Biznews

จากราชาเงินผ่อนสู่ธุรกิจอาหาร ความท้าทายครั้งใหม่ “บุญยง ตันสกุล”

โลดแล่นอยู่ในธุรกิจเงินผ่อนชื่อดังมายาวนานและน่าจะพูดได้เต็มปากว่าเป็นผู้แจ้งเกิดให้กับยักษ์ใหญ่ชื่อดังราชาเงินผ่อนอย่าง ซิงเกอร์ ก็ว่าได้สำหรับแม่ทัพเอกนาม บุญยง ตันสกุล ล่าสุด หลังจากที่เขาพักงานจากบริษัทที่เขาปลุกปั้นมากับมือได้ระยะหนึ่งก็เบนเข็มชีวิตเข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2561 หลังจากได้ร่วมงานกับเซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ปมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 ในฐานะกรรมการอิสระ และกรรมการตรวจสอบ ซึ่งในตำแหน่งใหม่นี้ นายบุญยงจะดูแลภาพรวมการบริหารธุรกิจทั้งหมดของเซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป เพื่อขับเคลื่อนสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมร้านอาหาร นอกจากนี้ นายบุญยงยังดำรงตำแหน่งอนุกรรมการส่งเสริมมาตรฐานฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 จนถึงปัจจุบัน

ก่อนจะเข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป นายบุญยงเคยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซิงเกอร์ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) และได้ร่วมสร้างความสำเร็จในฐานะผู้บริหารมานานเกือบ 10 ปี

ในด้านการศึกษา นายบุญยงสำเร็จหลักสูตรและได้รับประกาศนียบัตรด้านการบริหารจัดการชั้นสูงจาก Kellogg Graduate School มหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2540 รวมถึงประกาศนียบัตรด้านการบริหารการผลิตชั้นสูงจากมหาวิทยาลัยซันโน ประเทศญี่ปุ่น ในปี พ.ศ. 2531 หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในปี พ.ศ. 2531 นอกจากนี้ นายบุญยงยังสำเร็จหลักสูตรผู้บริหารอื่นๆ จากสถาบันชั้นนำทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

ซึ่งในตำแหน่งใหม่นี้ นายบุญยงจะดูแลภาพรวมการบริหารธุรกิจทั้งหมดของเซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป เพื่อขับเคลื่อนสู่การเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมร้านอาหาร โดยพันธกิจหลักคือ การต่อยอดกลยุทธ์หลักทั้ง 4 ได้แก่ การเสริมสร้างประสบการณ์ให้แก่ผู้บริโภค การขยายเครือข่ายธุรกิจผ่านแบรนด์และบริการใหม่ การยกระดับประสิทธิภาพการผลิตด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย และการพัฒนาความเชี่ยวชาญของบุคลากร เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายหลักคือการบรรลุยอดขายหมื่นล้านบาทภายในปี พ.ศ. 2565

อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่เซ็นเปิดให้บริการมา 27 ปี ที่ผ่านมามีการขยับขยายธุรกิจอาหารทั้งในและต่างประเทศควบคู่กัน ความท้าทายของ CEO คนใหม่คือธุรกิจนี้มีเป้าหมาย 5 ปีจะผลักดันรายได้แตะหมื่นล้านบาท บุญยงมีหน้าที่เข้ามาขับเคลื่อนให้องค์กรแห่งนี้บรรลุเป้าหมาย

ปัจจุบัน เซ็นคอร์ปอเรชั่น มียอดขายราว 3,000 ล้านบาท ซึ่งหากให้เป็นไปตามแผน 5 ปี (2561-2565) ที่จะมีรายได้ 1 หมื่นล้านบาท นั่นหมายความว่าต้องเติบโตปีละไม่ต่ำกว่า 25% ถือเป็นความท้าทายเพราะการเติบโตสูงมาก ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่เข้าที่เข้าทางดีนัก ดังนั้นหมากเกมแรกของบุญยงจึงเลือกที่จะวางยุทธศาสตร์เพิ่มยอดขายด้วยการขยายธุรกิจเดิม การขายแฟรนไชส์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการร่วมทุนและซื้อกิจการเพื่อเป็นสปริงบอร์ดบรรลุงเป้าหมายที่ตั้งไว้

CEO คนใหม่เซ็นฯ ได้วาง 4 กลยุทธ์หลักในการนำพาเซ็นฯ ไปสู่เป้าหมาย ประกอบด้วย 1.การไดเวอร์ซิฟายด์ หรือขยายธุรกิจเดิมที่มีอยู่ปัจจุบัน 13 แบรนด์ทั้งในรูปแบบแฟรนไชส์รวมถึงการซื้อธุรกิจใหม่เข้ามาเพิ่ม และการขยายการเติบโตในตลาดต่างประเทศ ซึ่งจาก 13 แบรนด์ที่มีอยู่ปัจจุบันมีสาขาที่บริษัทดำเนินการเอง 100 สาขา หรือ 40% และสาขาแฟรนไชส์ 140 สาขา หรือ 60% แต่ใน 5 ปีข้างหน้าจะมีสาขาที่บริษัทบริหารเอง 200 สาขา คิดเป็นสัดส่วน 30% และสาขาแฟรนไชส์ 500 สาขา สัดส่วน 70%

นอกจากนี้ บุญยงยังมองการขยายธุรกิจใหม่โดยจะนำร้านหรือแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักมากมายในไทยมาใส่ระบบและเทคโนโลยีใหม่เพื่อสร้างการเติบโต รวมทั้งขยายธุรกิจรีเทล ซึ่งจะเริ่มจากกลุ่มน้ำปลาร้า หมี่โคราช เป็นต้นเพื่อขยายไปยังช่องทางจำหน่ายอื่นๆ นอกเหนือจากในร้านอาหารในเครือ

หมากที่ 2 วางเป้าหมายเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่ดีที่สุดในใจผู้บริโภคทั้งด้านอาหาร ประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับ คุณภาพและการบริการ หมากที่ 3 เน้นพัฒนาบุคลากรซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจร้านอาหาร และหมากสุดท้าย ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีโดยพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ๆ สำหรับพัฒนาร้านอาหารตลอดจนระบบซัพพลายเชนและระบบหลังบ้าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพต่อไป

ไม่หยุดเพียงเท่านั้น CEO ใหม่ไฟแรงยังบอกอีกว่า ความท้าทายอีกอย่างคือ การนำแบรนด์ มูฉะ (Musha) ที่เพิ่งซื้อกิจการขยายสาขาในรูปแบบร้านอาหารญี่ปุ่นเอ็กซ์เพรส ซึ่งคาดว่าจะเปิดขายแฟรนไชส์ในงานไทยเฟ็กซ์วันที่ 29 พ.ค.นี้ ตั้งเป้าปีนี้เปิดครบ 4 สาขาจากปัจจุบันเปิดแล้ว 2 สาขา โดยมูฉะจะนำโมเดลและโนฮาวจากร้านตำมั่วมาเป็นต้นแบบในการขยายร้านอาหารญี่ปุ่นในรูปแบบแฟรนไชส์

ขณะที่แบรนด์ตำมั่วจะเป็นแบรนด์หลักในการขยายแฟรนไชส์ฝั่งธุรกิจร้านอาหารไทย ซึ่งแผนงานดังกล่าวสอดคล้องกับโครงการไทยนิยมของรัฐบาลที่จะส่งเสริมให้เกิดการสร้างรายได้ในชุมชน จึงเป็นอีกโอกาสสำคัญของบริษัทในการขยายธุรกิจแฟรนไชส์สำหรับผู้ที่สนใจ ซึ่งที่ผ่านมาได้ร่วมกับเครือซีพีเปิดสาขาตำมั่วที่อาคารซีพีทาวเวอร์ ในชื่อตำมวลชน บายตำมั่ว

นอกจากนี้ บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่นยังอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลัดทรัพย์แห่งประเทศไทยและระดมทนเสนอขายหุ่นให้ประชาชนเป็นครั้งแรก คาดว่าจะยื่นไฟลิ่งได้ภายในปีนี้ เพื่อนำเงินทีได้ไปขยายธุรกิจตามแผนงานที่วางไว้ ทั้งการปรับปรุงร้านเดิม ขยายร้านใหม่ที่คาดว่าจะใช้เงินในส่วนนี้ประมาณ 300 -500 ล้านบาทรวมถึงการลงทุนนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน

อย่างไรก็ตาม ในปีที่ผ่านมา เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป ได้มุ่งขยายเครือข่ายธุรกิจผ่านแบรนด์ร้านอาหารไทยและญี่ปุ่นใหม่ De Tummour (เดอ ตำมั่ว) Musha (มุฉะ) และ Sushi Cyu (ซูชิ ชู) รวมทั้งรุกขยายเครือข่ายระบบแฟรนไชส์ของร้านอาหาร AKA (อากะ) On the Table (ออน เดอะ เทเบิล) ตำมั่ว เฝอบายตำมั่ว และ Musha (มุฉะ) ทั้งในประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน และได้เริ่มผลักดันสินค้าและบริการใหม่ ได้แก่ ธุรกิจรับจัดเลี้ยง (Catering Service) ซึ่งมีแผนจะรุกทั้งตลาด B2C และ B2B โดยนำเสนอตัวเลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่อาหารกล่อง แพคเกจสำหรับประชุมสัมมนา ไปจนถึงบริการจัดเลี้ยงบริษัททัวร์ สำหรับธุรกิจรับส่งอาหาร (Delivery Service) ตั้งเป้าจะผลักดันยอดขายให้เพิ่มขึ้นเป็น 4-5% นอกจากนี้ยังมุ่งพัฒนาบริการผ่านดิจิตอลแพลตฟอร์มต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ระบบบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) การใช้บิ๊กดาต้า (Big data) เพื่อพัฒนาระบบและวิเคราะห์ข้อมูลให้ตรงกับความต้องการลูกค้าเพื่อทำการตลาดแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Marketing) ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบขายหน้าร้าน (POS) ที่ทันสมัย รองรับการขยายสาขาทั้งในและต่างประเทศ

ขณะเดียวกัน เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป ยังให้ความสำคัญกับแนวคิดกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) มากขึ้น มุ่งพัฒนาคุณภาพเยาวชนผ่านโครงการการศึกษาระบบทวิภาคี และมีแผนในการจัดตั้งสถาบัน ZEN Academy เพื่อให้ความรู้และส่งเสริมอาชีพให้แก่เยาวชนในฐานะบุคลากรของเซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป พร้อมกับตอกย้ำความรับผิดชอบต่อสังคม ผ่านโครงการพลังเซ็นเพื่อสังคม (Zen Spirit) โดยการสนับสนุนการใช้วัตถุดิบที่ปลอดสารพิษจากชุมชนเกษตรกรท้องถิ่น และช่วยเหลือเกษตรกรผู้พิการจากโครงการปลูกเมล่อนที่จังหวัดชัยนาทซึ่งเป็นจังหวัดนำร่อง และจะขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ เพิ่มเติม รวมทั้งเพื่อไปสู่การปลูกผลิตผลอื่นๆ ให้มีอาชีพและรายได้เพื่อเลี้ยงตัวเองและครอบครัว

บุญยง กล่าวว่า เป้าหมายของเซ็นที่มีเขาเป็นแม่ทัพเอกคือ การเป็นผู้นำในธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น ธุรกิจร้านอาหารแฟรนไชส์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภายใต้การลงทุนต่ำ และคืนทุนที่รวดเร็ว ด้วยความมั่นใจจากประสบการณ์หลังจากเข้าไปช่วยฟื้นฟูกิจการให้ซิงเกอร์มา 2 รอบ จนธุรกิจพลิกฟื้น

วันนี้ในธุรกิจร้านอาหารที่เขายอมรับว่าชื่นชอบไม่แพ้วงการเงินผ่อน เขาจะสามารถไดเวอร์ซิฟายด์และทำให้เครือเซ็นเป็นโมเดลที่ดีที่สุดในทุกธุรกิจที่ทำและอยู่ได้อย่างยั่งยืนเช่นกัน


แบรนด์ จำนวนสาขา แนวคิด


Japanese Brands

Zen Restaurant 43 Family restaurant

ภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นสำหรับครอบครัว

Musha 2 Quick service restaurant

อาหารญี่ปุ่นจานด่วน

AKA 16 Japanese Yakiniky buffet

บุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นปิ้งย่าง

On The Table 16 Tokyo Cafe

โตเกียว คาเฟ่

Tetsu 1 Premium Yakiniku

อาหารญี่ปุ่นปิ้งย่างระดับพรีเมี่ยม

Shushi Cyu & Carnival Yakiniku 3 Authentic Sushi Omakase & Premium Yakiniku

ร้านซูชิและปิ้งย่างระดับพรีเมี่ยมขนานแท้


Thai Brands

ตำมั่ว 111 Original Thai Food

ร้านอาหารอีสานต้นตำรับ

ลาวญวน 18 Authentic Thai & Vietnam food

อาหารไทยและเวียตนาม

เฝอบายตำมั่ว 14 Classic Vietnam Pho noodle

เฝอคลาสสิค

แจ่วฮ้อน 16 Original Thai Hotpot

จิ้มจุ่มหม้อไฟต้นตำรับ

ข้าวมันไก่ คุณย่า 1 ข้าวมันไก่ สูตรโฮมเมด

ครัวไทย บาย ตำมั่ว 1 ร้านอาหารไทยในต่างประเทศ

เดอ ตำมั่ว 1 อาหารไทยระดับพรีเมี่ยม

Related Articles

Back to top button
X
%d bloggers like this: