Uncategorized

จับตา!’เต่าบิน’ลุยธุรกิจรถไฟฟ้า เตรียมเปิดตัว ‘กิ้งก่า อีวี’ ไม่มีแอปก็ชาร์จได้

ปัจจุบันต้องยอมรับว่า รถยนต์ไฟฟ้า เริ่มเป็นที่นิยมกันมากขึ้น ทำให้มีผู้เล่นเริ่มลงมาเล่นในตลาดสถานีชาร์จไฟกันมากขึ้น  เริ่มตั้งแต่ EA, OR หรือแม้แต่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) ต่างก็เข้ามาเล่นในตลาดนี้

อย่างไรก็ตาม การมีผู้ให้บริการมากหน้าหลายตา กลับกลายเป็น Pain-Point ที่คาดไม่ถึงของผู้บริโภคเพราะก่อนใช้บริการต้องโหลดแอป ของผู้ให้บริการสถานีชาร์จแต่ละเจ้า

จากปัญหาดังกล่าว กลุ่มตู้เต่าบิน เล็งเห็นโอกาสจึงเตรียมออกโปรดักต์ใหม่ ในชื่อ ‘กิ้งก่า อีวี’ เพื่อดำเนินธุรกิจสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า คาดว่าจะเปิดตัวราวไตรมาส 2

นายณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ FSMART เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเดินหน้าธุรกิจสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ภายใต้แบรนด์ กิ้งก่าอีวี โดยเป็นการต่อยอดมาจากตู้จำหน่ายเครื่องดื่มอัตโนมัติ เต่าบิน ที่ประสบความสำเร็จในปัจจจุบัน ทั้งนี้ คาดว่ากิ้งก่า อีวี จะเริ่มทำการตลาดในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้

“บริษัทกำลังจะรุกในธุรกิจสถานีชาร์จ รถไฟฟ้า โดยจะใช้แบรนด์ กิ้งก่า อีวี ซึ่งจะต่อยอดความสำเร็จตู้จำหน่ายเครื่องดื่มอัตโนมัติเต่าบินที่ประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง โดยทางเราคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้”

ทั้งนี้ สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า กิ้งก่าอีวี จะดำเนินการจาก FSMART โดยตรง ซึ่งจะใช้นวัตกรรมที่ถูกพัฒนาจากการให้บริการจากตู้เติมเงินบุญเติม และ จำหน่ายเครื่องดื่มอัตโนมัติเต่าบิน เข้ามาช่วย โดยจะแก้ไขปัญหาสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่มีอยู่ในปัจจุบันที่ผู้ใช้ต้องโหลดแอปพลิเคชันของแต่ละค่าย เพื่อใช้บริการและชำระเงินค่าเติมไฟฟ้า

แต่ในฝั่ง กิ้งก่าอีวี นั้น ลูกค้าไม่จำเป็นต้องใช้แอปพลิเคชันของบริษัทก็สามารถเติมเงินได้ โดยจะชำระเงินผ่านหน้าจอสัมผัส ในรูปแบบเดียวกับตู้เต่าบิน ทำให้ลูกค้าสะดวกสบายในการใช้บริการ และสามารถเติมเครดิตสะสมในเบอร์โทรศัพท์เพื่อใช้ในการเติมครั้งถัดไปได้

นอกจากนี้ บริษัทยังมีอินโนเวชั่น ในการทำการตลาดในหลายส่วน เพื่อช่วยในการบริหารจัดระบบการชาร์จไฟฟ้า ทั้งระบบการรอคิว จัดเก็บเงิน เก็บที่จอดรถยนต์ โดยแผนการขยายตู้ของ กิ้งก่า อีวี ในเบื้องต้น จะมีระบบ AC เท่านั้น เพราะประเมินว่า สถานีชาร์จแบบ DC แม้จะมีการชาร์จไฟที่เร็วแต่มีการลงทุนต่อจุดมากกว่า 1 แสนบาท ดังนั้นอาจจะไม่คุ้มค่าในระยะสั้น ทั้งนี้ บริษัทจะเน้นการตั้งจุดสถานีชาร์จในพื้นที่อาคาร คอนโดมิเนียม ออฟฟิศ ห้างสรรพสินค้า ที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก และมีเวลาในการชาร์จไฟที่นานกว่า

อย่างไรก็ตาม สำหรับอนาคตของธุรกิจด้านชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าจะเติบโตมากแค่ไหนในอนาคตนั้น ส่วนตัวมองว่า ขึ้นอยู่กับการตอบรับของผู้บริโภคที่จะมีความมั่นใจในการใช้รถยนต์ไฟฟ้า แม้เวลานี้จะมีกระแสการตื่นตัวของรถยนต์ไฟฟ้า แต่ปริมาณเมื่อเทียบกับรถยนต์ทั้งระบบยังมีสัดส่วนที่น้อยอยู่ ทำให้อาจต้องใช้เวลาถึง 3 ปีที่จะประสบความสำเร็จ

‘ตู้เต่าบิน’ หรือตู้ Robotic Barista นั้นเปรียบเหมือนคาเฟ่อัตโนมัติ 24 ชั่วโมง ที่มีเมนูให้เลือกมากมาย แถมไม่ต้องช็อตฟิลรอบาริสต้าชงนาน เพราะแค่ไม่กี่วินาทีก็จะได้เครื่องดื่มทั้งร้อนและเย็นให้ได้ลิ้มลองในเวลาเร่งรีบ ถือเป็นการสร้างปรากฏการณ์สุดไวรัลจนใครๆ ก็ต้องมาต่อแถวซื้อกัน กระแสที่แรงเช่นนี้ ทำให้ไม่ว่าจะเป็นบริเวณคอนโด ศูนย์กลางค้า หรืออาคารต่างๆ ที่มีผู้สัญจรเป็นจำนวนมาก ก็มักจะมีตู้เต่าบินตั้งอยู่เสมอ
.
ด้วยเมนูที่หลากหลายนับร้อยเมนู ราคาที่ย่อมเยา การบริการที่รวดเร็ว สะอาดปลอดภัย แถมรองรับการจ่ายเงินในหลายช่องทาง ทำให้ “เต่าบิน” ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากและเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนในปัจจุบันสามารถทำรายได้มากถึง 2.47 แสนล้านบาท หรือถ้าคิดเป็นกำไรต่อวันสูงถึงหลักวันละล้านบาทเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นอีกนวัตกรรมของคนไทยที่น่าจับตา แต่กว่าจะมาเป็นตู้เต่าบินที่ทุกคนรู้จัก เคยสงสัยกันไหมว่าไอเดียนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร และใครคือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้
.
 จากไอเดียตู้ขายน้ำกระป๋องที่มีอยู่ทั่วตลาด สู่ตู้ทำน้ำอัตโนมัติที่มีจำนวนสิทธิบัตรมากถึง 35 รายการ
.
เริ่มมาจากการล้มแล้วลุก เพราะตู้เต่าบินคือหนึ่งในผลงานจาก บริษัท ฟอร์ท เวนดิ้ง จำกัด ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เคยพัฒนานวัตกรรมตู้เติมเงินโทรศัพท์มือถือที่ตั้งอยู่ทั่วทุกที่ทั่วไทย อย่าง “ตู้บุญเติม” มาแล้ว แต่สำหรับตู้เต่าบินนั้นเริ่มมาจากการที่บริษัทต้องการทำตู้ขายน้ำกระป๋อง ซึ่งทุกคนน่าจะคุ้นเคยกันดี แต่ก็ต้องล้มเลิกไป เพราะพอหักลบต้นทุน ค่าแรงก็ไม่คุ้มทุน แถมมีคู่แข่งหลายรายที่อยู่ในตลาดนี้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จดังใจหวัง
.
ผู้นำองค์กรรวมถึงทีมวิศวกรจึงร่วมกันหาแนวทางใหม่ โดยนำสิ่งที่เคยมีอยู่แล้วซึ่งก็คือตู้จำหน่ายสินค้าแบบเกลียวหมุน (Spiral Vending Machine) มารื้อและพัฒนาระบบเครื่องใหม่จนกลายมาเป็นตู้เต่าบินเวอร์ชันแรกขึ้นมา โดยสิ่งที่ทำให้ไม่เหมือนใครเลยก็คือ การตั้งระบบให้เครื่องใส่ผงลงแก้วแล้วชงในแก้วได้เลย ต่างกับเครื่องชงกาแฟทั่วไปที่ต้องทำความร้อนก่อนเพื่อละลายจนเป็นน้ำให้เราดื่ม ทำให้ได้อรรถรสเหมือนได้มาจากมือบาริสต้า ซึ่งในปัจจุบันตู้เต่าบินสามารถทำได้มากถึง 170 เมนู และมีสิทธิบัตรในเครื่องมากถึง 35 รายการ
.
 “คนต้องการคาเฟ่แบบ 24 ชั่วโมง” เข้าใจ Pain Point ลูกค้า แล้วพัฒนามาเป็นบริการที่ครองใจคน
.
แค่ที่มาที่ไปก็ว่าปังแล้ว! แต่การจะมีผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ครองใจคนและยืนระยะได้เป็นเวลานานไม่ใช่เรื่องง่าย อีกหนึ่งส่วนที่ทำให้เต่าบินครองใจลูกค้าได้จำนวนมากได้ นั้นมาจากแนวคิด “Customer Centric” ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง อะไรที่เป็น Pain Point เต่าบินก็เข้าไปแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด
.
ตั้งแต่ ความต้องการคนในปัจจุบันที่ต้องการคาเฟ่ที่เปิดแบบ 24 ชั่วโมง ตู้เต่าบินก็สามารถใช้บริการได้ 24 ชั่วโมงแบบไม่มีวันหยุด จะมีช่วงพักแค่ช่วงพนักงานมาเติมวัตถุดิบหรือซ่อมบำรุงเท่านั้น หรือลูกค้าโดยส่วนใหญ่มีทั้งคนที่ชอบเครื่องดื่มแบบหวานและไม่หวาน ก็มีเมนูให้เลือกระดับความหวานได้ ไม่มีเงินสดก็สามารถสแกนจ่ายผ่านตู้หรือตัดผ่านบริการทางการเงินอื่นๆ ได้สะดวก แถมมีระบบคูปองและสมาชิก ที่เป็นการเก็บกระดองแล้วสามารถนำมาแลกน้ำฟรีได้ในภายหลัง ก็ยิ่งทำให้เกิดความ Royalty ต่อแบรนด์มากขึ้น และอีกหนึ่งที่สร้างความประทับใจให้กับใครหลายคนก็คือ การออกแบบ User Experience ที่อธิบายในแต่ละขั้นตอนแบบเข้าใจง่าย ทำให้ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นใหม่หรือคนรุ่นใหญ่ก็สามารถเข้ามาใช้บริการตู้เต่าบินได้
.
🇹🇭 “Made in Thailand” สร้างทีม สร้างนวัตกรรม โดยคนไทยเพื่อคนไทย ในทุกรายละเอียด
.
ในความสำเร็จทั้งหมดนี้ สิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยก็คือ “คน” หรือ “นวัตกร” ที่ได้สร้างนวัตกรรมนี้ขึ้นมา ตู้เต่าบินนับเป็นอีกนวัตกรรมที่ทำโดยคนไทยเองทั้งหมด โดยทีมผู้บริหารให้ความเป็น Ownership สูงมากกับทีมผู้พัฒนา ทุกกระบวนการวิจัยและพัฒนา (R&D) เกิดขึ้นจากทีมวิศวกรภายในบริษัทเองทั้งหมด และมีการแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบออกเป็นส่วนๆ ได้ชัดเจน
.
ตั้งแต่กระบวนการเตรียมวัตถุดิบอย่างการดูแลชุดผง ไซรัป ไปจนถึงส่วนที่เป็นอุปกรณ์จักรกล การดูแลหัวชง แขนชั่งแก้วและการล้าง แม้แต่ถาดกันมดก็ผ่านวิธีคิดมาเป็นอย่างดี ส่วนไหนที่ต้องจดสิทธิบัตร ก็ให้สิทธิ์ผู้พัฒนาลงชื่อของตัวเองไว้ด้วย นอกจากนี้ยังมีการนำ Data ที่ได้มาจากการซื้อขายมาวิเคราะห์อย่างสม่ำเสมออีกด้วย ทำให้เต่าบินสามารถสร้างการเติบโตขึ้นไปได้เรื่อยๆ จนมีการประเมินกันว่า ในไตรมาส 3 ของปี พ.ศ. 2565 มีจำนวนตู้กว่า 3,572 ตู้ และภายใน 3 ปีนี้ (พ.ศ. 2565-2667) บริษัทตั้งเป้าไว้ว่าจะมีตู้เต่าบินมากถึง 20,000 ตู้ ทั่วประเทศไทย
.
นวัตกรรมที่ประสบความสำเร็จและสร้างปรากฏการณ์ได้เช่นนี้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ “ตู้เต่าบิน” สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ ด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการ ประเภท การออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design) ในการประกวดรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี 2565 จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA มาครองได้ในที่สุด

ขอบคุณข้อมูล ไทยรัฐ , NIA : National Innovation Agency, Thailand

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Back to top button
X
%d bloggers like this: