Biznews

ซันโทรี่–เป๊ปซี่โคลั่น ยึดแชมป์น้ำอัดลม 5 หมื่นล้าน

หลังจากปิดดีลการร่วมทุนมูลค่า 19,680 ล้านบาท ระหว่างเป๊ปซี่โคและกลุ่มซันโทรี่เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน2560 ที่ผ่านมา จัดตั้งบริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ SPBT ล่าสุด เป๊ปซี่โค และซันโทรี่ก็พร้อมประกาศบุกตลาดภายใต้ชื่อบริษัทใหม่ดังกล่าวอย่างเป็นทางการ โดยวางเป้าหมายที่จะยึดตลาดเครื่องดื่มนอนแอลกอฮอล์มูลค่า 1.5 แสนล้านบาท งานนี้สมรภูมิตลาดเครื่องดื่มมีสั่นสะเทือนแน่นอน

นั่นเพราะ ซันโทรี เป็นบริษัทเครื่องดื่มรายยักษ์จากประเทศญี่ปุ่นที่มีทั้งเครื่องดื่มนอนแอลกอฮอล์และแอลกอฮอล์ที่เรียกได้ว่าเกือบจะครบทุกตลาดสินค้า เมื่อประสานพลังกับเป๊ปซี่โค ที่เป็นยักษ์ใหญ่ตลาดเครื่องดื่มในประเทศไทย โดยเฉพาะการอันดับ 2 ในตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมมูลค่า 54,900 ล้านบาท แต่เป็นอันดับ1 ด้วยส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 45% ในตลาดน้ำดำชนิดบรรจุภัณฑ์แบบไม่ต้องคืนขวด (ทั้งขวดพีอีทีและกระป๋อง) ยิ่งทำให้ก้าวรุกครั้งนี้จะเป็นการเขย่าตลาดครั้งใหญ่แน่นอน

นายโอเมอร์ มาลิค กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หลังการประกาศร่วมทุนระหว่างเป๊ปซี่โคและกลุ่มซันโทรี่เมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ในวันนี้เราได้ดำเนินขั้นตอนต่างๆ เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และพร้อมเปิดตัว บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ SPBT อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นการพลิกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการเครื่องดื่มไทยอีกครั้ง โดยการผสานพลังและศักยภาพของทั้งสองบริษัทชั้นนำระดับโลกในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อก้าวไปสู่การเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมในประเทศไทย ควบคู่ไปกับการรุกขยายพอร์ตโฟลิโอเครื่องดื่มอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องดื่มที่ช่วยเติมเต็มความสดชื่น เครื่องดื่มเกลือแร่ ชา-กาแฟพร้อมดื่ม น้ำดื่มบรรจุขวด น้ำผลไม้ รวมไปถึงนวัตกรรมใหม่ๆ ในอนาคต เพื่อมุ่งตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย

ทั้งนี้ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ SPBT เกิดขึ้นจากการร่วมทุน (Joint Venture)
ระหว่าง “ซันโทรี่” ผู้นำระดับโลกในธุรกิจเครื่องดื่มสัญชาติญี่ปุ่น และ “เป๊ปซี่โค” บริษัทผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำจากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีทุนจดทะเบียนมูลค่า 19,680 ล้านบาท ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายเครื่องดื่มให้กับเครือเป๊ปซี่โค อาทิ เครื่องดื่ม “เป๊ปซี่” “มิรินด้า” “เซเว่น-อัพ” ชาพร้อมดื่ม “ลิปตัน” เครื่องดื่มเกลือแร่ “เกเตอเรด” และเครื่องดื่ม “อควาฟิน่า” รวมไปถึงการพัฒนานวัตกรรมเครื่องดื่มและสินค้าใหม่ๆ จากซันโทรี่ในอนาคต

ในด้านการผลิต SPBT มีฐานการผลิตเครื่องดื่ม 2 แห่ง คือ โรงงานระยอง ซึ่งมีขนาด 96 ไร่ ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง และโรงงานสระบุรี บนพื้นที่ 104 ไร่ภายในนิคมอุตสาหกรรมหนองแค จังหวัดสระบุรี สำหรับในด้านการจัดจำหน่ายและกระจายสินค้า SPBT ยังคงผนึกพันธมิตรกับ “ดีเอชแอล” ผู้นำในด้านลอจิสติกส์และการบริหารคลังสินค้าระดับโลก ควบคู่ไปกับการใช้โมเดลธุรกิจแบบดิสทริบิวเตอร์เพื่อกระจายสินค้าไปยังท้องถิ่นผ่านตัวแทน 24 แห่งซึ่งสามารถเข้าถึงร้านค้าปลีก-ส่งและร้านโชว์ห่วยกว่า 470,000 แห่งทั่วประเทศ

“นับจากนี้ไป SPBT จะเดินหน้าดำเนินธุรกิจเครื่องดื่มในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบภายใต้วิสัยทัศน์ GROWING FOR GOOD เพื่อมุ่งสร้างความยั่งยืนและการเติบโตทางธุรกิจภายในประเทศไทยผ่าน 5 ภารกิจหลัก นั่นคือ 1) การลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ (Brand Building) 2) การพัฒนานวัตกรรมเครื่องดื่มใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคและขยายตลาดให้กว้างขึ้น (Innovation and Portfolio Expansion) 3) การรุกขยายระบบการกระจายสินค้าอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคในทุกช่องทาง (Proactive Channel Expansion) 4) การดำเนินธุรกิจโดยคำนึงผู้บริโภค สังคมและสิ่งแวดล้อม (Social & Environmental Responsibility) และ 5) การพัฒนาองค์กรและศักยภาพของบุคลากร (Organizational & HR Development)”

ความแข็งแกร่งของแบรนด์เครื่องดื่มที่มี ควบคู่กับศักยภาพความพร้อม ตลอดจนการสนับสนุนจากบริษัทแม่ทั้งสองแห่ง ทำให้ทั้งสองบริษัทเชื่อมั่นว่า SPBT จะสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดน้ำอัดลมมูลค่าห้าหมื่นล้านบาทได้ในไม่ช้าและสร้างการเติบโตในตลาดเครื่องดื่มนอนแอลกอฮอล์ได้อย่างยั่งยืน

นี่คือความมั่นใจจากผู้บริหาร SPBT แต่ต้องอย่าลืมว่า ในตลาดน้ำอัดลมไทย ยังมีโค้กเป็นผู้นำตลาดในปัจจุบันซึ่งก็คงไม่อยู่นิ่งๆ ให้โดนกระชากแชมป์ไปได้ง่ายๆ ในขณะที่ตลาดเครื่องดื่มนอนแอลกอฮอล์ในภาพรวมก็มีไทยดริงค์ยึดหัวหาดอยู่ด้วยพอร์ตฟอลิโอที่หลากหลาย หมากเกมนี้จึงต้องรอชมกันอีกยาวๆ เพราะขุมกำลังของแต่ละค่ายล้วนแต่ไม่ธรรมดาจริงๆ

Related Articles

Back to top button
X
%d bloggers like this: