Biznews

รีเทิร์น!’เจ้าสัวเจริญ’ ดัน’บิ๊กซี’เข้าตลาดหุ้น ระดมทุนกว่า 1.85 หมื่นล้าน!

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานระบุว่า บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อของไทย ซึ่งเป็นธุรกิจยักษ์ใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังพิจารณาการเสนอขายหุ้น IPO แก่ประชาชนทั่วไป ซึ่งในเบื้องต้นอาจต้องระดมเงินมากกว่า 500 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 18,500 ล้านบาท

“บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์กำลังพิจารณาจากวาณิชธนกิจเพื่อขอข้อเสนอขายหุ้น คาดอาจเกิดขึ้นในปีหน้า” บุคคลใกล้ชิดระบุ ขณะนี้ อยู่ระหว่างการหารือรายละเอียดในข้อเสนอที่เป็นไปได้ เช่น มูลค่าและระยะเวลากในการระดมทุนที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โดยที่ตัวแทนฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นธุรกิจในกลุ่มบริษัทเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (บีเจซี) กล่าวว่าพวกเขาไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับแผนการเสนอขายหุ้น IPO จนถึงขณะนี้

 

ทั้งนี้บริษัท ทีซีซี โฮลดิ้ง จำกัด ของเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี มหาเศรษฐีชาวไทย ได้ตกลงซื้อหุ้น 58.6% ของบิ๊กซีในราคา 3.1 พันล้านยูโร จาก Guichard Perrachon SA บริษัทค้าปลีกฝรั่งเศส ในปี 2560

บมจ.บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ (BIGC) ถูกเพิกถอนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย.2560 โดยหุ้นของ BIGC ทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นวันสุดท้ายในวันที่ 27 ก.ย.2560

การเพิกถอนหุ้น BIGC เกิดขึ้นภายหลังจากที่ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) บริษัทในเครือของ เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ใช้เงินจำนวน 3,825 ล้านบาท ทำการเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของ BIGC จำนวน 17 ล้านหุ้น หรือ 2.06% ของทุนที่ชำระแล้วของ BIGC ในราคาหุ้นละ 225 บาท เพื่อเพิกถอนหุ้นของบิ๊กซีออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ก่อนการเพิกถอนและเทนเดอร์ กลุ่มบริษัท BJC เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ใน BIGC จำนวน 808 ล้านหุ้น หรือ 97.94% ของหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของ BIGC ประกอบด้วย บริษัท บีเจซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ถือหุ้นใน BIGC จำนวน 590 ล้านหุ้น หรือ 71% และ และบริษัท เสาวนีย์โฮลดิ้งส์ ถือหุ้น 218.3 ล้านหุ้น หรือ 26%

ทั้งนี้ เมื่อต้นปี 2559 กลุ่มคาสิโน ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ BIGC ได้เข้าทำสัญญาขายหุ้น BIGC กับทีซีซี คอร์ปอเรชั่น บริษัทในเครือของเจ้าสัวเจริญ โดยทีซีซีซี คอร์ปอเรชั่น จะซื้อและขายหุ้นทั้งทางตรงและทางอ้อมใน BIGC จากกลุ่มคาสิโน รวมทั้งสิ้นจำนวน 483,077,600 หุ้น คิดเป็นจำนวนหุ้นจำนวน 58.56% ในราคาหุ้นละ 252.88 บาท คิดเป็นเงินลงทุนราว 1.22 แสนล้านบาท ทำให้ต่อมา ทีซีซีซี คอร์ปอเรชั่น ต้องทำเทนเดอร์หุ้น BIGC ทั้งหมดในเวลาต่อมา

สำหรับ Big C ก่อตั้งโดยกลุ่มเซ็นทรัลมาตั้งแต่ปี 1993 และเปิดให้บริการสาขาแรกที่ถนนแจ้งวัฒนะ ระดมทุนไปแล้ว 4.2 พันล้านบาทหรือประมาณ 112 ล้านเหรียญสหรัฐในการ IPO เมื่อปี 2012 ซึ่งต่อมาในปี 2016 บริษัท TCC Holding ที่เป็นของมหาเศรษฐีเจริญ สิริวัฒนภักดีซื้อหุ้น Big C ในอัตรา 58.6% เป็นเงิน 3.1 พันล้านยูโรจาก Casino Group ค้าปลีกฝรั่งเศส

จากนั้นก็ทำการถอนบิ๊กซีออกจากการเป็นหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพื่อแก้ปัญหาและลดภาระค่าธรรมเนียมจากการกระจายถือหุ้นที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ตลท. ต่อมา Big C ก็มาเป็นบริษัทภายใต้การบริหารของเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ หรือ BJC

ปัจจุบัน Big C มีหน้าร้านอยู่ 1,792 แห่ง ซึ่งก็มีทั้งร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ตทั้งในไทย เวียดนาม ลาว และกัมพูชา ซึ่งล่าสุดบริษัทก็ได้เข้าซื้อ Kiwi Mart 18 แห่งจากประเทศกัมพูชาด้วยและยังเตรียมรีแบรนด์ Mini Big C ด้วย

สำหรับรายได้ธุรกิจค้าปลีก BJC รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า รายได้รวมกลุ่มสินค้าและบริการทางการค้าปลีกสมัยใหม่ในไตรมาส 2/65 อยู่ที่ 27,836 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,597 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 10.3 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

ขณะที่จำนวนสาขาของบิ๊กซี ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2565 รวมทั้งสิ้น 1,792 แห่ง (รวมทุกห้างค้าปลีกภายใต้แบรนด์ “บิ๊กซี” และร้านขายยา “เพรียว”)

 

 

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Back to top button
X
%d bloggers like this: