออนไลน์มีส่วนเข้ามาช่วยพวกเขาในเรื่องการใช้ชีวิตช่วงโควิดในปี 2021 โดยสัดส่วนของการใช้จ่ายออนไลน์เติบโตอย่างก้าวกระโดดขึ้นอีก 35% จากสัดส่วนในปีที่แล้วสู่ระดับ 65% ในปีนี้ และจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป

ปัจจุบันเทคโนโลยีใหม่ๆที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและการปรับตัวของพฤติกรรมการซื้อสินค้าจากเดิมทุกๆปี

จากพฤติกรรมการเปลี่ยนแปลงการช้อป ทำให้เกิดผู้บริโภคดิจิทัล (Digital Consumer) กลุ่มใหม่ๆเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุแนวโน้มเรื่องสังคมสูงวัย ทำให้ผู้สูงอายุเป็นอีกหนึ่งในอนาคตของการค้าออนไลน์ หน่วยวิจัย AliResearch ของ Alibaba บอกว่า จากเดือนกรกฎาคม–กันยายน 2021 กลุ่มคนอายุ 60 ปีขึ้นไปเป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด โดยซื้อของออนไลน์เป็นประจำต่อเดือนเพิ่มขึ้นเกือบ 30%

นักการตลาดและแบรนด์ส่วนใหญ่ยังคงโฟกัสทำตลาดกับคนเจน Z กันอย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อมากที่สุด แต่ไม่ได้แปลว่ากลุ่มเจนอื่นๆจะไม่สำคัญ โดยเฉพาะแบรนด์หรือสินค้าที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเจนอื่นๆ เราจึงนำพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าของกลุ่มเจนต่างๆที่หลากหลายมาให้ทุกคนได้อัปเดตกันครับ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

1. Baby Boomers
กลุ่ม ‘เบบี้บูมเมอร์’ คือกลุ่มผู้บริโภคที่เกิดปี พ.ศ. 2489 – 2507 คำว่าเบบี้บูมเมอร์เกิดขึ้นมาจากยุคที่ประเทศอเมริกาและหลายๆประเทศทั่วโลกมีอัตราการเกิดสูง เนื่องจากเศษฐกิจค่อยๆพื้นตัวหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้บริโภคกลุ่มนี้เติบโตขึ้นมารับรู้ข้อมูลข่าวสารผ่านทางโทรทัศน์เป็นหลัก ดังนั้นแบรนด์ที่ต้องการเข้าถึงคนกลุ่มนี้จะควรใช้ช่องทางโฆษณาทีวีเป็นหลัก

พฤติกรรมการเลือกซื้อของผู้บริโภคกลุ่มนี้ ยังคงชอบซื้อสินค้าที่หน้าร้าน จับต้องของจริงได้ หากรู้สึกมั่นใจว่าสินค้านั้นดีมีคุณภาพจริงๆจึงจะตัดสินใจซื้อ ปัจจุบันผู้บริโภคในกลุ่มนี้จะอยู่บ้าน จึงจะให้ความสำคัญกับบริการเป็นอย่างมาก และจะไม่สนใจสินค้าหรือบริการที่อยู่ในกระแสหรือตามอินฟลูเอนเซอร์ แต่จะเชื่อมั่นจากประสบการณ์การใช้งานของสินค้า/บริการมากกว่า

2. Gen X
กลุ่มบริโภค’ Gen X’ คือกลุ่มผู้บริโภคที่เกิดปี พ.ศ. 2508 – 2523 คนกลุ่มที่นี้เติบโตมาในครอบครัวที่ผู้ปกครองทำงานหาเงินทั้งคู่ ในเวลาส่วนใหญ่จึงใช้ไปกับเพื่อนฝูงและญาติพี่น้อง คนกลุ่มนี้จึงให้ความสำคัญกับเพื่อนและครอบครัวมากเป็นพิเศษ

พฤติกรรมการเลือกซื้อของผู้บริโภคกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มคนที่ต้องการคำอธิบายรายละเอียดของสินค้าอย่างครับถ้วนของตัวสินค้า เป็นกลุ่มคนที่ชอบตั้งข้อสังเกต ขี้สงสัย ไม่เชื่ออะไรง่ายๆ จนกว่าจะมั่นใจในสินค้านั้น จึงชอบค้นหาข้อมูล รีวิวต่างๆ ก่อนซื้อ เป็น ‘User search engines’ ตัวยง อีกทั้งผู้บริโภคกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะลองสินค้าใหม่ๆ หากทางร้านค้าเสนอส่วนลดหรือคูปองสุดคุ้มให้ คนรุ่นนี้รับข่าวสารส่วนมากมาจากกลุ่มเพื่อนและญาติพี่น้อง ดังนั้นการบอกปากต่อปาก (Word of Mouth) จึงมีผลอย่างมากต่อการตัดสินใจซื้อ คนกลุ่มนี้อยู่ในวัยทำงาน จึงมีการเช็กข้อมูลข่าวสารผ่านอินเทอร์เน็ตเป็นประจำ รวมถึงติดตามข้อมูลทางโซเชียลมีเดียด้วยเช่นกัน

3. Gen Y
กลุ่มบริโภค’ Gen Y’ คือกลุ่มผู้บริโภคที่เกิดปี พ.ศ. 2524 – 2539 คนกลุ่มที่ติดโซเชียลมีเดีย และชอบใช้เวลาบนอินเทอร์เน็ตเพื่อบรรลุเป้าหมายส่วนตัว เช่น การโพสรูปถ่ายในโซเชียลมีเดีย หรือการรีวิวสินค้าและบริการผ่านทางโซเชียลมีเดีย การโตมาในยุคที่อินเทอร์เน็ตเริ่มแพร่หลายทำให้ชาวเจนวายถนัดในการซื้อของออนไลน์มากกว่าคนรุ่นก่อนๆ

พฤติกรรมการเลือกซื้อของผู้บริโภคกลุ่มนี้ ชอบการสั่งสินค้าแบบ Omni-Channel รวมถึงชอบให้ร้านค้า ร้านอาหาร มีปฏิสัมพันธ์กับพวกเขา เช่น สามารถสอบถามรายละเอียดการใช้งาน ขอความช่วยเหลือได้ การตลาดแบบ Word of Mouth หรือการบอกต่อปากต่อปาก มีผลอย่างมากต่อการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า เพราะคนในกลุ่มนี้มีการใช้เทคโนโลยีได้อย่างคล่องแคล่ว รวมถึงมีคอนเนคชั่น สังคม คนรอบข้างที่มากมายทำให้มีการเลือกซื้อของผ่านการเชิญชวน หรือผ่านการรีวิว คนเจนวายมองว่าการชอปปิงเป็นกิจกรรมที่ผ่อนคลายและสนุก สุดท้ายนี้ คนกลุ่มนี้นี้จะเน้นประสบการณ์ที่ได้รับจากการซื้อของมากกว่าการเป็นเจ้าของ (Ownership) ดังนั้นการสร้างประสบการณ์การขายที่ดี หรือการสร้างเรื่องราว (Storytelling) ที่ทำให้สินค้ามีความแตกต่างจึงจำเป็นอย่างยิ่งกับการทำการตลาดสำหรับลูกค้ากลุ่มนี้

4. Gen Z
กลุ่มบริโภค’ Gen Z’ คือกลุ่มผู้บริโภคที่เกิดปี พ.ศ. 2540 – 2552 คนกลุ่มนี้มองว่าอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์สื่อสารเป็นสิ่งขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันของคนรุ่นนี้ นอกจากนี้ลูกค้ากลุ่มนี้ยังให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงในสังคม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสังคมหรือปัญหาสิ่งแวดล้อม ชาวเจนซีอยากที่จะมีส่วนร่วม และการขับเคลื่อนในสังคมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น

พฤติกรรมการเลือกซื้อของผู้บริโภคกลุ่มนี้เกิดมาพร้อมกับอินเทอร์เน็ต และชื่นชอบและเข้าถึงสื่อต่างๆ บนโลกออนไลน์ ชอบดูรีวิวและชอบแสดงความคิดเห็น จะมีพฤติกรรมช่างเลือก ดังนั้น สินค้า/บริการที่มีความแตกต่างจะเป็นที่สนใจสำหรับเจนซี ลูกค้ากลุ่มนี้คาดหวังข้อมูลสินค้าที่ครบถ้วนจากผู้ขาย และต้องการให้เสนอส่วนลดใหม่ให้กับพวกเขาเรื่อยๆ ชาวเจนซีรักโลก และใส่ใจสิ่งแวดล้อม จึงมีแนวโน้มที่จะเลือกซื้อสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์รักโลกและดำเนินการธุรกิจใส่ใจสิ่งแวดล้อมในระยะยาว ชาวเจนซีจะชอบสั่งสินค้าแบบ Omni-Channel โดยจะค้นหาข้อมูลสินค้าทางอินเทอร์เน็ต เช็กทางเว็บไซต์ว่ามีสินค้าที่ไหนบ้าง แล้วไปห้างเพื่อดูสินค้าจริง โดยมักไปกับเพื่อน หรือ คนสนิท

5. Gen Alpha
กลุ่มบริโภค’ Gen Alpha’ คือกลุ่มผู้บริโภคที่เกิดปี พ.ศ. 2553 – 2568 เป็นเจอเนอเรชั่นสุดท้าย เด็กรุ่นนี้ถูกเลี้ยงและโตมากับอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยี สำหรับลูกค้าเจนอัลฟ่า เทคโนโลยีไม่ใช่เพียงส่วนนึงของชีวิตประจำวัน แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายไปแล้วเนื่องจากอายุยังน้อยจึงมีสถิติการจับจ่ายใช้สอยในอัตราที่ต่ำเมื่อเทียบกับเจเนอเรชั่นอื่นๆ

 

 

ถึงแม้ว่าคนกลุ่มนี้อายุยังน้อยแน่นอนว่าเด็กในวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า การรู้ความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้จึงเป็นการเตรียมตัวที่ดีเพื่ออนาคตอันใกล้ สำหรับพฤติกรรมเด็กรุ่นนี้ จะมีคล้ายกับเจนซี การสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกและสังคมคือเป้าหมายของเด็กรุ่นใหม่ จึงมีแนวโน้มที่จะเลือกซื้อสินค้าจากแบรนด์ที่ให้ความสำคัญต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมในการสร้างเรื่องราวของแบรนด์เป็นสิ่งที่จะทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้สนใจในตัวสินค้า ในขณะเดียวกันเด็กรุ่นนี้ลส่งผลต่อการตัดสินใจบริโภคสินค้าของกลุ่มคนอื่นในฐานะผู้ปกครอง หรือคนในครอบครัว ยกตัวอย่างเช่น ผู้ปกครองอยู่เจนวายจะเลือกซื้อสินค้าหรือซื้ออาหารเพื่อทานกันในครอบครัว ผู้ปกครองเจนนี้ก็จะคิดเผื่อลูกๆ โดยพิจารณาถึงเด็กรุ่น Alpha ด้วยเสมอ

และทั้งหมดก็เป็นบทสรุปของ Insight พฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าของคนไทยในแต่ละ Generation ซึ่งสถานการณ์โควิด-19 กลายเป็นตัวกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้เราอาจได้มองเห็นโอกาสบางอย่างในการวางแผนการตลาด ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแต่ละ Generation ได้มากขึ้น และสามารถวางแผนการทำธุรกิจที่เหมาะสมในอนาคตได้

 

ขอบคุณข้อมูล  Priceza  Insight

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Back to top button
X
%d bloggers like this: