Bizlifestyle

คนมีของเชิญ!’เจ้าสัววิกรม’ เพิ่ม 5 ล้าน พิสูจน์หนังเหนียว หวังคนไทยเลิกงมงาย!

รายการ CEO Vision Plus ดำเนินรายการโดย วิชัย วรธานีวงศ์ ​ทางคลื่นวิทยุ เอฟเอ็ม 96.5 คลื่นความคิด เป็นประจำทุกวันศุกร์ เวลา 9.00 -10.00 น. ทางรายการจะมีการพูดคุย กับ คุณวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานมูลนิธิอมตะ และ ประธานสภาธุรกิจไทย-จีน และครั้งนี้ ได้เปิดมุมมองในหัวข้อเรื่อง ไปตามดวง
ซึ่ง คุณวิกรม กรมดิษฐ์ ได้กล่าวถึง ความเชื่อสังคมไทยในอดีต ที่พูดถึงเรื่องของดวง แล้วแต่เรื่องของโชคชะตา และได้เล่าย้อนไปถึงอดีต ในครั้งตอนเป็นเด็ก ที่เกิดมาพร้อมกับ การปลูกฝังความเชื่อ ที่ได้รับจากคำสอนของแม่ และความเชื่อใน พระอาจารย์ ที่สักยันต์ พร้อมเล่าถึงช่วงหนึ่งของชีวิต ในวัยเรียน ตอนอายุ 12 ปี ซึ่งตรงกับช่วงของ เสาร์ห้า ที่เค้าว่า ขลังที่สุด และได้เห็นพระที่เชื่อถือ เป็นผู้สักยันต์ให้คนจำนวนมาก ก็ได้รับอิทธิพลสิ่งที่เห็นมา เพราะถูกสอนมาให้เชื่อพระ

 

ปรากฏว่า นี่คือจุดเริ่มต้น ของการไปสักยันต์ กับความเชื่อว่า พระเป็นคนดี พระทำอะไรก็ต้องดี พระสักให้เราหนังเหนียว ก็เชื่อพระ จากนั้นก็เริ่มสักเพิ่มขึ้น เพราะมีคนบอกว่า คนเราจะมีความเชื่อ ต้องมีความศรัทธา คือ บอกอะไรมาเชื่อหมด และจากศรัทธา ก็นำไปสู่ความงมงาย เช่น สักนี่ หนังเหนียว ยิงไม่เข้า

 
จากความเชื่อเรื่องดังกล่าว ได้ไปสักจนแทบไม่มีที่ให้สัก เพราะคำว่า ศรัทธา มาจากสิ่งแวดล้อมเราเป็นอย่างนั้น ตรงนี้ก็เลยเป็นความงมงาย เพราะเราคิดว่า เราหนังเหนียว
 
คราวนี้ ก็มีรุ่นพี่ ที่มีอาจารย์สักยันต์คนเดียวกัน รุ่นพี่ได้ทำการปลุกรูปสัก ชื่อว่า หนุมานคลุกฝุ่น ตัวสั่น แล้วก็ตีลังกา โดดจากระเบียงลงจากบ้านหายไป เราก็ยิ่งศรัทธา ก็ยิ่งสักเพิ่ม และยิ่งไปหาของ(ขลัง) สารพัดอย่างมา ตรงนี้ ก็เลยทำให้เรากลายเป็นคนงมงาย
 
คำว่า งมงาย ก็คือว่า เชื่อในสิ่งที่เค้าบอกมา ตรงนั้น ก็เพราะทำให้เรามีความมั่นใจ ขณะเดียวกัน ตอนโตขึ้นมา ก็ไปอยู่ไต้หวัน ไปเรียนวิศวะ แล้วก็เกิดคำถามว่า ที่ได้ทำสิ่งเหล่านี้มา มีเหตุมีผลไหม ก็เอาตะกรุด ที่มาจากผ้าห่มศพ 7 วัด มาแขวน เอาเครื่องรางของขลังเหล่านั้น มาแขวนกับไก่ แล้วก็จัดการพิสูจน์ แล้วก็…ตุ้ม ไม่รอด ก็เอาไก่ไปต้มกิน เพราะเรากะว่า เพื่อไม่ให้เสียของ โดยก่อนจะพิสูจน์ ตอนไก่มีชีวิต ก็ได้ทำการปลุกเสกก่อน แล้วนำของขลังไปแขวนกับไก่ โอ้โฮ…ไก่ ทะลุเลย แต่ก็ไม่ให้เสียไก่ ก็นำไปต้มกิน ตอนนั้น ก็เริ่มมีความรู้สึกว่า ที่เค้าบอกมา มันไม่เหนียวจริง ก็เกิดคำถาม จากที่ได้ทดลอง
 
สำหรับการมองพระ จะมองว่าพระเป็นของคนดี ก็นับถือพระ จนกระทั่งวันนี้ ก็ยังนับถือพระที่ดี แต่ปัญหาคือว่า ทุกอย่างมาพูดถึง เรื่องของดวง มาพูดถึงเรื่องโชค จากที่แม่บอกว่า ทำบุญ แล้วจะได้บุญ แล้วจะประสบความสำเร็จ แล้วจะร่ำรวย พอตอนหลังมา คิดว่า ถ้าเราไม่มีความรู้ เราจะไปประสบความสำเร็จ ในการงานได้อย่างไร เราจะร่ำรวยได้อย่างไร ตอนนั้น ก็มีความคิดอยู่ว่า เราต้องไปเรียนมหาวิทยาลัยที่ดี ๆ ต้องไปเรียนคณะที่ดี ๆ แล้วเราจะมีความรู้ เราถึงจะทำมาหากิน ถึงจะประสบความสำเร็จ
 
ตอนนั้น ก็เลยเริ่มมีคำถามกลับมาว่า สิ่งที่เราเคยปฏิบัติมา มันถูกหรือไม่ มันมีเหตุผลหรือไม่ หรือแล้วแต่บุญแต่กรรม งั้นก็ไม่ต้องทำอะไร หรือทำตัวเป็นคนสันโดษ ซึ่งดูแล้วไม่ใช่คำตอบว่า เราจะเดินทางไปสู่ความสำเร็จได้อย่างไร ตรงนี้ ทำให้เกิดความหักเห ในช่วงของชีวิต ในตอนที่ไปเรียนวิศวะ และเป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุด ของประเทศไต้หวัน จึงเกิดความคิดว่า สิ่งที่เราทำถูกต้องหรือไม่
 
ซึ่งที่จริง ไต้หวันก็มีวัด แต่วัดที่นี่ เป็นการสอนให้สวดมนต์ และก็มีเทศน์ มีฟังธรรม แต่ไม่มีเครื่องรางของขลัง ไม่มีเรื่องงมงาย เราก็ได้ความคิดจาก ขงจื๊อ มีปรัชญาของความเป็นธรรมชาติ แล้วเป็นเรื่องจริง อะไรที่เป็นเรื่องจริง ขงจื๊อ จะพูด เช่น ปรัชญาบอกว่า กินน้ำ ให้คิดถึงคนขุดบ่อ อันนี้ เป็นปรัชญาเรื่อง คุณธรรม สอนให้คนมีคุณธรรม เราก็รู้สึกว่าดี เป็นสัจธรรมสอนให้คนเป็นคนดี พุทธศาสนา ก็สอนให้เป็นคนดี ศีลห้า ศีลแปด อันนั้นก็ถือว่าดี แต่สิ่งที่ไม่ดีในอดีตของตนเองนั้น คือว่า เป็นเรื่องของความงมงาย ในสมัยหนุ่ม ๆ นั้น คลั่งไคล้แขวนพระจำนวนมาก และที่คลั่งไคล้มาก คือ พระขุนแผน ตอนนั้นมีความเชื่อถือมาก แล้วยังมีเสน่ห์ยาแฝด ขี้ผึ้งสีปาก ในนั้นมีสาลิกาลิ้นเงิน และสาลิกาลิ้นทอง ตรงนั้นทำให้เกิด ความมั่นใจตอนเด็ก ๆ แต่เอามาดูแล้ว มันมีเหตุผลไหม มันก็ไม่มีเหตุผล สิ่งที่เชื่อมาทั้งหมด ไม่เป็นไร ก็ไม่แขวนแล้ว ก็นำไปใส่ไว้ในหิ้งพระ หลังจากนั้น ก็มาดูว่า จะประสบความสำเร็จได้ ก็ด้วยเหตุผล ก็ต้องด้วยการทำงาน อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าไม่มีความรู้ จะไปวางแผนได้อย่างไร แล้วถ้าไม่มีวางแผน จะเดินไปสู่ทิศไหน แล้วจะประสบความสำเร็จ ได้อย่างไร
 
ตอนนี้ ก็มีความคิดว่า ถ้าเราเชื่อแบบอดีต หรือทุกวันนี้ เชื่อในพิธีกรรมต่าง ๆ เชื่อเรื่องเครื่องราง ของขลัง และก็เคยประกาศไปว่า ใครถ้าหนังเหนียว จะให้ไป 1 ล้านบาท บอกว่า ถ้าเกิดใครหนังเหนียว แล้วยิงไม่เข้า จะให้เงิน 1 ล้านบาท ซึ่งได้ประกาศไปหลายรายการมาก ก็ไม่มีมาสักคน แล้วเพิ่มเงินเป็น 2 ล้านบาท ก็ยังไม่มีมา และวันนี้ (22 กรกฎาคม 2565) ก็ประกาศอีกครั้ง
 
ถ้าใครหนังเหนียว ยิงไม่เข้า เอาขนาด 9 แล้วกัน จะให้ 5 ล้านบาท แล้วเวลาพิสูจน์ จะไปทดสอบข้างโรงพยาบาล เพราะถ้ายิงเข้า ก็รีบเข้าโรงพยาบาล วันนี้ เลยขอเชิญชวน คนที่มีเครื่องรางของขลัง ที่ยังไม่เคยเจอว่า มีอิทธิฤทธิ์อะไร ก็อยากจะดูว่า ใช่หรือไม่ ประเทศเรา มีเครื่องรางของขลังอยู่เยอะ อาจจะไม่เคยเจอ อยากจะขอให้ 5 ล้านบาท ซึ่งจำนวนเงิน 5 ล้านบาท จะเขียนเช็คไว้เลย ถ้าเกิดยิงไม่เข้า เช็คอันนี้ มอบให้ทันที แต่ถ้ายิงเข้า ออกค่ายารักษาให้ (มีแต่ได้กลับได้ ใครจะเอา) เพื่อให้เราไม่เกิดความงมงาย
วันนี้ เรามีคนที่สักยันต์เต็มไปเลย คนที่มีเครื่องรางของขลังเต็มไปเลย เพื่อเราจะได้พิสูจน์ว่า การที่เรา จะไปตามดวง ไปตามโชค ไปตามชะตา มีผลอะไรไหม คนอย่างเรา ในยุคปัจจุบัน เราต้องทำธุรกิจใช่ไหม เราต้องพัฒนาสังคมใช่ไหม เราต้องดูแลครอบครัวใช่ไหม ฉะนั้น เราต้องเดินทางไปสู่ความสำเร็จ และความสำเร็จของเรา ถ้าเกิดมาจากความงมงาย จะประสบความสำเร็จไหม เราอาจไม่ต้องเรียนหนังสือ ก็ประสบความสำเร็จร่ำรวย แต่วันนี้ไม่ได้ อยากเสนอว่า ขอเชิญชวนมาให้ 5 ล้านบาท เพื่อที่จะได้ดูว่า ประเทศไทย แผ่นดินไทย มีอะไรบ้างที่เป็น เครื่องรางของขลัง มีอิทธิฤทธิ์อะไรยังไง จะได้ทำให้เกิดความชัวร์ เพื่อจะได้เกิดความเข้าใจ ความกระจ่าง ในเรื่องของความจริง เพื่อจะได้พิสูจน์ความจริงว่า ประเทศไทย มีคนหนังเหนียวไหม
 
อันนี้ เราจะได้พิสูจน์ว่า สิ่งที่เห็นมาตั้งแต่เด็ก ผมก็เชื่อ ถ้าผมเชื่อว่า ผมไม่ได้ไปเรียนต่อ วันนี้ ก็เหลือแต่หน้าอย่างเดียว ที่ไม่ได้สัก หรืออาจจะสักทั้งหน้าเลยก็ได้ เพราะเราถือว่า มันขลัง… วันนี้ ก็จะได้มาพิสูจน์ ข้อเท็จจริง เอาเงิน 5 ล้านกองไว้เลย ถ้าสมมติว่า หนังเหนียว จริง… เราก็จะมาเชื่อกัน และถ้าเกิดหนังไม่เหนียว จะได้ไม่ต้องไปตามดวง เราก็จะต้องทำอะไร อย่างมีเหตุและผล เพราะวันนี้ ในสังคมไทย มีคนฉลาด พูดเก่ง สร้างความเชื่อถือให้คน และคนก็เชื่อถือ งมงาย
 
วันนี้ จะได้พิสูจน์กัน ติดต่อมาที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02 792 0001 สมัครมาเลย ในเวลาทำงาน วันจันทร์ ถึงวันศุกร์ (เวลาราชการ)
 
วันนี้ ผมบรรลุสัจธรรม เรื่องที่พุทธศาสนาสอนไว้ ว่า รู้ซึ้งซึ่งความจริง แล้วต้องมีเหตุมีผล ในการทำสิ่งที่ถูกต้อง เป็นความดี อันนี้ พุทธศาสนาเรา สอนได้ดี วันนี้ ผมประสบความสำเร็จในการงาน ก็บอกได้เต็มปากว่า ผมทำอะไรด้วยการมีวิสัยทัศน์ ผมทำอะไรด้วยความมุ่งมั่น ด้วยเหตุและผล ของการทำงาน ในพระไตรปิฎก ไม่เคยสอน เรื่อง ยิงไม่เข้า ฟันไม่ออก และของงมงายเลย ไม่มี นั่นคือ พระพุทธศาสนา
 
ขอบคุณข้อมูล Mcot.net

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Back to top button
X
%d bloggers like this: