Biznews

“อธิษฐ์พัชร นิพิษฐาภัทร” จากอิมเมจเมคเกอร์ สู่ “ท่าช้าง ขนมครกสิงคโปร์”

อิมเมจเมคเกอร์ (Image Maker) นักการตลาดเฉพาะทางหรือนักสร้างภาพเป็นอาชีพที่น้อยคนจะรู้จักและเข้าใจ เริ่มมีบทบาทในแวดวงธุรกิจมากขึ้น “ใบพัด” อธิษฐ์พัชร นิพิษฐาภัทร กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอแฟงห์ จำกัด เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการนี้มายาวนานกว่า 10 ปี ในฐานะบริษัทประชาสัมพันธ์และดูแลภาพลักษณ์ของผู้บริหารระดับสูง

นอกจากบทบาทในฐานะอิมเมจเมคเกอร์ วันนี้ ใบพัดก้าวเข้าสู่นักธุรกิจเต็มตัวในฐานะเจ้าของแบรนด์ ท่าช้าง ขนมครกสิงคโปร์ อีกหนึ่งอาชีพที่เขารักและใฝ่ฝันให้เป็น Destiny Street Food of Thailand

ใบพัด-อธิษฐ์พัชร นิพิษฐาภัทร วัย 35 ปี เจ้าของแบรนด์ ท่าช้าง ขนมครกสิงคโปร์ เล่าถึงจุดเริ่มต้นที่เปิดร้าน “ท่าช้าง ขนมครกสิงคโปร์” ว่าตนชอบทานขนมหวาน ประกอบกับช่วงนั้นเกิดปรากฎการณ์ “ออเจ้า” จากละครบุพเพสันนิวาส ที่สำคัญตนได้รับมรดกด้านขนมไทยโบราณจากญาติผู้ใหญ่ นั่นคือ สูตรขนมครกสิงคโปร์ จึงอยากให้คนไทยได้รู้จักขนมไทยชาววังที่แท้จริง โดยนำสูตรขนมครกสิงคโปร์โบราณมาปรับสูตรให้โมเดิร์น ด้วยการใส่สีสันจากธรรมชาติให้ดูน่าทาน เช่น สีม่วงจากมันม่วง , สีเหลืองจากทุเรียน , สีสมจากชาไทย และตอนนี้มีมากกว่า 10 รสชาติแล้ว ทำให้ขนมครกสิงคโปร์มีความแตกต่างและยังเพิ่มมูลค่าสินค้าให้สูงขึ้น สนนราคากล่องละ 40 บาท

เมื่อสูตรขนมครกสิงคโปร์ลงตัวแล้ว ได้เปิดร้านคีออสเล็กๆขายอยู่ที่ ประชาราษฎร์บำเพ็ญ 23 เพราะคับคั่งไปด้วยร้านอาหาร ถือเป็นทำเลทอง เพราะที่นั่นจะมีคนสัญจรไปมาอยู่ตลอดเวลา และพฤติกรรมของคนไทยเมื่อกินของคาวเสร็จต้องจบที่ของหวานเสมอ และจับกลุ่มลูกค้าอายุ 25-45 ปี และมีรสนิยมดี

ใบพัด เล่าว่า แม้ธุรกิจแฟรนไชส์จะเพิ่งเปิดขายได้เมื่อต้นปี 2561 แต่ยอดขายขนมครกสิงคโปร์อยู่ที่เดือนละแสนบาท โดยสัดส่วนจากการขายหน้าร้านอยู่ที่ 4,000 บาทต่อวัน ยอดขายจาก Line Man อยู่ที่ 5,000 บาทต่อวัน และยอดขายจากการออกงานอีเว้นท์จำนวนมาก

นอกจากนี้มีบริษัทยักษ์ใหญ่ 2 เจ้าทั้งไทยและเทศ ติดต่อเข้ามาเพื่อขอซื้อแบรนด์ท่าช้าง ขนมครกสิงคโปร์แล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาหาข้อสรุปอยู่ อีกทั้งมีคนทั่วไปที่สนใจติดต่อขอซื้อแฟรนไชส์แล้วมากกว่า 100 ราย โดยกลุ่มคนส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงวัย , หนุ่มสาว และผู้ที่เริ่มสร้างครอบครัว และธุรกิจนี้เหมาะสำหรับคนขี้เกียจ เพราะวิธีทำไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด

สำหรับแผนการทำธุรกิจในอนาคต ใบพัดบอกว่า ก่อนสิ้นปี 2561 จะต้องมีแฟรนไชส์ 10 ราย โดยจะต้องมียอดขายเดือนละ 1 ล้านบาท พร้อมกับตั้งเป้าให้ร้านท่าช้าง ขนมครกสิงคโปร์ เป็น Destiny Street Food of Thailand เจาะตลาดต่างชาติมากขึ้น โดยคาดว่าในปี 2562 เตรียมบุกห้างที่มีต่างชาติอยู่คับคั่ง และจะโกอินเตอร์ไปประเทศจีน และโซนยุโรปอย่างอังกฤษด้วย

ไม่เพียงแค่แผนการตลาดในอนาคตเท่านั้นที่จะทำ แต่ยังพัฒนาในส่วนของขนมครกสิงคโปร์ด้วย โดยทุกๆ 15 วันจะออกขนมครกสิงคโปร์ 1 รสใหม่ เพื่อสร้างความตื่นเต้นให้กับลูกค้า พร้อมเปิดโหวตให้ลูกค้าเลือกว่าอยากทานรสชาติใดมากที่สุด รวมถึงมีแผนที่จะพัฒนาขนมครกสิงคโปร์ให้สามารถเก็บได้เกิน 1 สัปดาห์ และจะแตกไลน์ทำเครื่องดื่ม ภายใต้แบรนด์ ท่าช้าง ขนมครกสิงคโปร์ อีกด้วย

ธุรกิจนี้แม้จะลงทุนไม่มาก แต่ถ้ามีไอเดียและทำการตลาดเป็น ก็ทำให้แบรนด์แจ้งเกิดและแข็งแกร่งกว่าคู่แข่ง จนสร้างยอดขายได้ถล่มทลายเลยทีเดียว

Cr ขอบคุณข้อมูลและรูปประกอบจาก www.sanook.com

Related Articles

Back to top button
X
%d bloggers like this: