Biznews

คุณแม่ภูธรสตรองไม่แพ้แม่ในเมือง ทุ่มไม่อั้นเพื่อลูก

ผลวิจัยมายด์แชร์ชี้คุณแม่ในจังหวัดหัวเมืองรองพร้อมทุ่มจ่ายสินค้าเพื่อลูก

มายด์แชร์ เอเยนซี่เครือข่ายด้านการตลาดและการสื่อสาร เผยถึงผลการศึกษา “Mom Hunt 2016” พบว่าคุณแม่ให้ความสำคัญการปรับหลักการเลี้ยงดูลูกจากรุ่นสู่รุ่นของครอบครัว และเปิดรับการเลี้ยงดูแนวใหม่จากสื่ออินเตอร์เน็ตให้สอดคล้องกับความเป็นอยู่ พร้อมเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเองในการเลี้ยงดูลูกและครอบครัว เลือกเสพสื่อตามคอนเทนท์ที่ตนสนใจ เปิดรับข้อมูลของชุมชนผ่านทางเฟซบุ๊ค

วัตถุประสงค์ในการทำวิจัยในครั้งนี้ก็เพื่อสำรวจและเข้าใจวิถีชีวิต บทบาท และแรงจูงใจของคุณแม่ที่อาศัยในหัวเมืองรองต่อการเลือกซื้อของอุปโภคและบริโภคเข้าบ้าน เพื่อให้นักการตลาดนำข้อมูลไปปรับกลยุทธ์การตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยงานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative research) และเสริมด้วยการทำการศึกษาโดยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) คุณแม่ที่มีลูกอายุระหว่าง 0-3 ปี, 3-6 ปี และ 6-12 ปี และอาศัยในจังหวัดน่าน บุรีรัมย์ และชุมพร ที่มีฐานะครอบครัวปานกลาง เป็นเวลา 90 ชั่วโมง เพื่อให้เข้าใจถึงแรงจูงใจต่อการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทตามไลฟ์สไตล์ของครอบครัว รวมไปถึงการเฝ้าสังเกตุการเสพสื่อของครอบครัว และการร่วมสังเกตพฤติกรรมการเลือกซื้อของเข้าบ้าน เพื่อหาเหตุปัจจัยและสรุปพฤติกรรมของคุณแม่ดังกล่าว

ณัฐา ปิยะวิโรจน์เสถียร ผู้อำนวยการวางแผนและพัฒนาธุรกิจ มายด์แชร์ กล่าวถึงที่มาของการทำวิจัยในครั้งนี้คือ กว่า 65% ของประชากรไทยอาศัยในต่างจังหวัด ในขณะที่เรามีข้อมูลมากมายเกี่ยวกับประชากรในเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพ เชียงใหม่ นครราชสีมา เป็นต้น แต่เรามองว่าประชากรที่อาศัยในต่างจังหวัดในเมืองที่เล็กลงมาเองก็มีความน่าสนใจเนื่องด้วยปัจจัยต่างๆรอบตัว วิถีชีวิต รวมถึงการเข้าถึงสื่อที่แตกต่างจากคนเมือง โดยในการทำวิจัยครั้งนี้เราเจาะจงศึกษาทัศนคติและพฤติกรรมของกลุ่มผู้บริโภคที่เรียกตัวเองว่า ‘แม่’ เนื่องจากเป็นผู้บริโภคที่มีความซับซ้อนและแตกต่างอย่างมีจุดร่วม ไม่เพียงแต่มีบทบาทหลักในการเลี้ยงดูลูก พวกเขายังต้องจัดการดูแลสิ่งต่างๆภายในบ้าน และนอกจากนี้พวกเขายังมักเป็นคนตัดสินใจหลักในการเลือกซื้อของเข้าบ้านอีกด้วย และด้วยอิทธิพลของอินเตอเน็ตที่เข้าไปสู่ชีวิตของผู้บริโภคในหัวเมืองรอง เราจึงอยากทำความเข้าใจว่าอินเตอร์เน็ตมาเปลี่ยนพฤติกรรมของเขาในแง่ใดบ้าง

โดยสิ่งที่เราได้จากงานวิจัยชิ้นนี้แบ่งได้ตามมิติดังนี้

  1. มิติของความเป็นแม่ โลกเปลี่ยนไปแค่ไหนความเป็นแม่ก็ยังเป็น “แม่”
    • ความสุขของคุณแม่ช่างเรียบง่าย แค่ลูกมีความสุช แม่ก็มีความสุข
    • แม่ทุ่มเทสามารถเปลี่ยนตัวเองเพื่อลูก และ
    • บทบาทของผู้หญิงกับความเป็นแม่ และความเป็นผู้นำเริ่มมีความเปลี่ยนแปลงให้เห็นชัดมากขึ้น
  2. เทคโนโลยีโดยเฉพาะอินเตอร์เน็ตคือสิ่งที่เปลี่ยนวิถีชีวิตแม่รุ่นใหม่ ในขณะที่ทีวีก็ยังสำคัญอยู่
    • อินเตอร์เน็ตเข้ามาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดที่สามารถเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา โดยเฉพาะกับแม่มือใหม่ที่เวลาของเขาเปลี่ยนไปตั้งแต่มีลูก
    • โทรทัศน์คือเพื่อนประจำบ้าน แต่คุณแม่จะเลือกดูเฉพาะรายการที่อยากดูเท่านั้น
  3. มิติของการเลือกซื้อสินค้า
    • จุดขายมีความสำคัญมากต่อผู้บริโภคกลุ่มแม่ในหัวเมืองรอง แม่ยังเชื่อในประสบการณ์ที่ได้รับจากการจับ สัมผัส อ่านฉลากสินค้า หรือแม้กระทั่งชิมและดม เพื่อช่วยในการตัดสินใจซื้ออยู่

  1. โทรทัศน์ยังคงเป็นสื่อสำคัญในการสร้างการรับรู้ต่อตราสินค้า (Brand Awareness) ในขณะที่หน้าจุดขายรวมไปถึงแพ็คเกจจิ้งมีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อมาก ดังนั้นในส่วนของการโฆษณาคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์เพื่อดึงความสนใจยังเป็นส่วนสำคัญเพื่อเชิญชวนให้ไปที่จุดขาย
  2. สำหรับสินค้าเด็ก คุณแม่ให้ความสนใจต่อคุณภาพและประสิทธิภาพ (Quality and Performance) ซึ่งมีความสำคัญเป็นอันดับแรก ในขณะที่กิจกรรมส่งเสริมการขาย (Promotion) อาจไม่ใช่สิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณแม่หันมาซื้อสินค้ามากขึ้น แต่มีผลทำให้เกิดการซื้อเพื่อทดลองใช้
  3. ในส่วนของความภักดีต่อตราสินค้า (Brand Loyalty) ต่อสินค้าเกิดขึ้นได้จากตัวของสินค้าเอง โดยเฉพาะสินค้าสำหรับเด็กแรกเกิดและเด็กเล็กต้องได้รับการรับรองจากจากคุณแม่ที่มีประสบการณ์ ส่วนสินค้าของเด็กที่โตขึ้นมา การยอมรับและชื่นชอบในผลิตภัณฑ์จากทั้งแม่และเด็กเองที่เป็นผู้ใช้งานตรงเป็นสิ่งที่แบรนด์ควรต้องตระหนัก เพราะเด็กวัยนี้เริ่มมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของคุณแม่
  4. สำหรับการซื้อ-ขายทางอินเตอร์เน็ต หรือ e-Commerce นั้นยังคงอยู่ในขั้นเริ่มต้นแต่มีแนวโน้มการเติบโตที่น่าสนใจมาก โดย ณ เวลาที่ทำการสำรวจและวิจัย ช่องทางนี้เป็นช่องทางสำคัญสำหรับคุณแม่ที่ต้องการซื้อสินค้าที่หาไม่ได้จากในท้องถิ่น และเพื่อเป็นการสร้างความภูมิใจให้กับลูกที่ได้ใช้ของที่ไม่ได้มีในจังหวัดตน
  5. ร้านสะดวกซื้อนับได้ว่าเป็นที่สำหรับความสนุกของเด็ก และนับเป็นร้านค้าที่หรูหราที่ไว้ซื้อของสำหรับคุณแม่ ในขณะที่ไฮเปอร์มาร์เก็ตยังคงเป็นสถานที่สำหรับการไปฉลองในโอกาสพิเศษและซื้อของเข้าบ้านประจำเดือน

Related Articles

Back to top button
X
%d bloggers like this: