Columnist

ค่าใช้จ่ายแฟนคลับ เปิดบัญชีลับม็อบเติมเงิน

ค่าใช้จ่ายแฟนคลับ

เปิดบัญชีลับม็อบเติมเงิน

โดย…ธนก บังผล

                25 ส.ค.นี้ อุณหภูมิทางการเมืองจะกลับมาพุ่งสูงอีกครั้ง เนื่องจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำพิพากษาในคดีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว จนทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท

                ซึ่งแน่นอนว่าชื่อ “ยิ่งลักษณ์” ยังคงขายได้ในแง่ของความนิยมจากชาวบ้านจำนวนมาก นั่นจึงทำให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ออกมาเปิดเผยว่า มีการปลุกระดมมวลชนเกือบทุกจังหวัดให้เดินทางเข้ามาใน กทม. เพื่อเป็นกำลังใจให้กับอดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย

                การข่าวของรอง ผบ.ตร. ทำให้ สน.ทุ่งสองห้อง ออกหมายเรียกเจ้าของรถตู้รับจ้าง 21 คัน รับทราบข้อกล่าวหาในความผิดฐานใช้รถผิดประเภทและออกนอกเส้นทาง หลังนำมวลชนมาให้กำลังใจอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ในการอ่านสรุปสำนวนคดีรับจำนำข้าว เมื่อวันที่ 1 ส.ค. ที่ผ่านมา

ในขณะที่ ประธานสมาพันธ์เกษตรกรเชียงใหม่-ลำพูน เปิดเผยว่า ทหารให้เซ็นหนังสือยินยอมห้ามนำมวลชนไปให้กำลังใจน.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยทางแม่ทัพภาคที่ 3 ได้ออกมาชี้แจงทันควันว่า ไม่เป็นความจริง

ด้าน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ก็สั่งตรวจสอบงบองค์กรปกครองท้องถิ่น (อปท.) ห้ามใช้ขนมวลชนไปหน้าศาลฎีกาฯ วันที่ 25 สิงหาคมนี้

เช่นเดียวกับ ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.อุดรธานี ออกคำสั่งจับตาการระดมมวลชน และขอความร่วมมือผู้ประกอบการรถตู้ห้ามขนมวลชนไปหน้าศาลฎีกาฯ

อีกทั้ง รอง ผบ.ตร. ยังได้ออกคำสั่งให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท. จับตาการเคลื่อนไหวระดมมวลชนผ่านสื่อโซเชียลมีเดียอีกทางหนึ่ง

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ในอดีตการชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ปลายปี 2548 เป็นต้นมานั้น การเกณฑ์มวลชนเข้า กทม. เป็นเรื่องที่เหล่าบรรดาแกนนำไม่ยอมรับพร้อมกับเย้ยหยันการชุมนุมของกลุ่มต่อต้านหรือฝั่งตรงข้ามว่าเป็นม็อบเติมเงินเสมอมา

ทำไมต้องเกณฑ์คนจากต่างจังหวัดเข้ามากินอยู่หลับนอนบนท้องถนน ทางจิตวิทยาแล้วถือว่าเป็นการแสดงออกถึงพลังของประชาชนเพื่อกดดันหรือเรียกร้องต่อฝ่ายบริหารตามระบอบประชาธิปไตย เมื่อมีผู้มาชุมนุมมากภาพที่สื่อเสนอออกไปยังสามารถเรียกความสนใจจากนานาประเทศได้อีกด้วย

ช่วงปีที่แล้วอดีตนักการเมืองท่านหนึ่งวิเคราะห์ความวุ่นวายตลอด 10 ปีของการชุมนุมอย่างตรงไปตรงมาว่า หลายครั้งจำเป็นต้องมีม็อบเติมเงินเพื่อเรียกแขก การกำหนดยุทธศาสตร์ของบรรดาแกนนำในแต่ละวันนั้นจำเป็นต้องใช้มวลชนที่เห็นด้วยจำนวนมาก เงินเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้คนมาชุมนุมและอยู่ร่วมการชุมนุม แล้วแต่ว่าสายป่านใครยาวพอที่จะ “จ้าง” ให้มานั่งในม็อบได้นานแค่ไหน

เขายอมรับด้วยว่าในฐานะที่เขาเป็นเสมือนกระเป๋าเงินของแกนนำการชุมนุม ค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน ค่าเครื่องเสียง ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าอาหาร ฯลฯ ค่าใช้จ่ายเหล่านี้มีมากกว่าจำนวนเงินที่คนบริจาค

และเรื่องที่สำคัญที่สุดคือ “เติมเงิน” ซึ่งทำให้ใน 1 วันนั้น ต้องจ่ายไม่ต่ำกว่า แสนบาทขึ้นไป มูลค่าต่อหัวต่อวันอยู่ที่ 200 -400 บาท นี่คือเรตต่ำสุด หากเป็นสถานการณ์แบบเคลื่อนไหว “ครั้งสุดท้าย” ซึ่งบ่อยครั้งมากค่าหัวจะอยู่ที่ 500 บาทต่อคนต่อวัน

เพราะฉะนั้นเฉลี่ยแล้ว หากต้องจ่ายต่อคน 300 บาท ในจำนวน 2,000 คน ต่อวัน ค่าใช้จ่ายในการเติมเงินอยู่ที่วันละ 6 แสนบาท

ส่วนสโลแกนที่ว่า “ไม่ต้องจ้าง กูมาเอง” นั้นเป็นแค่คำพูดที่สวยหรู นอกเสียจากเหล่าฮาร์ดคอร์แล้วมีเงินจริงๆไม่ได้เดือดร้อนหรือเป็นเหล่าฐานเสียงของนักการเมือง แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ฮาร์ดคอร์รู้ว่ามีการจ่าย ก็พร้อมจะรับเช่นกัน จนเป็นที่มาของการขัดแย้งเรื่องเงินในที่สุด

ทุกม็อบจึงเกิดขึ้นและจบลงที่เรื่องเงินเสมอ ซึ่งทำให้ต่อมาสถานการณ์บังคับให้สร้าง “ผู้นำเดี่ยว” ขึ้นมาชูโรงแล้วออกเดินเพื่อรับเงินจากประชาชน

ลองคิดดูว่าที่ผ่านมาการชุมนุมแต่ละครั้งมีเงินสะพัดเป็นค่าจ้างมวลชนไม่ต่ำกว่า 5 แสนบาทต่อวัน จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนถึงมาเยอะและพร้อมจะอยู่ได้นานจนกระทั่งเลิก ถึงขั้นบางวันประกาศเลิกชุมนุมบางคนถึงกับร้องไห้กันเลย

อย่างไรก็ตามในปัจจุบันสถานการณ์ทางการเมืองเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา ฮาร์ดคอร์บางคนเปลี่ยนไปเป็นแฟนพันธุ์แท้มาแม้ไม่ได้เงินก็มี แต่ให้สังเกตไว้ว่าใครชูป้าย คนนั้นได้ตังค์

//////////////////////////////

เครื่องเคียงคอลัมน์ วันนี้ “กระทรวงพาณิชย์” ได้เผยแพร่กลยุทธ์การเข้าไปประกอบธุรกิจโลจิสติกส์ในสปป.ลาว โดยระบุว่าสปป.ลาวเป็นประเทศที่คนไทยเข้าไปลงทุนด้านโลจิสติกส์ง่ายที่สุด เนื่องจากสภาพทางภูมิศาสตร์ของสปป.ลาวเน้นความสำคัญการคมนาคมขนส่งทางบก

เราจึงนำข้อมูลความรู้ในเรื่องของกลยุทธ์การเข้าไปประกอบธุรกิจโลจิสติกส์ในสปป.ลาวมาให้ทุกท่าน เพราะสปป.ลาวนั้นให้ความสำคัญกับการพัฒนาจุดกระจายสินค้า สร้างจุดโดดเด่นทางด้านการคมนาคมขนส่งและผลักดันประเทศให้เป็นศูนย์รวมและกระจายสินค้า เพื่อต่อยอดนโยบาย Land Locked สู่ Land Link

Related Articles

Back to top button
X