Biznews

ครั้งแรก!!!กขค.สั่งปรับ M-150 ผิดกม.การค้า ด้าน”โอสถฯ”ยันปฏิบัติตามพรบ.ทุกประการ

กลายเป็นอีกหนึ่งคดีที่น่าสนใจโดยเฉพาะในแวดวงค้าปลีกบ้านเรา เมื่อล่าสุด คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าหรือ กขค. มีมติเป็นเอกฉันท์กำหนดค่าปรับที่จะเปรียบเทียบปรับกับสินค้า เอ็ม–150  ผู้ต้องหาที่ 1 และ นายประธาน ไชยประสิทธิ์ กรรมการบริษัท ผู้ต้องหาที่ 2 เป็นจำนวนเงินรายละ 6 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 12 ล้านบาท โดยให้เลขาธิการ กขค. ดำเนินการเปรียบเทียบปรับเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 1 ส.ค.2562 ที่ผ่านมา เป็นผลให้คดีเลิกกัน โดยสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ได้ส่งผลการดำเนินการไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อทราบเรียบร้อยแล้ว

นายสกนธ์ วรัญญูวัฒนา ประธานกรรมการแข่งขันทางการค้า เปิดเผยว่า คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ได้ตัดสินคดีร้องเรียนผู้ประกอบธุรกิจมีพฤติกรรมแข่งขันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมรวม 3 คดี โดยคดีแรก บริษัท เอ็ม-150 จำกัด ห้ามตัวแทนจำหน่ายขายเครื่องดื่มบำรุงกำลังของคู่แข่ง หากไม่ปฏิบัติตามจะไม่ส่งสินค้าตรา เอ็ม-150 ทำให้ตัวแทนจำหน่ายเดือดร้อน ซึ่งภายหลังสืบสวนสอบสวนแล้ว พบว่า มีความผิดจริง เพราะเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาด และพฤติกรรมดังกล่าวเป็นการจำกัดการแข่งขัน แทรกแซงการประกอบธุรกิจ กขค. จึงได้ส่งฟ้องต่อสำนักงานอัยการสูงสุด แต่ผู้ต้องหา ขอให้เปรียบเทียบปรับ กขค. จึงได้สั่งเปรียบเทียบปรับบริษัท และนายประธาน ไชยประสิทธิ์ กรรมการบริษัท รายละ 6 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 12 ล้านบาท ซึ่งได้เปรียบเทียบปรับแล้ว เมื่อวันที่ 1 ส.ค.2562 เป็นผลให้คดีเลิกกัน

คดีที่ 2 เป็นพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมของผู้รับซื้อผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งร้องเรียนมาตั้งแต่ปี 2561 โดยกลุ่มเกษตรกรร้องเรียนว่า ผู้รับซื้อผลผลิตทางการเกษตรจากเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนและเชียงใหม่ 2 ราย มีพฤติกรรมกดราคารับซื้อผลผลิตทางการเกษตร อีกทั้งยังห้ามให้ผู้รับซื้อรายอื่นเข้ามารับซื้อในพื้นที่ โดย กขค. ได้สืบสวนสอบสวนแล้ว พบว่า ผู้รับซื้อสินค้าเกษตรทั้ง 2 รายมีพฤติกรรมดังกล่าวจริง จึงมีโทษตามมาตรา 57 (3) กำหนดเงื่อนไขทางการค้า อันเป็นการจำกัดการแข่งขัน ส่งผลให้ผู้ประกอบการธุรกิจรายอื่นเสียหายทางธุรกิจ จึงสั่งให้ปรับเป็นเงิน 50,000 บาท แต่จำเลยรับสารภาพจึงเหลือปรับเพียง 25,000 บาท

ส่วนคดีที่ 3 ได้ร้องเรียนมาตั้งแต่ปี 2554 โดยบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือบิ๊กซี และบริษัท เซ็นคาร์ จำกัด หรือคาร์ฟูร์ ได้ร้องเรียนว่า ห้างเทสโก้ โลตัส ได้โฆษณาในหนังสือพิมพ์ว่า ให้สิทธิพิเศษ 2 เท่า สำหรับลูกค้าที่ถือคูปองของคาร์ฟูร์มาซื้อสินค้าที่เทสโก้ โลตัส รวมถึงห้างเทสโก้ โลตัส ยังได้แจกใบปลิวในพื้นที่ห้างคาร์ฟูร์ว่าสมาชิกบัตร คาร์ฟูร์ I Wishมีโอกาสรับ 200 บาท หากสมัครเป็นสมาชิกบัตรเทสโก้คลับการ์ด ซึ่ง กขค.ตัดสินว่า โปรโมชั่นเพิ่มมูลค่าคูปองสองเท่า เป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 29 แห่ง พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542 ซึ่งเป็นการการะทำที่ไม่ใช่การแข่งขันโดยเสรี อย่างเป็นธรรม และมีผลทำลายธุรกิจของผู้ประกอบการธุรกิจอื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่เมื่อมีการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวใหม่เป็น พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้าพ.ศ.2560 ซึ่งได้ปรับปรุงโทษตามมาตรา 29 ให้เหลือเพียงโทษปรับทางปกครอง ไม่มีโทษจำคุก จึงไม่สามารถนำโทษอาญามาปรับเป็นโทษปรับทางปกครองได้ จึงยกผลประโยชน์ให้จำเลย ส่งผลให้ กขค. จะนำเสนอยุติเรื่องส่งให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาต่อไป

คำชี้แจง บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) ยันปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า
จากการที่สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ได้ทำการเปรียบเทียบปรับ บริษัท เอ็ม-150 จำกัด เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2562 นั้น บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ”) ขอชี้แจงว่า บริษัท เอ็ม-150 จำกัด ได้หยุดประกอบกิจการมาตั้งแต่ปี 2558 และขณะนี้อยู่ระหว่างการชำระบัญชีเพื่อเลิกบริษัท ซึ่งการเลิกบริษัทดังกล่าว เป็นผลจากการปรับโครงสร้างองค์กรของกลุ่มบริษัทโอสถสภาเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้มีการเปิดเผยข้อมูลกรณีดังกล่าวในหนังสือชี้ชวนของบริษัทฯ ซึ่งได้ยื่นต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่ก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ รวมทั้งได้ระบุไว้ในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (56-1)

สำหรับกรณีดังกล่าว บริษัทฯ ขอชี้แจงเพิ่มเติมว่า เมื่อปี 2555 บริษัท เอ็ม-150 จำกัด ได้รับแจ้งจากคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (“คณะกรรมการฯ”) จากกรณีที่คณะกรรมการฯ ได้รับข้อร้องเรียนว่า บริษัท เอ็ม-150 จำกัด กระทำการขัดต่อพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542 (ซึ่งปัจจุบันได้ถูกยกเลิกแล้วโดยกฎหมายฉบับใหม่) ซึ่งบริษัท เอ็ม-150 จำกัด ได้ให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการฯ ในการสอบสวนมาโดยตลอด จนกระทั่งเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ.2560 พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 (ซึ่งเป็นกฎหมายฉบับใหม่) มีผลใช้บังคับ โดยให้อำนาจคณะกรรมการฯ ตามพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 ในการเปรียบเทียบปรับเพื่อยุติคดีได้ บริษัท เอ็ม-150 จำกัด จึงได้ยินยอมให้เปรียบเทียบปรับเพื่อให้คดีสิ้นสุด ทั้งนี้เพื่อให้บริษัท เอ็ม-150 จำกัด สามารถดำเนินการชำระบัญชีให้แล้วเสร็จและเลิกบริษัทให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป โดยบริษัทฯ ได้ทำการเปรียบเทียบปรับเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา ซึ่งการเปรียบเทียบปรับดังกล่าวเป็นการกระทำภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายฉบับใหม่ที่ให้คณะกรรมการฯ เป็นผู้มีอำนาจพิจารณาเปรียบเทียบปรับและเมื่อมีการเปรียบเทียบปรับแล้วมีผลให้คดีอาญาเลิกกัน

ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวข้างต้นมิได้มีความเกี่ยวข้องหรือมีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของโอสถสภา หรือแบรนด์ เอ็ม-150 แต่อย่างใด เนื่องจากบริษัท เอ็ม-150 จำกัด ได้หยุดประกอบกิจการตั้งแต่ปี 2558 ก่อนที่บริษัทฯ จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

จากกรณีดังกล่าว บริษัทฯ พร้อมปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมาย ตลอดจนได้กำหนดแนวทางในการบริหารจัดการการจำหน่ายสินค้าให้รัดกุม ถูกต้อง เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพต่อไป

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published.

Back to top button
X
%d bloggers like this: