Biznews

ทำความรู้จัก ‘ซามาเนีย พลาซ่า’ ยกเซินเจิ้นบุกไทย!

เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่สำหรับ ‘ซามาเนีย พลาซ่า’ (Samanea Plaza Thailand) โครงการค้าปลีกค้าส่งขนาดใหญ่ในประเทศไทย จากซามาเนีย กรุ๊ป บริษัทยักษ์ใหญ่สัญชาติจีน ตั้งเป้าดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร ที่มีทั้งหน้าร้าน และคลังสินค้า ศูนย์รวมการค้าที่ครบวงจรและใหญ่สุดในประเทศไทย บนพื้นที่ 200 ไร่ ริมถนนบางนา-ตราด กม. 26

ทำเอาผู้ประกอบการนำเข้าสินค้าจากจีน มีความกังวลว่าจะเป็นการถล่มตลาดหรือไม่ เนื่องจากโครงการ “ซามาเนีย พลาซ่า” มีทั้งสินค้านำเข้าโดยตรงจากจีนในราคาส่ง การบริการครบทุกรูปแบบ ทั้งขายปลีก ขายส่ง และให้บริการคลังสินค้าแก่ผู้ประกอบการจีน เพื่อลดเวลาการจัดส่งให้มีความสะดวกรวดเร็ว แถมยังมีบริการพื้นที่ไลฟ์สด เพื่อขายสินค้าภายใน “ซามาเนีย พลาซ่า” อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม หลายคนตั้งข้อสงสัยว่า ร้านนี้มีการจัดตั้งอย่างถูกต้อง ถูกกฎหมายหรือไม่ เพราะเหมือนเป็นการยกเซินเจิ้น ยกประเทศจีนเข้ามาไว้ในไทย แถมตอนนี้ก็มีเรื่องทุนจีนสีเทาอีก ยิ่งทำให้คนหวาดระแวง

ห้างซามาเนีย พลาซ่า คือโครงการระดับหมื่นล้าน ตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 220 ไร่ (ประมาณ 330,000 ตารางเมตร) พัฒนาโดย China Yiwu International Market ศูนย์ขายส่งขนาดที่ใหญ่ที่สุดจากจีนในเมืองไทย โดยในพื้นที่จะมีทั้งโรงแรม โรงงานค้าส่งขนาดใหญ่ คลังสินค้า มีส่วนจัดแสดงสินค้าและมาร์เก็ตติ้ง แกลอรี่ มีแนวคิดในเรื่องการเป็นธุรกิจครบวงจร ที่ผู้ประกอบการ หน้าร้าน คลังสินค้า จุดไลฟ์ขายสินค้า อยู่ในจุดเดียวกันทั้งหมด ถือเป็นการรวมศูนย์การค้าที่ครบวงจรและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

สิ่งหนึ่งที่กลายเป็นความกังวลขนาดใหญ่ของห้างซามาเนียพลาซ่า คือการที่ห้างนี้จะนำเข้าสินค้าทุกชนิด ทุกประเภท ที่มีการค้าขายออนไลน์ในไทย มาตั้งไว้ที่นี่โดยเฉพาะ และสินค้าที่นำเข้ามาจะไม่ต้องเสียภาษี มีสินค้าทุกประเภทตั้งแต่ สินค้าแฟชั่น, เคหภัณฑ์, เครื่องใช้ไฟฟ้า, อุปกรณ์โรงแรมและสุขภัณฑ์

โดยสิ่งที่สร้างความกังวลคือ โครงการนี้จะเป็นการฆ่าผู้ประกอบการรายย่อย โดยเฉพาะเหล่าชิปปิ้ง พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่นิยมสั่งสินค้าแบบพรีผ่านเว็บไซต์ขายสินค้าจากจีนเข้ามา ซึ่งจะเห็นว่า ในระบบของการสั่งสินค้านั้น เมื่อเราสั่งสินค้าและเราต้องรอส่งจากจีน พ่อค้าแม่ค้าคนกลางจะกินกำไรส่วนต่าง แต่โครงการแห่งนี้ไม่ต่างกับการยกเซินเจิ้น อี้อู กวางโจว 3 เมืองใหญ่แห่งการค้าปลีกออนไลน์ มาไว้ที่ไทย เมื่อสั่งสินค้าแล้ว ลูกค้าแทบไม่ต้องรอ เพราะมีของราคาเท่ากันหรือถูกกว่าสต็อกไว้ในไทย ส่งได้ไวกว่า และมาตรฐาน มอก.

นอกจากนี้ ใครที่เคยสั่งสินค้าจากจีนมาขาย หรือไลฟ์ขายที่บ้าน อาจจะต้องมาขายที่นี่แทน เพราะที่นี่มีห้องไลฟ์ มีคนสอน มีของมาเติมตลอด หากมองในแง่ดี ผู้บริโภคก็อาจได้ของราคาถูกมากกว่า แต่มองในแง่ร้ายเท่ากับว่า ตอนนี้ทุนจีนกำลังเข้ามาตีทุนไทย จากที่เคยได้กำไรก็จะได้น้อยกว่าเดิม เพราะทุนจีนมาบุกถึงที่

 

 

อย่างไรก็ตาม จากฐานข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบข้อมูลของ 3 บริษัท ที่เกี่ยวข้องกับ “ซามาเนีย พลาซ่า” ดังนี้

1.บริษัท ซามาเนีย บางนา 02 จำกัด

ประกอบธุรกิจขายปลีกเฟอร์นิเจอร์ชนิดใช้ในครัวเรือน โดยมีทุนจดทะเบียนปัจจุบัน 20 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มทุน เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2560 จากเดิมที่มีทุนจดทะเบียน 20,000 บาท (2 พ.ย. 2559) ในชื่อบริษัท เลสโซ่ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด และได้เปลี่ยนแปลงชื่อบริษัท จาก เลสโซ่ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด ก่อนจะเปลี่ยนเป็น ซามาเนีย บางนา 02 เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2563 ที่ผ่านมา

ข้อมูลกรรมการ : 2 คน ประกอบด้วย นายเฉือก ฟ้ง อ้อ และ นายยูหลง ลี โดยพบการเปลี่ยนแปลงรายชื่อกรรมการ ซึ่ง นายชุก เฟิง อ๋อ ได้ออกจากการเป็นกรรมการ และ นายเฉือก ฟ้ง อ้อ ได้เข้าเป็นกรรมการ ในเดือน ก.พ. 2564 ต่อมา นางสาวธนิตา วัฒนมติพจน์ ได้ออกจากการเป็นกรรมการ ในเดือน ก.พ. 2565

ข้อมูลการถือหุ้น : บริษัท ซามาเนีย บางนา จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลสัญชาติไทย ถือหุ้น อันดับ 1 จำนวน 199,998 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 100%

ข้อมูลงบการเงินนำส่ง ปี 2564 พบข้อมูลดังนี้

สินทรัพย์รวม 9,341,488 บาท
หนี้สินรวม 630,178 บาท
รายได้รวม 4,472 บาท
รายจ่ายรวม 475,140 บาท
ขาดทุนสุทธิ 470,668 บาท

2.บริษัท ซามาเนีย บางนา จำกัด

ประกอบธุรกิจการซื้อ และการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นของตนเองที่ไม่ใช่เพื่อเป็นที่พักอาศัย โดยมีทุนจดทะเบียนปัจจุบัน 2,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มทุน เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2559 จากเดิมที่มีทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท (14 ธ.ค. 2558) ในชื่อ บริษัท เลสโซ่ มอลล์ (บางนา) จำกัดและได้เปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทจาก เลสโซ่ มอลล์ (บางนา) เป็นซามาเนีย บางนา เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2563

ข้อมูลกรรมการมี 3 คน ได้แก่

นายเหลียน เฮย วอง
นายยูหลง ลี
นายเฉือก ฟ้ง อ้อ
จากการตรวจสอบพบข้อมูลการเปลี่ยนแปลงรายชื่อกรรมการ ซึ่ง นายชุก เฟิง อ๋อ และ นางสาวพัชราวดี วีรบวรพงศ์ ได้ออกจากการเป็นกรรมการ และ นายเฉือก ฟ้ง อ้อ ได้เข้าเป็นกรรมการ ในเดือน ก.พ. 2564

ข้อมูลการถือหุ้น :

บริษัท ซามาเนีย โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นนิติบุคคลสัญชาติไทย ถือหุ้น อันดับ 1 จำนวน 10,200,000 หุ้น คิดเป็น 51%
บริษัท ซามาเนีย ประเทศไทย โฮลดิ้งส์ ลิมิเต็ด เป็นนิติบุคคลสัญชาติฮ่องกง ถือหุ้น อันดับ 2 จำนวน 9,799,999 หุ้น คิดเป็น 49%
ส่วนข้อมูลงบการเงินนำส่ง ปี 2564 พบข้อมูลดังนี้

สินทรัพย์รวม 3,516,154,182 บาท
หนี้สินรวม 1,602,080,128 บาท
รายได้รวม 10,032,147 บาท
รายจ่ายรวม 314,155,885 บาท
ขาดทุนสุทธิ 41,801,794 บาท
3.บริษัท ซามาเนีย โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย)

ประกอบธุรกิจ กิจกรรมของบริษัทโฮลดิ้งที่ไม่ได้ลงทุนในธุรกิจการเงินเป็นหลัก โดยมีทุนจดทะเบียนปัจจุบัน 1,023 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มทุน เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2559 จากเดิมที่มีทุนจดทะเบียน 600,000 บาท (25 พ.ย. 2558) ในชื่อ บริษัท เลสโซ่ มอลล์ ดีเวลลอปเม้นท์ (กรุงเทพ) จำกัด และได้เปลี่ยนแปลงชื่อบริษัท จากบริษัท เลสโซ่ มอลล์ ดีเวลลอปเม้นท์ (กรุงเทพ) จำกัด เป็นซามาเนีย โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2563

ข้อมูลกรรมการมี 3 คน ได้แก่

นายเหลียน เฮย วอง
นายยูหลง ลี
นายเฉือก ฟ้ง อ้อ

จากการตรวจสอบพบข้อมูลการเปลี่ยนแปลงรายชื่อกรรมการ ดังนี้ นายชุก เฟิง อ๋อ และ นางสาวพัชราวดี วีรบวรพงศ์ ได้ออกจากการเป็นกรรมการ และ นายเฉือก ฟ้ง อ้อ ได้เข้าเป็นกรรมการ ในเดือน ก.พ. 2564

ข้อมูลการถือหุ้น :

บริษัท ซามาเนีย ประเทศไทย โฮลดิ้งส์ ลิมิเต็ด เป็นนิติบุคคลสัญชาติฮ่องกง ถือหุ้น เป็นอันดับ 1 เท่ากันกับ เฉือก ฟ้ง อ้อ จำนวน 5,012,700 หุ้น คิดเป็น 49%
ชุติมา โกศลจันทรยนต์ เป็นบุคคลสัญชาติไทย ถือหุ้น อันดับ 2 จำนวน 204,600 หุ้น คิดเป็น 2%
ส่วนข้อมูลงบการเงินนำส่ง ปี 2564 พบข้อมูลดังนี้

สินทรัพย์รวม 1,020,205,475 บาท
หนี้สินรวม 2,009,573 บาท
รายได้รวม 39 บาท
รายจ่ายรวม 555,480 บาท
ขาดทุนสุทธิ 599,925 บาท

จากการแถลงข่าวของ นายจิตรกร ว่องเขตกร รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2566 ระบุว่า “ซามาเนีย พลาซ่า” มีการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดย นายเฉือก ฟ้ง อ้อ ซึ่งมีชื่อเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นของนิติบุคคล 3 รายที่เกี่ยวข้องนั้น มีสัญชาติไทย

โดยนายเฉือก ฟ้ง อ้อ มีมารดาเป็นคนไทย บริษัททั้ง 3 รายดังกล่าว จึงไม่มีสถานะเป็นคนต่างด้าวตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542

ขอบคุณข้อมูลจาก ช่อง 3,ฐานเศรษฐกิจ

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back to top button
X
%d bloggers like this: