Biznews

‘สยามพิวรรธน์’ จับมือ ‘จุฬาฯ’ พัฒนาบุคลากรรับความต้องการธุรกิจในอนาคต

บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ผู้พัฒนาธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกชั้นนำ เจ้าของและผู้บริหารโครงการที่มีชื่อเสียงระดับโลก อาทิ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ หนึ่งในพันธมิตรเจ้าของ ไอคอนสยาม และสยาม พรีเมี่ยมเอาท์เล็ต สานต่อแนวคิด Collaboration to Win ประกาศแผนบูรณาการความร่วมมือด้านวิจัยและนวัตกรรมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการสร้างผู้นำรุ่นใหม่ เพื่อรองรับความต้องการของภาคธุรกิจในอนาคต นำ Degree Plus แพลตฟอร์มทักษะแห่งโลกอนาคต ที่ตอบโจทย์การพัฒนาบุคลากรยุคดิจิทัล พร้อมด้วยสถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มุ่งสร้างผู้นำและบัณฑิตรองรับอนาคต ผนึกกำลังร่วมกันพัฒนาคน เพื่อให้คน เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไป

นางอัมพร โชติรัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า “ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ สยามพิวรรธน์ในฐานะผู้นำความคิดสร้างสรรค์ The Visionary Icon ได้ปรับกลยุทธ์ พร้อมทั้งวางแผนการขยายธุรกิจใหม่ๆ เพื่อสร้าง New Economy ที่มากกว่าการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เช่นการดำเนินงานที่ผ่านมา พร้อมขับเคลื่อนและผลักดันองค์กรเข้าสู่ดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ เชื่อม “โลกคู่ขนาน” ออฟไลน์-ออนไลน์เพื่อนำเสนอประสบการณ์ใหม่ที่เหนือความคาดหมายให้กับลูกค้า พัฒนาองค์กรให้ก้าวสู่ผู้นำแห่งขุมพลังความคิดสร้างสรรค์ รองรับการขยายธุรกิจสู่อนาคต ซึ่งการที่จะขับเคลื่อนธุรกิจใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นได้จริง และพร้อมเดินไปข้างหน้าเพื่อร่วมพัฒนาโครงการที่จะกลายเป็นโครงการระดับโลก จำเป็นต้องพัฒนาให้บุคลากรมีองค์ความรู้และทักษะอนาคต

สยามพิวรรธน์จึงได้จับมือกับพันธมิตรอย่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีเครือข่ายในการพัฒนาความรู้ทักษะอนาคต ซึ่งประกอบด้วย Degree Plus เเพลตฟอร์มพัฒนาทักษะแห่งโลกอนาคต เเละสถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (School of Integrated Innovation of Chulalongkorn University, ScII) ที่ได้บูรณาการความร่วมมือด้านวิจัย และนวัตกรรม ซึ่งนับเป็นการ Collaboration to Win จากทั้งภาคมหาวิทยาลัย และภาคเอกชนระดับโลก เพื่อร่วมกันสร้างผู้นำรองรับอนาคตให้ตรงตามความต้องการขององค์กรภาคธุรกิจ”

 

ทั้งนี้ สยามพิวรรธน์ได้เชิญ รศ. ดร.ณัฐชา ทวีแสงสกุลไทย รองอธิการบดีด้านการวางและกำหนดยุทธศาสตร์ นวัตกรรมและพันธกิจสากล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาบุคลากร เข้ามาให้คำปรึกษาเกี่ยวกับแนวทางในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้ครบทุกมิติรองรับธุรกิจในยุคดิจิทัล และร่วมพัฒนาโครงการ “Human Capital Acceleration” ที่เน้นทักษะที่จำเป็นในอนาคตสำหรับ next generation leaders หรือผู้นำรุ่นใหม่

รศ.ดร.ณัฐชา ทวีแสงสกุลไทย รองอธิการบดี จุฬาฯ กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่างจุฬาฯ กับสยามพิวรรธน์ในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำแนวคิด ‘Research University That Teaches’ ของจุฬาฯ โดยจะร่วมมือกันอย่างบูรณาการภายในกรอบของ 3 เสาหลักที่วางไว้ ได้แก่ ‘Education – Innovation – Research’

  • ในส่วน Education ทั้งสยามพิวรรธน์และจุฬาฯ จะร่วมกันพัฒนาหลักสูตรให้ครอบคลุมการเร่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรครบทุกมิติ โดยผู้เรียนจะได้เข้าโครงการพัฒนาทักษะ (Skill Acceleration) มุ่งสู่การเป็นผู้นำแห่งอนาคต (Future Leaders) จากคณาจารย์ชั้นนำของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและผู้เชี่ยวชาญในสายงานจริง ผ่าน Degree Plus แพลตฟอร์มใหม่ของเรา
  • สำหรับ Innovation สยามพิวรรธน์เปิดโอกาสให้นิสิตจากสถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาฯ (ScII) ได้เข้าไปเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ผ่านการทำงานที่ได้ลงมือปฏิบัติร่วมกับบุคลากรของสยามพิวรรธน์ โดยโครงการนวัตกรรมที่ประสบความสำเร็จมีโอกาสสูงที่จะต่ยอดสู่ธุรกิจจริง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคนและพัฒนาเศรษฐกิจในคราวเดียว
  • ส่วนสุดท้าย Research คือ การทำวิจัยที่เสริมกับการพัฒนาทักษะและการทำโครงการนวัตกรรมร่วมกัน เป็นที่มาของโครงการ ‘Human Capital Acceleration’ ที่เร่งบูรณาการพัฒนาอนาคตชาติ พัฒนานวัตกรรมและเศรษฐกิจไปพร้อมกัน”

 

การบูรณาการความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นการปรับตัวครั้งสำคัญของสยามพิวรรธน์ที่ไม่ได้จดจ้องอยู่แค่สถานการณ์ปัจจุบัน แต่มองทะลุบริบทการเปลี่ยนแปลงในภาพใหญ่ที่จะเกิดขึ้น และการเตรียมบุคลากรให้พร้อมเพื่อรองรับภาคธุรกิจในอนาคต  โดยพุ่งเป้าไปที่คนรุ่นใหม่ เปิดโอกาสให้กลุ่มนิสิต นักศึกษา ได้เข้ามาร่วมเรียนรู้ ลงมือปฏิบัติจริง กับแพลตฟอร์มออนไลน์ Degree Plus ผ่านโครงการสำคัญที่กำลังจะทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมสร้างผู้นำแห่งอนาคตที่สามารถสร้างสรรค์สิ่งดีๆ และสร้างประโยชน์ให้กับประเทศไทยได้

 

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Back to top button
X
%d bloggers like this: