Biznews

‘ศุ บุญเลี้ยง’รับสมัครเจ้าของบริษัทกะทิกะลา รับปีนี้ ทำงานปีหน้า!

ศุ บุญเลี้ยง ศิลปิน นักเขียนชื่อดัง โพสต์ข้อความระบุว่า ·รับสมัครเจ้าของบริษัทกะทิกะลา ข้าพเจ้าอายุครบ 60 ปี แล้ว เริ่มไปลงทะเบียนรับเงินผู้สูงอายุ

โดยน่าจะได้เงินดูแลจากทางรัฐ เดือนละ 600 บาท จึงไปเปิดบัญชีกับธนาคารออมสิน เพื่อรอรับแต่บังเอิญวาสนาไม่ดี ไปเทศบาลแม่แรม ช้ากว่ากำหนด (คือต้องไปลงทะเบียนก่อนเดือนตุลา)ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าต้องรออีกหนึ่งปี เงินถึงจะเริ่มเข้าสู่ระบบ
 
ตอนแรกคิดว่าจะเอาเงินเดือนละ 6 ร้อย
มาทำให้กลายเป็น 6 ล้าน ในเวลา 6 ปี
แต่ตอนนี้ต้องรอไปก่อน
มาย้อนนึกว่า เรานี่ก็ทำอะไรมาเยอะ ทั้งร้องเพลง วงดนตรี สำนักพิมพ์ ละครเอย อบรม บรรยาย จนไม่ค่อยจะมีเวลามาบริหารบริษัท
 
ทำบริษัทตัวเองมาสองสมัยคือ สำนักศิษย์สะดือ ผลิตหนังสือและนิตยสารไปยาลใหญ่ มีอายุราวๆ 5 ปี ก็เลิกราแล้วมาทำบริษัทกะทิกะลา ผ่านมาเกิน 30 ปี
มีทั้งหนังสือ บทเพลง ทริปท่องเที่ยว งานค่าย อบรม นานา อื่นๆอีกมากมาย แต่ลงท้ายด้วยการพัฒนามนุษย์ด้วยการสื่อสารผ่านศิลปะผสมทักษะบางประการ
 
ทำไปทำมาเริ่มไม่ค่อยมีแรงผลักดัน
ผลิตเพลง หนังสือ ออกมาขายได้ไม่ได้ก็ช่างมัน ชักไม่ค่อยมีแรงผลักดันเหมือนวัยทะเยอทยาน
มีลูกน้องมาก็หลายโหลโตๆแยกย้าย กระจายได้ดีกันไปมากมาย
 
ความคิดยังพอมีแต่จะหามือไม้มาทำงาน เหมือนยุคสมัยก่อนก็ไม่ค่อยจะมีเรี่ยวแรงประสานงาน
 
อย่ากระนั้นลองเปลี่ยนจากรับลูกน้อง มารับเจ้าของบริษัทเลยก็แล้วกัน
คุณสมบัติ ก็ประมาณว่า ยังมีความอยากจะบุกเบิกธุรกิจและไม่ขี้เกียจทำธุรกรรม
มีความเป็นผู้นำ มีความคิดสร้างสรรค์​ เห็นอกเห็นใจ เห็นหัวคนอื่นๆ
มีเซ้นส์การตลาด มีความสามารถที่จะสื่อสาร
ไม่กลัวโซเชี่ยลมีเดีย ไม่รังเกียจการเปลี่ยนแปลง มีความเป็นมนุษย์
จะจบหรือไม่จบอะไรมา อายุเท่าไหร่ก็ตามแต่ ตรงนั้นไม่ค่อยแคร์ขี้เกียจคิด
 
ถ้ารู้จักกะทิกะลามาบ้าง ก็น่าจะดี
แต่ถ้าเพิ่งจะมารู้จักวันนี้ แล้วเห็นดีเห็นงามกับงานผลิตที่ผ่านมา ทั้งหนังสือ หนังหา บทเพลง บทเรียน แต่ไม่ได้หมายความว่า ต้องมาทำตามแนวทางเดิมๆ อาจจะมีมาเสริม หรือสร้างสรรค์สิ่งใหม่ก็ติด
 
แค่คิดว่าเป็นโอกาสให้ใครได้มาเริ่มโดยมีเราเป็นฐาน ทั้งฐานความคิด ฐานการผลิต ฐานการเงิน ฐานมวลมิตร ฯลฯ
หากเชื่อว่าคุณมีคุณสมบัติน่าสนใจ
ก็สมัครมาภายในปีนี้ (สมัครทางช่องทางไหนก็ได้ นึกเอาเอง เขียนจดหมาย โทรเลข ส่งไลน์หรืออีเมล์ก็ได้ แล้วแต่ จะผูกขานกพิราบ หรือดักเจอที่หน้าปากซอย ได้ทั้งนั้น ถ้าคิดว่ามันสื่อสารได้ดี)
 
แล้วปีหน้าเราเริ่มมาร่วมเป็นเจ้าของบริษัทด้วยกัน  เอายังงั้นเลยดีไหมหล่ะ
สำหรับ ศุ บุญเลี้ยง เกิดเมื่อ 4 ตุลาคม 2505 ที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เริ่มหัดเขียนอ่านที่ใต้ถุนบ้านครู
ป้ามุ้น ข้ามเกาะเข้าเมืองมาเรียนที่โรงเรียน ภปร.ราชวิทยาลัย จบจบชั้น มศ.3 เรียนต่อมัธยมปลายที่โรงเรียน
วัดนวลนรดิษฐ์ และสอบเข้ารั้วจามจุรี เป็นนิสิตคณะนิเทศศาสตร์ ในรั้วมหาวิทยาลัยเขาได้เห็นความผูกพัน
ในชนบท จากการออกค่ายอาสา ได้ลองแต่งเพลง ลองท าวงดนตรีเพื่อหาทุนให้คณะ ได้ลองทำละคร ลอง
เรียนเขียนบท และลงมือสร้างความฝันของตัวเองอย่างจริงจัง นั่นก็คือการเป็นนักเขียน
ศุ บุญเลี้ยง มีโอกาสได้เข้ามาในวงการเสียงเพลง ด้วยการเป็นหนึ่งในสมาชิกวงเฉลียง ซึ่งเขาถือเป็น
ช่วงเวลาสำคัญช่วงหนึ่งในชีวิตที่ทำให้มุมมองของเขาเติบโตขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำงานที่ตัวเองรักด้วยการตั้ง
สำนักศิษย์สะดือ ทำนิตยสารชื่อ “ไปยาลใหญ่” เป็นนิตยสารแนวไหนยากจะนิยาม แต่มักจะมีมุมมองเอียงๆที่
น่าสนใจ ทำให้คนอ่านอารมณ์ดีได้อยู่เป็นนิจ ต่อมาพบว่าเส้นทางความฝันของเขาไม่น่าจะได้มาด้วยการเรียน
ในระบบการศึกษา จึงหันหลังให้กับการเป็นนิสิต
ศุ บุญเลี้ยง มีงานเขียนเป็นพ็อกเก็ตบุ้คของตัวเอง บางครั้งใช้นามปากกา สมจุ้ย เจตนาน่าสนุก และ ศุ
ราณี นอกจากนี้ยังเป็นบรรณาธิการช่วยผลิตนักเขียนหน้าใหม่เข้าสู่วงการน้ำหมึกอีกหลายคน
ปัจจุบัน ศุ บุญเลี้ยง ยังคงทำงานเพลงออกมาอย่างต่อเนื่อง ได้ช่วยเหลือ และเป็นที่ปรึกษาให้กับ
มูลนิธิ หรือหน่วยงานเพื่อสังคมต่างๆ ยังได้เขียนหนังสือ ยังได้เป็นนักเดินทาง และนักแปรรูปความฝันให้
ชีวิตต่อไป พร้อมกับบทบาทใหม่ที่ลงตัวกับชีวิต สมกับการเป็นนักคิดที่สั่งสมมานาน คือการเป็นครูสอนการ
เขียน การได้รับเชิญไปบรรยายตามสถาบัน และโรงเรียนต่างๆ

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Back to top button
X
%d bloggers like this: