Biznews

จบ “สัญญาทาส” แต่บานปลาย จุดชนวนสรรพากรสอบภาษี “ไหทองคำ”

จบ “สัญญาทาส” แต่บานปลาย

จุดชนวนสรรพากรสอบภาษี “ไหทองคำ”

โดย…ธนก บังผล

ดราม่าระหว่างนักร้อง นักแต่งเพลงสาว “อาม ชุติมา” กับ นายห้างไหทองคำ “ประจักษ์ชัย เนาวรัตน์” อาจจบไปด้วยดีหลังมีการแถลงข่าว “ฉีกสัญญา” ที่เหลือกว่า 2 ปี 7 เดือน ซึ่งอาม ได้เซ็นไปเมื่อ 13 พฤษภาคม 2559 ทำให้เธอกลายเป็นอิสระทันที โดยมีสัญญาขึ้นมาใหม่ 9 ข้อแทน คือ

1. ทั้งสองฝ่ายตกลงยกเลิกสัญญาจ้างศิลปินนักร้อง ฉบับลงวันที่ 13 พ.ค. 2559 โดยทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันว่า เมื่อยกเลิกสัญญาต่อกันแล้วผลประโยชน์และค่าตอบแทนต่างๆ ในการขับร้องเพลง เล่นดนตรี งานที่เกี่ยวกับเพลง หรืองานเกี่ยวกับการแสดงของ อาม ชุติมา ให้ถือเป็นของอาม ชุติมา แต่เพียงฝ่ายเดียว

2. เมื่อยกเลิกสัญญาต่อกันแล้ว การแสดงคอนเสิร์ตของ อาม ชุติมา จะต้องไม่เอาสัญลักษณ์หรือนำลิขสิทธิ์ในความเป็นตัวตนของค่ายไหทองคำ ไปใช้ในการแสดงและแสวงหาผลประโยชน์

3. อาม ชุติมา ให้การยอมรับว่าคุณประจักษ์ชัย เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงผู้สาวขาเลาะ อดีตเคยพัง และ ภาพเก่า ตามสัญญาลิขสิทธิ์ฉบับวันที่ 20 ม.ค. 2560 ซึ่งมี 3 เพลงโดยถูกต้องและสมบูรณ์ และน้องอามจะไม่ใช้สิทธิโต้แย้งลิขสิทธิ์เพลงทั้ง 3 เพลงข้างต้น โดยมีกำหนดระยะเวลา 9 ปี นับตั้งแต่วันเซ็นสัญญาฉบับนี้เป็นต้นไป

4. ประจักษ์ชัยยินยอมให้อาม ร้องเพลงทั้ง 3 เพลงเองได้ โดยได้รับค่าตอบแทนจากผู้อื่น ยกเว้นอามจะไปออกเทปใหม่ไม่ได้ ต้องได้รับความยินยอมจากประจักษ์ชัยก่อน

5. ทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่า เมื่อครบสัญญาตามกำหนดตามข้อ 3 คือ 9 ปี สิ้นสุดลง ทั้ง 3 เพลงลิขสิทธิ์ตกเป็นของอาม ชุติมา แต่เพียงผู้เดียว

6. หากประจักษ์ชัยจะจำหน่ายหรือโอนสิทธิ์เพลงตามสัญญาให้บุคคลภายนอก ให้ถือสัญญาฉบับนี้ เป็นส่วนหนึ่งในการโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ด้วย และให้อามรับรู้

7. คู่สัญญาทั้ง 2 ฝ่าย จะไม่ติดใจดำเนินคดีข้อพิพาทที่เกิดขึ้น ที่มีการยื่นฟ้องทั้งศาลแพ่งและศาลอาญา จะต้องถอนฟ้องทั้งหมดภายใน 7 วันนับจากวันทำสัญญาฉบับนี้ และไม่ติดใจที่จะใช้สิทธิเรียกร้องใดๆต่อกัน ในกรณีที่คู่สัญญาไม่ฝ่าฝืนทำผิดตามสัญญาฉบับนี้

8. ทั้งสองฝ่ายตกลงจะไม่มีการให้บริวาร จะทำการใดๆ ก่อให้เกิดการเสื่อมเสียงทางเกียรติยศและชื่อเสียงซึ่งกันและกัน

9. ทั้งสองฝ่าย หากมีการละเมิดสัญญานี้ ไม่ว่ากรณีใด อันไม่อาจเจรจาได้ คู่สัญญานำข้อพิพาทมอบหมายให้ทนายสงกรานต์ และทนายบุญถาวรร่วมกันวินิจฉัยข้อพิพาทเพื่อยุติปัญหาที่เกิดขึ้น

นั่นเป็นไปตามข่าวที่ทางสื่อมวลชนหลายแขนงได้นำเสนอไปแล้ว แต่จากการที่สัญญาทาสดังกล่าวนำมาสู่การแจ้งจับ อาม ชุติมา หลังลงจากเวที ถึง 2 ครั้ง 2 คราว และกลายเป็นเรื่องราวที่แฟนเพลงตามติดมานานนับเดือน ระหว่างนั้นก็มีกรณีหนึ่งที่เกิดขึ้นมา และหลายคนอาจลืมไปแล้ว

เนื่องจากเมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่ออธิบดีกรมสรรพากร ให้ตรวจสอบการเสียภาษีของบริษัทไหทองคำซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตว่าได้ทำการหลีกเลี่ยงหรือไม่

ไม่เพียงเท่านั้น วันที่ 31 ตุลาคม นายอัจฉริยะ ก็ยังได้เดินทางไปยัง สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. ให้ตรวจสอบนายประจักษ์ชัย ไหทองคำ ,ลำไย ไหทองคำ และภรรยานายประจักษ์ชัย ฐานฟอกเงินด้วย

ทั้งนี้ จะเตรียมแถลงเรื่องยึดทรัพย์นายประจักษ์ชัยด้วย โดยจะยึดและอายัดทรัพย์หุ้นของบริษัทไหทองคำทั้งหมด ตามอำนาจที่กรมบังคับคดีมอบอำนาจมาให้ ดังนั้นหากไม่ต้องการถูกยึดทรัพย์ให้นำเงิน 8 แสนบาทมาคืนให้โจทก์

นายอัจฉริยะ ยังกล่าวด้วยว่า ถ้ายึดและอายัดทรัพย์หุ้นของบริษัทไหทองคำทั้งหมดได้และขายทอดตลาด ส่วนตัวก็เตรียมจะซื้อหุ้นบริษัทนี้และเข้ามาเป็นผู้บริหารแทน

“ได้ยื่นเรื่องต่ออธิบดีกรมสรรพากร ตอนนี้เป็นอำนาจของอธิบดีกรมสรรพากร ต้องทำตามหน้าที่ พี่ประจักษ์ชัยกับครอบครัว มีหน้าที่ไปแจงกับสรรพากร ผมไม่สามารถถอนเรื่องนี้ได้ เพราะถือเป็นเรื่องส่วนรวมไม่เกี่ยวกับการยกเลิกสัญญาฉบับนี้ ถ้าเสร็จสิ้นแล้ว เรื่องของ ปปง. ก็ไม่มีผล เพราะกฎหมาย ปปง. ถ้าหากหลีกเลี่ยงเสียภาษีเกิน 10 ล้านบาทต่อปี อธิบดีกรมสรรพากรมีหน้าที่รายงานต่อ ถือว่าเราทำหน้าที่เสร็จสิ้น เป็นหน้าที่ของอธิบดีกรมสรรพากรในการดำเนินการ” นายอัจฉริยะ กล่าว

เมื่อชนวนความขัดแย้งที่เริ่มต้นจาก “แจ้งจับ” อาม ชุติมา กลายเป็นประเด็นลุกลามจนไม่สามารถถอนการตรวจสอบจากกรมสรรพากรได้ ทำให้นายประจักษ์ชัย เนาวรัตน์ ,ลำไย ไหทองคำ และภรรยานายประจักษ์ชัย จำเป็นต้องมาชี้แจงต่อสรรพากร จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบทั้ง 3 คนไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งไม่แน่ว่าจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปให้การช่วยเหลือด้วยหรือไม่ และถ้ามีก็ต้องถูกดำเนินคดีฐาน 157 ด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ยังร้องให้ตรวจสอบภาษีย้อนหลังทั้ง 3 คน ตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบันด้วย เพราะเชื่อว่าน่าจะมีการหลีกเลี่ยงภาษีกว่า 100 ล้านบาท

นายประจักษ์ชัย เปิดเผยกับสื่อถึงกรณีนี้ว่า ” ไม่กังวลอะไรเลย มีความสุขดี เรารับงานอีเวนท์ คอนเสิร์ตก็ผ่าน VAT ไม่มีตรงไหนหลอกตาได้เลย ไหทองคำทำถูกต้อง ที่มีวันนี้ได้ ไม่ใช่ประเด็นพ่วงตามมา เราไม่มีอดีตเลยยกเว้นเพลงอดีตเคยพัง ยืนยันว่ายินดีครับ ไม่กังวลอะไรเลยครับ บริษัทเราตั้งมาเกือบ 2 ปี ก็เสียตั้งแต่ปีก่อน ก่อนหน้าจดทะเบียนบริษัท จ่ายเป็นภาษีบุคคล หัก ณ ที่จ่าย”

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า บริษัท ไหทองคำ เรคคอร์ด เพิ่งจดทะเบียนต้นปีที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2561 ด้วยทุน 1 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่ 50/310 หมู่ 4 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยแจ้งว่าประกอบกิจการให้บริการ แสดง จัดหานักแสดง นายแบบทุกประเภท

งานนี้จึงไม่รู้ว่าการที่เข้าไปแหย่รังแตนในประเด็น “ภาษี” ทำให้ “ไหทองคำ” ต้องกลายเป็นระเบิดเวลาจนรีบหาทางลงด้วยการฉีกสัญญาทาสให้จบไปก่อนหรือไม่

แต่อย่างน้อยๆที่ทราบคือ ณ นาทีนี้ “ไหทองคำ” ยังไม่พ้นวิกฤติอย่างแน่นอน

Related Articles

Back to top button
X