CSR

ยูนิเซฟ ตั้งแสนสิริ เทียบ 20 องค์กรชั้นนำระดับโลก

SONY DSC

แสนสิริตอกย้ำการเป็นองค์กรที่เป็นมิตรกับเด็ก ดำเนินการเรื่อง การคุ้มครองและปกป้อง สิทธิเด็กอย่างจริงจัง ร่วมผลักดันทั้งเชิงนโยบายระดับประเทศ ระดับสังคม และระดับองค์กร ล่าสุดได้รับการแต่งตั้งเป็นพันธมิตรแรกขององค์การยูนิเซฟในประเทศไทย ที่มีรายชื่ออยู่บน เว็บไซต์สากลของยูนิเซฟ เทียบ 20 องค์กรชั้นนำระดับโลก พร้อมเดินหน้าประกาศพันธกิจ มุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการให้ความสำคัญด้านสิทธิเด็ก และเชิญชวนสังคมไทยร่วมผนึกกำลัง ผลักดันความสำคัญเด็กสู่นโยบายระดับประเทศ

นายอภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แสนสิริลงนามเป็นพันธมิตรกับองค์การยูนิเซฟต่อเนื่องมาแล้วถึง 8 ปี โดยร่วมกันผลักดัน โครงการต่างๆ เพื่อคุ้มครองปกป้องสิทธิและพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก มามากกว่า 14 โครงการ ทั้งการพัฒนาความเป็นอยู่ สร้างความตระหนักด้านสิทธิเด็กและเยาวชน ในประเทศไทย มุ่งเน้น เรื่องสุขภาพ การศึกษา การกีฬา รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือไร้พรมแดน

“ทั้งนี้การที่เราจะคงจุดยืนองค์กรที่เป็นมิตรกับเด็กได้นั้น ต้องได้รับความร่วมมือจากทั้งพันธมิตร องค์กรคู่ค้า และพนักงานทุกคนขององค์กร ที่ตระหนักและมีความรู้ความเข้าใจเรื่องสิทธิด้าน ต่างๆ ของเด็ก และเห็นร่วมกันว่าเป็นเรื่องจำเป็นของเราทุกคน ในการมอบโอกาสให้เด็กได้มีพื้นฐาน คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

SONY DSC

ประเทศไทยได้ลงนามร่วมกับภาคีนานาประเทศ ในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กของสหประชาชาติ ตั้งแต่ปี 2553 เด็กจะมีสิทธิพื้นฐานอยู่ 4 ประการก็คือ สิทธิการมีชีวิตอยู่รอด (Right of Survival) สิทธิในการพัฒนา (Right of Development) สิทธิในการได้รับการคุ้มครอง (Right of Protection) และสิทธิในการมีส่วนร่วม (Right of Participation) โดยรัฐบาลไทยได้ขับเคลื่อน ด้านสิทธิของเด็กอย่างเต็มที่ ด้วยการร่างแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2561 – 2564 ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน เพื่อให้เด็กและเยาวชน มีคุณภาพชีวิตที่ดี

นางสิรินทรา มงคลนาวิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวางแผนองค์กรและพัฒนาความยั่งยืน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) “ซึ่งถ้ามองในแง่ตัวบทกฎหมาย การคุ้มครองสิทธิของเด็ก ในประเทศไทยก้าวหน้า เทียบเท่ากับสากล แต่ในทางปฏิบัตินั้นยังเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการอีกมาก จึงเป็นเรื่องที่ดีหากองค์กรและภาคสังคมจะหันมาร่วมมือกันผลักดันให้เกิดผลสัมฤทธิ์ อย่างแท้จริง”

“จะยังเห็นว่าเด็กที่ขาดโอกาส เด็กชายขอบ เด็กไร้สัญชาติ และชาติพันธุ์ทั้งหลายยังเข้าไม่ถึงสิทธิ พื้นฐาน และยังไม่มีความเท่าเทียมกันมากเท่าที่ควร เช่นเด็กในสถานที่ก่อสร้างกว่า 60,000 คน เป็นกรณีที่เราเห็นได้ชัดเจนมากของการขาดพื้นที่ปลอดภัยในการดำรงชีวิต ขาดการศึกษา และ การบริการสาธารณสุขพื้นฐาน เราจึงทำพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กในสถานที่ก่อสร้าง หรือ The Good Space ร่วมกับองค์การ ยูนิเซฟ ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งเราก็ได้รับ ความร่วมมือที่ดีมากจากองค์กรคู่สัญญาของเรา”

Central Group and UNICEF launched #EatPlayLove, a new campaign to drive increased awareness about the importance of the first months and years in a child’s life and the impact of early experiences on the developing brain, to provide guidance to parents and caretakers, and to encourage increased focus and investment in early childhood development.
Boy Trai Bhumirat, a popular singer and song writer is the #EatPlayLove campaign hero. He wrote a special song for the campaign titled “Every day, I love you”. In the song, Boy Trai encourages parents and caretakers to make the most of this unique opportunity to provide their children with the best possible start in life.
Boy Trai Bhumirat and his wife, Panida Lemsirinoppakul visits Rajpattana Early Childhood Development Centre in Minburi. It is one of the 17 demonstration centres supported by UNICEF aimed at providing quality and holistic services for young children.

ในฐานะผู้ปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสังคม หรือ Social Change ของแสนสิริ นางสิรินทรา กล่าวถึงปัญหาการขาดโอกาสด้านการศึกษาของเด็กในชุมชนห่างไกลว่า “จากการลงพื้นที่ศึกษา ในเชิงลึกร่วมกับองค์การยูนิเซฟ ในเขตเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และ อุดรธานี พบปัญหาความ เหลื่อมล้ำทางการศึกษาของเด็กๆชนกลุ่มน้อยที่ไม่ได้แจ้งเกิดที่โรงเรียนมักจะไม่ยอมให้เข้าเรียน แสนสิริจึงร่วมกับองค์การยูนิเซฟดำเนินโครงการ EDUCATION FOR ALL การศึกษาเพื่อปวงชน ที่มีเป้าหมายพัฒนาร่างนโยบายการทำงานเพื่อบรรเทาปัญหา และความยากลำบาก ในการเข้าถึง การศึกษา และเพื่อให้แน่ใจว่าเด็กจะมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน”

“สิ่งที่เราต้องการจะให้สังคมตระหนักก็คือสิทธิของเด็ก เป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้ สังคมต้องให้ ความสำคัญ เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของสังคมในอนาคต โดยองค์กรควรมอง ผลกระทบที่เชื่อมโยงระหว่างธุรกิจของตนเองกับเด็กๆ มากขึ้น และเริ่มปฏิบัติจากภายในองค์กร ขยายสู่พันธมิตรคู่ค้าตลอดจนร่วมผลักดันขับเคลื่อนทั้งเชิงนโยบายและการปฏิบัติสู่สังคม และอยากฝากไปถึงผู้ประกอบการธุรกิจทุกองค์กรให้ร่วมช่วยกันดูแล คุ้มครองสิทธิเด็กทั้งภายใน กระบวนการทางธุรกิจ และกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคม”

แสนสิริดำเนินนโยบายองค์กรเป็นมิตรกับเด็กภายใต้หลักการสิทธิเด็กและหลักปฏิบัติทางธุรกิจ

ได้แก่ นโยบายไม่ใช้แรงงานเด็กในสถานประกอบการ และในสถานที่ก่อสร้าง ทำข้อสัญญา คุ้มครองแรงงานเด็ก ยุติการใช้แรงงานเด็กกับพันธมิตร ผลักดันให้มีพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ในสถานที่ก่อสร้าง หนุนเสริมบทบาทของรัฐและชุมชนในการคุ้มครองและเติมเต็มสิทธิเด็ก ตลอดจนช่วยคุ้มครองเด็กที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ฉุกเฉินหรือภัยพิบัติต่างๆ

นายโธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “แสนสิริเป็นองค์กรแรกในประเทศไทย ที่ได้รับเลือกให้เป็น selected partner (เซเล็คเต็ด พาร์ทเนอร์) ของยูนิเซฟ ประเทศไทย ที่มีรายชื่อ อยู่บนเว็บไซต์สากลของยูนิเซฟ จากการที่แสนสิริเป็นองค์กรที่มุ่งมั่น ต่อการดำเนินนโยบายเป็นมิตร ต่อเด็ก เราหวังว่าแสนสิริจะเป็นแรงบัลดาลใจให้องค์กรธุรกิจอื่นๆ ดำเนินนโยบายที่เป็นมิตรต่อเด็ก ผ่านการขับเคลื่อนทางกระบวนการธุรกิจเพื่อนำไปสู่การพัฒนาตัวเด็ก และธุรกิจที่ยั่งยืน ไปพร้อมๆ กัน ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนให้สังคมในระยะยาว อย่างไร้พรมแดน”

ตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา แสนสิริได้รับเกียรติเข้าร่วมในเวทีระดับโลกกว่า 8 ครั้ง ได้รับการตอบรับ จากผู้แทนสหประชาชาติหลายๆ หน่วยงาน รวมถึงได้รับรางวัลด้าน CSR จากทั้งระดับประเทศ ระดับภูมิภาคเอเชีย และระดับโลก ครั้งนี้นับเป็นความภูมิใจสูงสุดในฐานะองค์กรจากประเทศไทย ที่ได้รับเกียรติสูงสุดเทียบเท่าองค์กรระดับโลก สำหรับองค์กรที่ได้รับเลือกให้เป็น selected partner ของยูนิเซฟในปัจจุบันนี้ ประกอบด้วยองค์กรชั้นนำระดับโลก 20 องค์กร อาทิ หลุยส์ วิตตอง อิเกีย ไอเอ็นจี กุชชี่ และยูนิลีเวอร์ เป็นต้น การได้รับเลือกครั้งนี้ จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ ของประเทศไทยด้านการให้ความสำคัญกับสิทธิเด็ก ซึ่งเป็นที่เข้าใจดีว่าหลายๆประเทศ จะได้รับ แรงกดดันจากประชาคมโลก เรียกร้องให้ยุติการใช้แรงงานเด็กอย่างไม่เป็นธรรม และมีผลกระทบ ต่อทั้งด้านการค้าระหว่างประเทศและภาพลักษณ์ของประเทศ

# # #

ข้อมูลเพิ่มเติม

ในปี พ.ศ. 2553 แสนสิริได้ร่วมมือกับองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย จัดทำแคมเปญ “IODINE PLEASE เพื่อแก้ปัญหาภาวะขาดสารไอโอดีนในเด็ก ซึ่งเป็นปัญหาของประเทศในช่วง 50 ปีที่ ผ่านมา แสนสิริได้ร่วมมือกับยูนิเซฟและพันธมิตรอื่นๆ สร้างความตระหนักในปัญหาที่เกิดขึ้น และ ผลักดันให้รัฐบาลออกกฎหมายที่บังคับให้เติมไอโอดีนในเกลือบริโภคทุกชนิดเพื่อแก้ปัญหาการขาดสารไอโอดีนในประเทศไทย

จากการร่วมมือกันครั้งแรกได้นำไปสู่โครงการที่แสนสิริทำร่วมกับยูนิเซฟขึ้นมาอีกถึง 14 โครงการ ด้วยกัน อาทิ Child Rights, Education For All ,Let’s Play Together และ Best Start ซึ่งแสนสิริได้นำมาต่อยอดไปสู่โครงการ “The Good Space” หรือ “พื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก” ที่อยู่ภายในสถานก่อสร้างของแสนสิริ จุดประสงค์หลักคือเพื่อให้เด็กทุกคนในสถานก่อสร้าง มีสิทธิในการใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย เข้าถึงการศึกษา และการบริการสาธารณะสุขอย่างเท่าเทียม นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 แสนสิริได้นำแนวคิดของพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กที่พัฒนากับยูนิเซฟ มาใช้ในการจัดทำพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก แสนสิริได้ร่วมมือกับองค์กรคู่ค้าของแสนสิริจัดพื้นที่ ดังกล่าวมากกว่า 40 แห่งใน 13 จังหวัด จากสถิติของ Kids Home Development Network ในปี พ.ศ.2558 ในแต่ละปีมีเด็กมากกว่า 700 คน ได้รับประโยชน์จากโครงการ The Good Space และ ในจำนวนนี้ มีเด็ก 50 คนจากโครงการที่ได้เข้าเรียนต่อในโรงเรียนวัดเจ็ดยอดที่จังหวัดเชียงใหม่

Related Articles

Back to top button
X
%d bloggers like this: