Bizlifestyle

พระราชประวัติ ‘ควีนเอลิซาเบธที่ 2’ กษัตริย์ผู้ทรงกรณียกิจเพื่อประชาชน

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร ประสูติเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2469 (ตรงกับรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5 แห่งสหราชอาณาจักร) เป็นพระราชธิดาพระองค์เเรกในสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 และสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ พระราชชนนี เมื่อทรงพระเยาว์พระประยูรญาติสนิททรงเรียกพระองค์ว่า “ลิลิเบ็ต”

เมื่อ “เจ้าหญิงเอลิซาเบธ” (พระยศในขณะนั้น) ประสูติ พระองค์เป็นรัชทายาทโดยสันนิษฐาน อยู่ลำดับที่ 3 ในลำดับการสืบราชบัลลังก์อังกฤษ แม้ว่าการประสูติของพระองค์จะอยู่ในความสนใจของสาธารณชน แต่ก็ไม่มีใครคาดหมายว่าพระองค์จะได้ขึ้นครองราชสมบัติเป็น “สมเด็จพระราชินีนาถ”

เมื่อปี 2479 สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 5 สวรรคต และเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด พระปิตุลา เถลิงถวัลย์ราชสมบัติขึ้นเป็น “สมเด็จพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8” จากนั้น “เจ้าหญิงเอลิซาเบธ” จึงเลื่อนขึ้นมาลำดับที่ 2 ในลำดับการสืบราชบัลลังก์ตามหลังพระราชบิดาในลำดับที่ 1 ภายหลังในปีเดียวกันนี้เองที่พระปิตุลาทรงสละราชสมบัติ เพื่อไปสมรสกับ “วอลลิส ซิมป์สัน” แม่ม่ายชาวอเมริกันผู้หย่าร้างมาแล้วสามรอบ

ช่วงปี 2494 พระพลานามัยของพระราชบิดา สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 เสื่อมถอยลงและบ่อยครั้งที่ “เจ้าหญิงเอลิซาเบธ” ต้องเสด็จปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ และในช่วงต้นปี 2495 “เจ้าหญิงเอลิซาเบธ” เตรียมเสด็จเยือนออสเตรเลียและนิวซีแลนด์โดยเสด็จเยือนเคนยาก่อน ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2495 เมื่อเพิ่งเสด็จถึงที่ประทับ ข่าวการสวรรคตของพระเจ้าจอร์จที่ 6 พระราชบิดาก็มาถึง และดยุกแห่งเอดินบะระก็ได้ทรงแจ้งข่าวนี้แก่พระราชินีพระองค์ใหม่

มาร์ติน คาร์เตริส ได้ทูลถามถึงพระปรมาภิไธยที่จะทรงใช้ในการครองราชย์ พระองค์ทรงเลือก “เอลิซาเบธ” เช่นเดิมแน่นอน พระองค์ทรงประกาศตนเป็นพระมหากษัตริย์แห่งสหราชอาณาจักรและเครือจักรภพพระองค์ใหม่หลังจากที่ทรงเร่งรีบเสด็จกลับสหราชอาณาจักร จากนั้นจึงเสด็จย้ายเข้าไปประทับ ณ พระราชวังบักกิงแฮมพร้อมกับดยุกแห่งเอดินบะระ

ด้วยการเสด็จขึ้นครองราชสมบัติของเจ้าหญิงเอลิซาเบธ มีความเป็นไปได้ว่าอาจมีการเปลี่ยนชื่อราชวงศ์ไปเป็น “ราชวงศ์เมาท์แบตเตน” ตามนามสกุลของดยุกแห่งเอดินบะระ และให้เจ้าหญิงทรงเปลี่ยนไปใช้นามสกุลของพระราชสวามี อย่างเดียวกับสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย อย่างไรก็ตามสมเด็จพระราชินีแมรี พระอัยยิกา และนายกรัฐมนตรีวินสตัน เชอร์ชิลล์ เห็นชอบที่จะให้มีการใช้ชื่อราชวงศ์เดิมต่อไป

 

 

แม้ว่าเจ้าหญิงเอลิซาเบธได้เสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติแล้ว แต่ก็เป็นเวลาอีก 16 เดือนกว่าจะถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระองค์ พระราชพิธีบรมราชาภิเษกจัดขึ้นที่มหาวิหารเวสมินสเตอร์ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2496 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่พระราชพิธีนี้ได้ถ่ายทอดไปทั่วโลก ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระองค์ได้พระราชทานพระปฐมบรมราชโองการแก่พสกนิกรชาวอังกฤษว่า

“ในพิธีบรมราชาภิเษกวันนี้ ข้าพเจ้าขอประกาศว่า ข้าพเจ้าพร้อมอุทิศชีวิตเพื่อประชาชนของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าอยากขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคนไม่ว่าจะศาสนาใดก็ตาม ให้ช่วยสวดภาวนาให้ข้าพเจ้า ในวันที่ข้าพเจ้าต้องปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกษัตริย์เเห่งอังกฤษ สวดภาวนาให้พระเป็นเจ้าประทานพระปัญญาญาณเเละความเข้มเเข็งให้ข้าพเจ้าสามารถปฏิบัติราชกิจลุล่วงตามที่ข้าพเจ้าได้ให้สัตย์ปฏิญาณไว้ เเละข้าพเจ้าพร้อมรับใช้พระเป็นเจ้าเเละประชาชนของข้าพเจ้า ทุกคนตลอดที่ข้าพเจ้ายังมีลมหายใจ”

ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทรงได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการทหารนอกประจำการ พระราชกรณียกิจของพระองค์เพิ่มขึ้น รวมทั้งการเสด็จประพาสภายในและนอกประเทศ พระราชกรณียกิจในระหว่างการเยือนนี้ เป็นช่วงที่ครบรอบวันประสูติปีที่ 21 ซึ่งพระองค์ได้ทรงแถลงการณ์ออกอากาศ ประกาศเจตนารมณ์ที่จะอุทิศพระองค์ เพื่อภารกิจของประเทศในเครือจักรภพ และในปีเดียวกันนี้เอง ที่พระองค์ทรงประกาศหมั้นกับ “เรือโทฟิลลิปส์ เมาท์แบทเท็น” (ต่อมาคือเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ) โดยพระราชพิธีอภิเษกสมรสจัดขึ้นที่เวสต์มินสเตอร์แอบบีย์

พระองค์มีพระราชโอรสพระองค์แรกคือเจ้าชายชาลส์ พระองค์ที่สองเป็นพระราชธิดา มีพระนามว่าเจ้าหญิงแอนน์ พระราชโอรสพระองค์ที่สามคือเจ้าชายแอนดรูว์ และพระราชโอรสพระองค์เล็กคือเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงเสด็จออก ณ สีหบัญชร พระราชวังบักกิงแฮม ท่ามกลางการเตรียมงาน Platinum Jubilee ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองครองราชย์กว่า 70 ปี อย่างยิ่งใหญ่ในกรุงลอนดอน พสกนิกรจำนวนมากมารวมตัวกันที่ลานด้านหน้าของพระราชวังบักกิงแฮม เพื่อร่วมงานเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่นี้ พระองค์มีพระชนมายุ 96 พรรษาและยังดูมีพระพลานามัยแข็งแรง ทรงพระสรวลอย่างแจ่มใส เป็นภาพที่นำความปลาบปลื้มมายังพสกนิกรที่เฝ้าชื่นชมพระบารมี

 

 

ในปี 2565 นี้ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในสหราชอาณาจักร นำหน้าสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย เมื่อเดือนกันยายน 2558

สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ทรงครองสิริราชสมบัติยาวนานที่สุด เป็นอันดับที่ 2 ของโลก เป็นรองเพียง สมเด็จพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส ครองราชย์ 72 ปี 110 วัน

เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา สมเด็จพระราชินีนาถฯ เพิ่งทรงเสด็จออก ณ สีหบัญชร พระราชวังบักกิงแฮม ท่ามกลางการเตรียมงาน Platinum Jubilee ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองครองราชย์กว่า 70 ปี อย่างยิ่งใหญ่ในกรุงลอนดอน พสกนิกรจำนวนมากมารวมตัวกันที่ลานด้านหน้าของพระราชวังบักกิงแฮม เพื่อร่วมงานเฉลิมฉลองอันยิ่งใหญ่นี้ พระองค์มีพระชนมายุ 96 พรรษาและยังดูมีพระพลานามัยแข็งแรง ทรงพระสรวลอย่างแจ่มใส เป็นภาพที่นำความปลาบปลื้มมายังพสกนิกรที่เฝ้าชื่นชมพระบารมี

ย้อนไปเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ ทรงเป็นหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแม้พระชนมายุเพียงสิบกว่าพรรษา เช่นทรงพระราชดำรัสออกอากาศในรายการสำหรับเด็กในประเทศอังกฤษและเครือจักรภพของบีบีซี นอกจากนี้ ยังทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจครั้งแรกเมื่อพระชนมายุ 16 พรรษา ในฐานะนายทหารยศพันเอกแห่งกองทหารราบรักษาพระองค์ โดยทรงตรวจพลสวนสนามและยังทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่เกี่ยวกับเด็ก และเยาวชนอีกมากมาย

หลังจากที่ครบรอบพระชนมายุ 18 พรรษาได้ไม่นาน พระองค์ทรงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษารัฐบาล และได้เริ่มปฏิบัติพระราชกรณียกิจแห่งองค์รัชทายาทเป็นครั้งแรก

ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ทรงได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการทหารนอกประจำการ พระราชกรณียกิจของพระองค์เพิ่มขึ้น รวมทั้งการเสด็จประพาสภายในและนอกประเทศ พระราชกรณียกิจในระหว่างการเยือนนี้ เป็นช่วงที่ครบรอบวันประสูติปีที่ 21 ซึ่งพระองค์ได้ทรงแถลงการณ์ออกอากาศ ประกาศเจตนารมณ์ที่จะอุทิศพระองค์ เพื่อภารกิจของประเทศในเครือจักรภพ และในปีเดียวกันนั้นเอง ที่พระองค์ทรงประกาศหมั้นกับ “เรือโทฟิลลิปส์ เมาท์แบทเท็น” (ต่อมาคือเจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ) โดยพระราชพิธีอภิเษกสมรสจัดขึ้นที่เวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ค.ศ. 1947 พระองค์ทรงแถลงการณ์ซ้ำอีกครั้งถึงเจตนารมณ์ ที่จะอุทิศพระองค์เพื่อภารกิจของประเทศในวันเสด็จขึ้นครองราชย์

สมเด็จพระราชินีนาถฯ ทรงมีพระประสูติกาลพระราชโอรสพระองค์แรกคือ เจ้าชายชาลส์ ซึ่งปัจจุบันทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น “เจ้าชายแห่งเวลส์” ประสูติเมื่อปี 1948 พระองค์ที่สองเป็นพระราชธิดา มีพระนามว่าเจ้าหญิงแอนน์ ประสูติเมื่อปี 1950 ซึ่งปัจจุบันทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น “ราชกุมารี” พระราชโอรสพระองค์ที่สามคือเจ้าชายแอนดรูว์ ประสูติเมื่อปี 1960 ปัจจุบันทรงดำรงพระอิสริยยศเป็น “ดยุกแห่งยอร์ก” และพระราชโอรสพระองค์เล็กคือเจ้าชายเอ็ดเวิร์ด ซึ่งประสูติในปี 1964 ปัจจุบันดำรงพระอิสริยยศเป็น “เอิร์ลแห่งเวสเซ็กส์”

พระราชโอรส-พระราชธิดาทุกพระองค์ทรงงานสืบสานภารกิจของสมเด็จพระราชินีนาถฯ ทั้งในงานสาธารณกุศลและพระราชกรณียกิจด้านต่าง ๆ โดยสมเด็จพระราชินีนาถฯเองแม้เมื่อทรงมีพระชนมายุมากแล้วก็ยังคงทรงงาน โดยเฉพาะในแง่การเป็นขวัญกำลังใจให้แก่พสกนิกร เช่นเมื่อครั้งที่อังกฤษประสบกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทรงมีพระราชดำรัสเป็นโอกาสพิเศษ ขอบใจประชาชนที่ปฏิบัติตามข้อบังคับของรัฐบาลที่ให้อยู่แต่ในบ้าน และชื่นชมผู้ที่ร่วมกันช่วยเหลือผู้อื่น รวมทั้งบุคลากรสำคัญ เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขและเจ้าหน้าที่ฝ่ายอื่นๆที่เป็นผู้นำในการต่อสู้กับโรคระบาด

“ขอให้ประชาชนดำเนินตามรอยของบรรพบุรุษชาวอังกฤษในยามที่ต้องเผชิญกับปัญหานั่นคือ การแก้ไขอุปสรรคต่าง ๆ ด้วยอารมณ์ดี มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจกัน” เป็นส่วนหนึ่งของพระราชดำรัสที่พระราชทานไว้เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2020 ซึ่งขณะนั้นทรงมีพระชนมายุ 94 พรรษา

วันที่ 8 กันยายน 2022 สำนักพระราชวังบักกิงแฮม แถลงการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 อย่างเป็นทางการขณะพระชนมายุ 96 พรรษา

 

 

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Back to top button
X
%d bloggers like this: