Biznews

‘ลอยกระทง’ปีนี้คึกคัก คาดเงินสะพัด 9.6 พันล้าน ดีสุดในรอบ 5 ปี

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมและการใช้จ่ายของผู้บริโภค ในช่วงวันลอยกระทงปี 2565 จากการสำรวจระหว่างวันที่ 26-31 ต.ค.65 จำนวน 1,254 ตัวอย่างทั่วประเทศพบว่า ประชาชน 60.2% มองว่าบรรยากาศในวันลอยกระทงปีนี้สนุกสนานมากกว่าปี 2564 เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาล มีการเปิดประเทศ และมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ คาดมูลค่าการใช้จ่ายในวันลอยกระทงปีนี้ อยู่ที่ 9,686 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5.9% มูลค่าการใช้จ่ายในวันลอยกระทงปี 2565 ดีที่สุดในรอบ 5 ปี โดยขยายตัว 5.9% ถือว่าขยายตัวสูงสุดในรอบ 10 ปี หรือกลับมาเป็นบวกในรอบ 5 ปี เนื่องจากปีก่อนมีฐานที่ต่ำมาก

สำหรับการวางแผนการลอยกระทง กลุ่มตัวอย่าง 32.1% ระบุว่า จะไปลอยกระทงและทำกิจกรรมอื่น ส่วน 19.9% ตอบว่าจะไม่ลอยกระทงแต่ไปทำกิจกรรม ขณะที่ 15.7% จะไปลอยกระทงเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ มี 22.5% ที่ตอบว่าไม่แน่ใจ และอีก 9.9% จะไม่ลอยกระทง เหตุผลในการลอยกระทงคือ เพื่อผ่อนคลายความเครียด เป็นประเพณี และขอพร ตามลำดับ ส่วนเหตุผลที่ไม่ลอยกระทง เพราะต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย เศรษฐกิจไม่ดี กลัวอันตราย กลัวคนเยอะ และกลัวโควิด ตามลำดับ

โดยกิจกรรมที่ประชาชนจะทำในวันลอยกระทงหลักๆคือ ไปลอยกระทง โดยปีนี้กลุ่มตัวอย่างตอบว่าจะไปทานอาหารนอกบ้าน และเที่ยวชมสถานที่งานจัดลอยกระทงมากขึ้นกว่าปีก่อน โดยวางแผนการใช้จ่ายในวันลอยกระทงปีนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 1,920.39 บาท/คน ส่วนมูลค่าการใช้จ่ายปี 2565 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา พบว่าประชาชน 43.3% ตอบว่าเพิ่มขึ้น แต่มาจากเหตุผลเพราะราคาสินค้าแพงขึ้น แสดงให้เห็นว่าประชาชนยังคงระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยอยู่

ส่วนการสำรวจทัศนะต่อสถานการณ์ทั่วไปในปัจจุบัน พบว่า ในเรื่องความกังวลเกี่ยวกับการติดเชื้อโควิดในปัจจุบัน 33% กังวลน้อย เพราะได้รับวัคซีนแล้ว อาการของโควิดในปัจจุบันไม่ร้ายแรง และมีสถานพยาบาลเพียงพอ ส่วน 25.8% ไม่กังวล เพราะได้รับวัคซีนแล้ว อาการของโควิดในปัจจุบันไม่ร้ายแรง และไม่ต้องกักตัว ขณะที่ 22.7% กังวลปานกลาง และอีก 18.5% กังวลมาก เนื่องจากกลัวมีผลข้างเคียงเมื่อติดเชื้อ และไม่อยากติดเชื้อ ทั้งนี้ เมื่อสอบถามถึงความเห็นเมื่อประกาศยกเลิกโควิดเป็นโรคติดต่ออันตราย กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มองว่า มีความกังวลในการแพร่ระบาดรอบใหม่น้อย ทำให้มีงานทำมากขึ้น ขณะที่การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ก็มีความคึกคักมากขึ้น

ขณะที่ทัศนะต่อเศรษฐกิจเมื่อเทียบกับ 6 เดือนที่ผ่านมา ส่วนใหญ่มองว่าดีขึ้น และคาดว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นช่วงไตรมาส 2/66 ซึ่งถือว่ามีมุมมองว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวเร็วขึ้น จากผลสำรวจของเมื่อเดือน ก.ย.65 ที่ส่วนใหญ่มองว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังปี 2566 ส่วนเรื่องที่ต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือคือ แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะค่าครองชีพที่ไม่สอดคล้องกับรายได้, สร้างความเท่าเทียมกันของคนในสังคม, สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับทุกคนในประเทศ และช่วยเหลือเงินทุนสำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่มีทุนน้อย

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Back to top button
X
%d bloggers like this: