Biznews

คำต่อคำ’เสถียร เศรษฐสิทธิ์’เจ้าพ่อคาราบาวแดง กับภารกิจปล่อยกู้ดัน ‘ร้านถูกดีฯ’ แตะ 30,000 สาขาทั่วไทย

White IrisesOgawa Kazumasa

หลังจากที่ “เสถียร เศรษฐสิทธิ์” ผู้ปลุกปั้นแบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังคาราบาวแดงให้โด่งดังไปทั่วโลก กับอีกหนึ่งบทบาทในฐานะประธานกรรมการ บริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด ธุรกิจส่วนตัวที่ถูกก่อตั้งขึ้นมาพร้อมภารกิจสุดท้าทายในการปลุกปั้นร้านค้าปลีก “ถูกดี มีมาตรฐาน” เพื่อพลิกฟื้นคืนชีพโชห่วยไทย หลังโดนร้านค้าปลีกสมัยใหม่ดิสรัปต์มานาน
ล่าสุด สร้างความฮือฮาให้กับวงการค้าปลีกเมืองไทยอีกครั้งด้วยการจับมือกับธนาคารกสิกรไทยเตรียมวงเงินสูงถึง 1.5 หมื่นล้าน เพื่อพัฒนาร้านค้าชุมชนถูกดีฯ ให้สามารถขยับขยายสาขาได้มากขึ้น ด้วยเป้าหมายขั้นต่ำปีละ 1 หมื่นสาขาจนครบ 3 หมื่นสาขาทั่วประเทศในแอีก 2 ปีข้างหน้า และต่อไปนี้คือบทสัมภาษณ์งานแถลงข่าวถูก ดี มีมาตรฐาน x KBank ถึงที่มาที่ไปและหมุดหมายในใจนับจากนี้ของ ‘เสถียร เศรษฐสิทธิ์’ ประธานกรรมการ บริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด ผู้ปลุกปั้นธุรกิจร้านค้าปลีก ‘ถูกดี มีมาตรฐาน

 

  • อะไรคือแรงบันดาลใจ อะไรคือจุดเริ่มต้นที่อยากทำร้านโซห่วย

ผมทำคาราบาวแดง แล้ว 10 กว่าปีที่ทำคาราบาวแดงเราคลุกคลีอยู่กับร้านโชห่วย เราถือว่าร้านโซห่วยเป็นลูกค้าหรือเป็นพันธมิตรที่สำคัญของเรา นั้นเป็นจุดขายจุดซื้อคาราบาว และเราก็เห็นว่าร้านค้าจำนวนมากเปิดแล้วเราทำมาหากินอยู่ด้วยกันนะครับ สักระยะหนึ่งก็มีการปิดตัวลง บางร้านก็ยังไม่ได้ปิดถาวร แล้วเราทำไปเรื่อยๆ เราก็เริ่มเห็นจริงๆแล้วร้านโชว์ห่วยเป็นธุรกิจฐานรากที่สำคัญของประเทศเรา แล้วก็ตั้งคำถามว่าถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ ล้มหายตายจากไปเรื่อยๆ

เราก็เห็นว่าความจริงแล้วร้านโซห่วยมันมีจุดแข็งหลายอย่างที่สำคัญคือว่าการที่อยู่ในชุมชน เจ้าของร้านอยู่ตรงนั้น เป็นที่รู้จักของคนในชุมชนแล้วก็ถ้าเราสามารถที่จะเข้าไปเสริมในสิ่งที่เป็นจุดอ่าน ถ้าเรามีเงินทุน เราเข้าไปจัดการเงินทุน ไปให้ความรู้ในการบริหารจัดการ รวมถึงเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยก็น่าจะทำให้ธุรกิจเขาเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปได้เพราะผมเชื่อว่าถ้าเราสามารถที่จะทำให้โซห่วย 3-4 แสนร้านค้าที่มีอยู่ในประเทศยังดำรงอยู่ได้มันจะเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจในอนาคตเรา ซึ่งเราก็ต้องค่อยๆลงมือทำเรื่อยๆ เราก็ต้องยอมรับว่าจากที่เราทำมาระยะหนึ่ง เราก็ได้พันธมิตรที่ร่วมทุนกับเราจำนวนมาก กระทั่งถึงวันนี้ สามารถพูดได้เลยว่าสิ่งที่เมื่อ 2 ปีก่อนเราคิดว่าเป็นความฝันมาวันนี้ก็เป็นจริงได้

  • ปัจจุบันนี้มีกี่ร้านค้า การบริหารจัดการเป็นอย่างไร บทตอบรับในแง่ธุรกิจ อุปสรรค์และความท้าทายก็น่าจะมีมาให้เราฝ่าฟันอยู่

ตอนนี้เรามีร้านค้าอยู่ประมาณ 5,000 ร้านค้า เปิดกับเราและมีคนที่สมัครและรอเปิดอยู่ประมาณกว่า 1,000 ร้านค้า ซึ่งคาดหมายว่าปลายปีนี้เราจะมีร้านค้าอยู่ประมาณ 10,000 กว่าร้านค้า ในทุกสัปดาห์มีคนมาสมัครประมาณ 500 ราย เดือนนึงประมาณเกือบ 2,000 ราย สิ่งที่ปัญหาและอุปสรรคสำคัญก็คือว่าคนสมัครกว่า 2,000 รายที่สมัครเข้ามา กว่าเราจะเข้าสู่กระบวนการไปสำรวจ และเข้าสู่กระบวนการที่จะหาข้อมูลต่างๆเหล่านี้มีความยากลำบากและต้องใช้เวลาพอสมควร

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 2 ปีที่เราขยายตัวนี้ เราเจอปัญหาเรื่องสถานการณ์โควิด ซึ่งทำให้การทำงานหลายเรื่องช้าลง แต่อย่างไรก็ตามเราก็ยังทำต่อไปเรื่อยๆ ลองผิดลองถูก ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะสิ่งที่เราประสบความสำเร็จ แต่ก็ยังมีอุปสรรค ซึ่งอยู่ในช่วงลองถูกลองผิดแล้วก็ปรับให้เข้ากับสถานการณ์  ยกตัวอย่างเช่น เรามีร้านค้าอยู่ 62 จังหวัดทั่วประเทศยกเว้นภาคใต้ที่เรายังไม่ได้ลงไป เรามีห้าพันกว่าร้านค้ากระจายตัวอยู่มาก อย่างที่อมกร๋อยเราก็มีอยู่หนึ่งร้าน ปัญหาการขนส่ง กว่าจะส่งของไปถึง เรามีต้นทุนในการจัดการ เราต้องเข้าไปวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เข้ากับแต่ละแห่ง แต่เรื่องที่ยากที่สุดคือเรื่องของคน

ตอนนี้เรามีร้านอยู่ 5,000 ล้าน แต่ทีมงานของเราในช่วง 1-2 ปีนี้ เรามีคนประมาณ 5,000 คน อยู่ทั้งในคลังสินค้า และกระจายตัวอยู่ในคลัง 7-8 แห่งทั่วประเทศรวมถึงบุคลากรในภาคสนาม ที่จะลงไปสอนให้พาร์ทเนอร์แก้ปัญหาต่างๆ เรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆ และโปรแกรมใหม่ๆขึ้นมา และยังมีเรื่องของคนที่ดูแลการจัดส่งของ รวมถึงคนที่อยู่ในสำนักงานคอยรับเรื่องราวต่างๆ อุปสรรคและปัญหาของพาร์ทเนอร์ต่างๆ อีกเรื่องคือเรามีปัญหาของ Partner บางส่วนที่เราแก้ไม่ไหว เช่นเรามี 5,000 กว่าร้านค้าทุกเช้ามีพันกว่าร้านค้าที่ยังไม่ส่งยอดของเมื่อวาน มีเรื่องใหญ่ๆที่เราต้องตามแต่เราก็ต้องยอมรับมัน ซึ่งถือว่าทุกอย่างมันต้องดีขึ้น จนกระทั่งถึงวันนี้แบงค์กสิกรก็ยังเชื่อมั่นว่าธุรกิจของเราจะไปได้เราจึงมาร่วมแถลงข่าวในวันนี้

 

  • วันนี้ทำไมถึงมาจับมือทำงานร่วมกับกสิกร

เราอยากทำให้ร้านโชห่วยเป็นร้านค้าปลีกสมัยใหม่ในชุมชน ยังเมื่อคืนผมพึ่งกลับจากบุรีรัมย์ แถวไหนมีร้านถูกดีจะมีป้ายไฟสว่างสว่าง ได้มีโอกาสเจอคนในท้องถิ่นที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่เขาบอกว่าพอมีร้านถูกดีเข้ามาแสดงว่าชุมชนนั้นเจริญแล้ว เราก็เริ่มพัฒนามาเรื่อยๆตอนนี้เรามีระบบสมาชิกและเรากำลังจะทำคือเราเรียกว่าระบบ pre order ซึ่งแนวคิดนี้เรากำลังจะเป็นหัวรถจักรที่จะทำให้ร้านถูกดีมีก้าวไปข้างหน้าอย่างก้าวกระโดด ซึ่งถ้ามีโอกาสเดี่ยวผมจะมาเล่าในเรื่องนี้ในคราวหน้า

  • อยากให้คุณเสถียรขยายความเมื่อสักครู่ มีคำว่า Digital Lending ขึ้นมา แสดงว่าตอนนี้ positioning ของร้านจาก Point of sale เป็น point of Service แล้วมีพันธมิตรอย่างกสิกรเข้ามาด้วยมีความพิเศษอย่างไรบ้าง อะไรคือ service ที่เราจะมอบให้กับคน

เดิมร้านถูกดีถ้าเรามองก็คือร้านค้าปลีกหรือร้านโชห่วยทั่วๆไป การที่เราจะเชื่อมร้อยร้านค้าในปีเศษๆ ได้มากกว่า 5,000 ร้านค้า แสดงว่าระบบข้างหลังเรามีเทคโนโลยีที่ครอบคลุมมาก เราขยายออกไปกว่า 60 จังหวัด มีระบบการซื้อขายในแต่ละวันอยู่ตลอดเวลา ในขณะที่เรานั่งอยู่ตอนนี้ระบบการซื้อขายเราก็มีข้อมูลโชว์ของในแต่ละวันอยู่ตลอดเวลา บนพื้นฐานสำคัญที่เราทำอยู่ตอนนี้ก็คือการวางเครือข่ายของระบบดิจิตอลซึ่งเราสามารถนำมาใช้ประโยชน์อื่นๆได้ยกตัวอย่างเมื่อ 2-3 เดือนที่แล้วเราเริ่มทำให้มีระบบสมาชิกและเริ่มทำระบบพรีออเดอร์ ซึ่งได้ทดลองทำแล้วว่ามี pre order สินค้าไหนบ้าง เช่นขายพวกเครื่องไฟฟ้า ซึ่งพอลองทำก็ได้เรียนรู้ว่าระบบนี้มันเดินต่อไปได้ เรากำลังจะบอกกับพาร์ทเนอร์ของเราว่า เมื่อก่อนเป็นร้าน CJ ที่มีสินค้าประมาณ 10,000 SKU ในขณะที่ร้านถูกดี มีสินค้า 2,000 SKU ใน 10,000 SKU เป็นสินค้าที่อยู่ในความต้องการแต่เราไม่สามารถจัดไปทั้งหมดได้เพราะเนื่องจากมันเป็นร้านขนาดเล็กและความต้องการบางอย่างอาจจะไม่เหมาะสมรวมถึงสินค้าบางตัวมีอายุสั้น ถ้ามันเป็นระบบ pre order ภายในเดือนกันยายนนี้ เรามีการพัฒนาเทคโนโลยีตอนนี้เรามีความมั่นใจแล้วว่าระบบ pre order มันเวิร์ค เราจะทำให้ร้านถูกดีของเราทั่วประเทศสามารถขายสินค้าได้มากกว่า 20,000 sku และในอนาคตอาจจะขายได้เป็นแสนๆ sku

ตัวอย่างเช่นเราสามารถสั่งสินค้าวัสดุก่อสร้างในเครือปูนซีเมนต์ไทยกับเรา ขออนุญาตเอ่ยนามเพื่อให้เห็นภาพได้ชัดเจน ในอนาคตเราอาจจะร่วมกับแบรนด์อื่นๆ เพื่อเพิ่มการบริการอื่นๆ เช่น มีจุดชำระเงิน จุดจ่ายบิลค่านำ้ค่าไฟ และร่วมกับแบงค์ ทำอย่างไรให้ลูกค้าได้บริการสินเชื่อด้วย จุดแข็งของร้านของเราคือลูกค้าได้เป็นเจ้าของ ร้านไหนขายดีไม่ดีขึ้นกับเจ้าของ ต้องยอมรับว่าร้านถูกดีที่เปิดมาไม่ได้ขายดีทุกร้าน

แต่ร้านที่ขายดีสังเกตุได้ว่าความเอาใจใส่ของเจ้าของพัฒนาขึ้นไป มีพลัง ให้ความร่วมมือไม่ว่าเราจะมีระบบสมัครชิก มี pre order มีการสอน ไม่ว่ามีอะไรเค้าให้ความร่วมมือ แล้วถ้าเราให้เจ้าของร้านเหล่านี้เค้ามีส่วนร่วมว่าถ้าเราจะมีการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าของเค้า ให้เค้าช่วยคัดให้อาจจะสัก 50 คนก่อนมั้ย ถ้าเค้าขายสินเชื่อให้คนละ 500 บาท 10 คน เค้าก็ได้ยอดขายเพิ่มขึ้นแล้ว 50,000 บาทอันนี้เป็นสิ่งที่เรากำลังจะเดินไป ดังนั้น ถูก ดี กำลังพัฒนาจาก Point of sale ขายแค่ของเป็น point of Service คือให้บริการทางการเงิน ระบบการชำระเงิน พรีออเดอร์ บริการรับส่งของ ในอนาคตจะมีบริการเพิ่มขึ้นไปอีก

 

  • วิธีการปล่อยสินเชื่อ มันค่อนข้างที่จะต่างจากรูปแบบเดิมๆ ใช้ data อีกรูปแบบหนึ่ง data รูปแบบนี้มันเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน ความรู้สึกของเจ้าของที่มีต่อลูกค้าคนนั้นๆ เราไม่กลัวพวกหนี้เสีย หรือปัญหาต่างๆใช่มั้ย

เราคิดว่าสมมุติมีร้านถูกดีร้านหนึ่ง สามารถขายสินเชื่อให้กับลูกค้าประมาณ 200 ราย รายละ 1,000 บาท 200 คนก็ประมาณ 200,000 บาทซึ่งเงิน 200,000 บาทนี้เดิมคนในชุมชนนั้นก็จะนำมาใช้ซื้อของใช้อุปโภคบริโภค เค้าก็จะสามารถสินค้าไปก่อน  200,000 บาทและสินเดือนมาคืน อย่างน้อยเงินจำนวนนี้เค้าก็อาจจะเอาไปหมุนเวียนใช้เป็นค่ารักษาพยาบาท ค่าเทอมลูก ค่าใช้จ่ายอื่นๆ อย่างน้อยแต่ละชุมชนมีเงินหมุนเวียนอยู่ 200,000 บาท เศรษฐกิจก็ต้องดีขึ้นเมื่อเกิดการจับจ่าย

แต่ยังไงก็ตามคน 200 คนผมก็ไม่รู้จักแต่อย่างน้อย Partner ที่จะปล่อยกู้ก็ต้องรู้จัก ว่าใครนิสัยดีไม่ดีเขาต้องมีข้อมูลและเราก็มีระบบ เรากำลังทำอยู่ว่าเขาเป็นสมาชิกของร้านนี้หรือไม่ เคยมาซื้อกันเป็นประจำไหมมีตัวตนหรือไม่ เราก็มีการคุยกับพาร์ทเนอร์ว่าถ้ากรณีมีหนี้เสียเขาจะรับผิดชอบไหม ซึ่งเรื่องนี้เราจะต้องมาคุยกันอาจจะต้องรับผิดชอบร่วมกัน เมื่อสักครู่เราพูดถึง 1 ล้านถูกดีมีเงินหมุนเวียน 200,000 เราลองคิดดูว่าถ้า 1,000 ร้านค้า จะมีเงินหมุนเวียนเท่าไหร่ กสิกรกับถุงตีกำลังร่วมมือกันเพื่อจะทำให้เศรษฐกิจตรงนี้ดีขึ้น เป็นเรื่องที่เราจะค่อยๆเดินไปซึ่งในปีหน้าเราจะเห็นในเรื่องนี้ชัดขึ้น

 

  • จาก point of sale เป็น point of service แต่คุณเสถียรยังมีความฝันคือเป็น point of Everything มันคืออะไรครับ

เราอยากให้วันหนึ่งร้านถูกดีเป็นศูนย์กลางของชุมชน เราสามารถช่วยคนเล็กคนน้อยที่อยู่รอบๆร้านค้าในละแวกนั้นนั้นได้ เขาสามารถเข้าถึงสินเชื่ออุปโภคบริโภค ในแต่ละเดือน 500 บาท 1,000 บาทหรือ 2,000 บาทก็ตาม สิ่งเหล่านี้จะช่วยอย่างน้อยเขาไม่ต้องไปกู้นอกระบบที่ดอกเบี้ยสูงมาก ในการเป็นศูนย์กลางของชุมชนก็สามารถเข้าถึงสินเชื่อรวมถึงบริการของรัฐ อย่างปีที่แล้วมีเรื่องของ covid เข้ามาทำให้ชาวบ้านหลายคนไม่สามารถที่จะเข้าไปใช้บริการในการจองวัคซีน Partner เราหลายคนก็ช่วยชาวบ้านโดยการสอนเขาในการเข้าถึงการจองวัคซีน ให้ใช้เทคโนโลยีเพราะว่าที่ร้านเรามี Wifi หรือแม้นกระทั่งเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนละครึ่ง ทุกคนไม่สามารถเข้าถึงได้ ชาวบ้านก็เข้ามาถาม Partner เราซึ่ง Partner เราทุกคนรู้เรื่องเทคโนโลยีก็สามารถช่วยสอนชาวบ้านได้ แต่ที่ผมฝันมากกว่านั้นในอนาคตถ้าเราเห็นที่ต่างประเทศมีบริการทางการแพทย์แบบวีดีโอได้ ผมก็ฝันว่าในอนาคตระบบที่เราวางไว้จะสามารถช่วยในสิ่งเหล่านี้ได้ การให้บริการทางการแพทย์เป็นจุดที่จะจ่ายยาออกไป ทางโรงพยาบาลหลายแห่งมาคุยกับเราหรือบริษัทที่จัดการพัสดุในการส่งขนส่งสินค้าก็เคยมาคุยกับเรา เขามองว่าในอนาคตร้านถูกดีจะเป็นร้านที่เขาจะสามารถเอาสินค้ามาฝากวางเพื่อให้เข้าถึงชาวบ้านได้ รวมถึงในอนาคตเรามุ่งหวังว่าอย่างเช่น มีร้านอยู่ที่ชัยภูมิ ทำไส้กรอกอีสานอร่อยมากคนในภูมิภาคอื่นๆอยากจะทาน แต่เขาไม่สามารถที่จะส่งได้ซึ่งเรามีรถเรามีร้านอยู่แล้วเราก็สามารถที่จะขนส่งของพวกนี้แทนเขาได้

ในอนาคตเรามีแผนที่จะพัฒนาการขนส่งสินค้าเราอยากจะทำคลังเย็นที่สามารถขนส่งของพวกนี้ได้ ผมได้ลงไปที่นครศรีธรรมราชเห็นว่ามังคุดเนี่ยเขาขายกิโลกรัมละ 25 บาทแต่ถ้าเราอยู่กรุงเทพฯเราซื้อในราคาขาย 50 บาทผมถามเพื่อนว่าทำไมที่นี่ขายถูกมากเพื่อนบอกว่าถ้าออกจากสวนน่าจะราคาอยู่ประมาณ 10 กว่าบาท ผมมองว่าเรามีรถที่จะลงไปภาคใต้อยู่แล้วแล้วถ้าเรานำมังคุดจากสวนมากระจายให้กับ Partner ของเราในพื้นที่ต่างๆ ให้ช่วยขายมังคุดให้กับเกษตรกรในภาคใต้อย่างน้อยคนละ 10 กิโลก็ยังดี เราก็อาจจะช่วยเขาขายได้มากกว่า 1 แสนกิโลเมตร รวมถึงสินค้าเกษตรอื่นๆ รวมถึงบริษัทที่อยากขายอุปกรณ์ทางการเกษตรต่างๆ อยากจะเข้ามาร่วมธุรกิจกับเราในการขนส่งสินค้าไปจำหน่ายจุดนี้ในอนาคตเราก็น่าจะทำได้

นี่คือสิ่งที่เราจะก้าวไปสู่ point of everything ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนเป็นประโยชน์ต่อ Partner ของเรา เป็นประโยชน์ต่อชาวบ้านในละแวกนั้น supplier รวมถึงเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติด้วย หลายเรื่องที่เราทำเรากำลังพัฒนาเริ่มเหล่านี้อยู่ผมเชื่อว่า ภายใน 1-2 ปีนี้ธุรกิจที่เราวาดฝันไว้จะสมบูรณ์ขึ้น และเมื่อถึงเวลานั้นทุกร้านของ ถูก ดี มีมาตรฐาน จะกลายเป็นศูนย์กลางของชุมชน

ในบริษัทผมมีพนักงานอยู่ประมาณ 5,000 คน คนหนุ่มสาวอายุประมาณ 30 บวกลบอยู่ประมาณพันกว่าคนที่เป็นคนขับเคลื่อน พวกเขามีพื้นฐานการศึกษาที่ดี มาจากครอบครัวที่ดีแต่สิ่งที่สำคัญคือพอพวกเขาฟังว่าจะมาทำร้านถูกดีมีมาตรฐาน งานที่เขาทำไม่ใช่ทำให้เขาได้แค่เงินเดือน แต่พวกเขายังมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของเราเติบโตแข็งแรง ก็จะทำให้งานที่เขาทำนั้นเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมในอนาคต คนเหล่านี้เป็นพลังสำคัญของเรา

 

  • มองอนาคตของวงการค้าปลีกไทยอย่างไร

ตอนที่เราคิดจะทำร้านถูกดีพวกเราจะเห็นข้อมูลอยู่แล้ว ธุรกิจด้านการค้าขายในหลายปีที่ผ่านมาทั่วโลก เราเรียกว่า e-commerce หรือธุรกิจระบบ ดิจิทัล แพลตฟอร์ม ขยายตัวอยู่ตลอดเวลาและถ้าเรามาเทียบว่า e-commerce หลายปีที่ผ่านมายังขยายตัวสูงขึ้น 2-3 เท่าตัว ตลอดเวลา เราก็มองว่าแล้วธุรกิจร้านค้าของชาวบ้านจะอยู่อย่างไร ทางธุรกิจที่เราทำ เราก็ต้องเริ่มมาดูว่าถ้าเราจะทำระบบ e-commerce เราจะทำอย่างไร เราก็ไปศึกษาข้อมูลจากทั่วโลกประเทศที่มีประชากร 50-60 ล้านคน ทำ E commerce ไม่ได้ถ้าคุณจะทำอีก commerce สำเร็จคุณต้องมีคนมาใช้บริการ 10-20 ล้านคนกว่าคนจะตั้งบริษัทใหม่มีคนมาใช้สิทธิ์ถึง 20 ล้านคนคุณเจ๊งก่อนทำไม่ไหว เพราะฉะนั้นระบบ e-commerce จะประสบความสำเร็จในประเทศที่ใหญ่ๆอย่างเช่นอเมริกา จีน อินเดีย แต่ในยุโรปที่เป็นประเทศเล็กๆอย่างอังกฤษ ฝรั่งเศสที่มีประชากร 50 60 ล้าน ทำระบบ e-commerce ไม่เวิร์ค เราก็มานั่งคิดว่าจะทำอย่างไร

ผมมีความรู้ในเรื่องค้าปลีก  ที่ทำ CJ และรู้จักโซห่วย ผมก็มาคิดว่าเราทำ แพลตฟอร์ม ในระบบค้าปลีกแบบ e-commerce นี่แหล่ะ แต่เอาโซห่วยมาเป็นกระดูกสันหลัง ให้เค้ามีรายได้มากกว่าเดือนละ 30,000 บาท ให้เค้ายืนขึ้นมาได้ก่อน แล้วเราค่่อยใส่ระบบ e-commerce ก็คือ การ pre-order ค่อยๆใส่สินค้าเข้าไปจากน้อย เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พอมีสินค้ามากขึ้นเค้าจะวิ่งไปได้ แล้วถ้าเราสร้างระบบนี้ได้ ใครก็อยากจะวิ่งเข้าหาเรา เรามีระบบการขนส่งที่แน่นอน แล้วมีการบริการด้านต่างๆทั้งด้านการแพทย์ การเกษตร ธนาคาร และอื่นๆอีกมากมาย

ทั้งหมดนี้ก็คือ ธุรกิจระบบ ดิจิทัล แพลตฟอร์ม ที่สร้างขึ้นมาบนความเป็นจริงของสังคมไทย และเราเชื่อว่าดิจิทัล แพลตฟอร์มนี้จะมีส่วนช่วยอีกหลายหมื่นครอบครัวในสังคมไทยสามารถยืนขึ้นมาได้อย่างมีศักดิ์ศรี อย่างน้อยครอบครัวเขามีอนาคต ให้ลูกหลานเค้าสืบต่อไปได้

 

 

 

 

 

 

Related Articles

Back to top button
X
%d bloggers like this: