Biznews

จับตาปฏิบัติการตัดอวัยวะ เพื่อรักษาชีวิต ยักษ์ใหญ่ดาหน้าปลดพนักงาน!!!

ท่ามกลางการเคลื่อนไหวอย่างร้อนแรงของโลกดิจิตัลที่เข้ามาปฏิบัติการ Disruption หลากหลายธุรกิจให้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ ส่งผลสะท้อนสะเทือนไปยังธุรกิจที่ต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้มีความคล่องตัวมากขึ้น และอย่างหนึ่งที่เกือบทุกบริษัทกำลังเผชิญในเวลานี้คือ การกัดฟันปรับลดพนักงานเพื่อควบคุมต้นทุนในการดำเนินงานให้สามารถไปต่อได้  ท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจ 4.0 

วันนี้ แอดขออนุญาตรวบรวมส่วนหนึ่งของอีกหลายบริษัทที่ทำธุรกิจในประเทศไทยมานำเสนออีกครั้งหลังจากที่เคยนำเสนอไปก่อนหน้านี้มาแล้ว   โดยเริ่มกันที่ค้าปลีกข้ามชาติชื่อดังอย่าง “เทสโก้ โลตัส”  ที่หลังจากมีแชร์ต่อกันอย่างแพร่หลายในโลกออนไลน์ถึงการปลดพนักงานจำนวนมาก ซึ่ง เทสโก้ โลตัสออกมาปฏิเสธว่าข่าวนี้ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพียงยกเลิกบางตำแหน่งเพื่อให้สอดคล้องกับธุรกิจเท่านั้น

โดยฝ่ายสื่อสารองค์กรของเทสโก้ โลตัส ออกมาชี้แจงในประเด็นนี้ว่า เทสโก้ โลตัส ให้บริการลูกค้าในประเทศไทยมายาวนานกว่า 24 ปี โดยมุ่งมั่นที่จะมอบสินค้าคุณภาพสูงในราคาที่เอื้อมถึง ควบคู่ไปกับการสนับสนุนทางเศรษฐกิจสังคม และชุมชนไทยมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทฯ ได้มีการปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจ เพื่อตอบรับความต้องการของลูกค้าที่มีความเปลี่ยนแปลงไปได้ดียิ่งขึ้น และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ดังนั้น จึงต้องมีการปรับโครงสร้างให้สอดคล้องกับธุรกิจ มุ่งเน้นไปที่ส่วนงานที่สำคัญสำหรับลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของเรา โดยโครงสร้างทีมใหม่นี้จะลดขั้นตอน เพื่อให้การทำงานของพนักงานมีความง่ายขึ้น

ต่อกันที่ปฏิบัติการฟ้าผ่าครั้งใหญ่ที่เกิดกับธุรกิจโทรทัศน์ของช่องน้อยสีอย่าง ช่อง 3 ประกาศ เลิกจ้างพนักงานเกือบ 100 ชีวิต  จนช่อง 3 ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงโดยระบุว่า เป็นเพียง โครงการเกษียณอายุ ที่ถือเป็นทางเลือกให้กับพนักงานกลุ่มนี้ ซึ่งจำนวนผลตอบแทนที่มอบให้ในโครงการเกษียณก็สูงกว่าสิ่งที่กฎหมายแรงงานได้กำหนดไว้ พร้อมทั้งยังมีการมอบประกันสุขภาพให้พนักงานที่เข้าโครงการต่อไป เพื่อให้พนักงานยังสามารถมีประกันสุขภาพดูแลตนเองต่อไปแม้จะเกษียณอายุไปแล้ว เท่านั้น ส่วนที่ระบุว่ามีการปลดพนักงานอายุระหว่าง 40-55 ปีนั้นก็ไม่เป็นความจริง เพราะที่จริงแล้วพนักงานในวัยนี้ถือเป็นกำลังสำคัญต่อการผลิตผลงานคุณภาพของไทยทีวีสีช่อง 3

นอกจาก 2 ค่ายยักษ์ใหญ่ที่ยังสะเทือนดังกล่าวแล้ว ยังมียักษ์ใหญ่ระดับโลกที่ปฏิบัติการฟ้าผ่าลักษณะเดียวกันอย่าง สตาร์บัคส์  ร้านกาแฟระดับโลก ที่เปิดแผน ในปี 2562 สตาร์บัคส์จะเพิ่มความระวังในการขยายธุรกิจมากขึ้น จากแผนเดิมที่จะปิดสาขายอดขายต่ำ เฉลี่ย 50 สาขา แต่ปีหน้าจะปรับเพิ่มเป็น 150 สาขา รวมไปถึงลดการเปิดสาขาใหม่ด้วย
ขณะที่อิเกีย ร้านเฟอร์นิเจอร์ระดับโลก เตรียมย่อไซส์ และลดจำนวนพนักงาน

สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า บริษัท อิเกีย กรุ๊ป ผู้ค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่ที่สุดในโลก มีแผนที่จะปลดพนักงานราว 5% หรือ 7,500 ตำแหน่ง ในอีก 2 ปีข้างหน้า พร้อมขยับไซส์ ร้านให้เล็กลงเพื่อเข้าถึงลูกค้าในเมือง รวมถึงผู้ที่ไม่ต้องการซื้อสินค้าในคลังสินค้าขนาดใหญ่ และเพิ่มการขายผ่านอีคอมเมิร์ชมากขึ้น

นอกจากนี้ยังมีธุรกิจธนาคารที่ได้รับผลกระทบจากพิษดิจิตอลไปแบบเต็มๆ  ทั้งแบงก์ไทยและต่างประเทศ โดยที่ผ่านมาสำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ว่า ดอยช์แบงก์ซึ่งเป็นสถาบันการเงินรายใหญ่ที่สุดของเยอรมนี ออกแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี ว่าจำนวนพนักงานประจำของสำนักงานทุกแห่งทั่วโลกจะลดลงเหลือ “ไม่เกิน 90,000 คน” จากปัจจุบันที่มีอยู่ประมาณ 97,000 คน หมายความว่าพนักงาน “มากกว่า 7,000 คน” ต้องพ้นจากตำแหน่ง โดย 1 ใน 4 ของพนักงานซึ่งต้องออกจากงานส่วนใหญ่จะอยู่ในฝ่ายหลักทรัพย์และตราสารทุน และแผนกซื้อขาย

ขณะที่แบงก์ไทยพาณิชย์รายใหญ่ในไทยก็ประสบปัญหาเดียวกัน โดยเฉพาะธนาคารไทยพาณิชบ์ที่ ได้ประกาศวิสัยทัศน์ “2020 SCB VISION” ว่า ภายใต้สถานการณ์การแข่งขันที่เข้มข้นของธุรกิจธนาคารพาณิชย์ และการไหลบ่าเข้ามาของธุรกิจ แพลตฟอร์ม ระดับโลกที่กำลังจะกลายเป็นคู่แข่งสำคัญของธุรกิจธนาคาร ในการนำเสนอบริการทางการเงินและการลงทุน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปิดรับการใช้เทคโนโลยีอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ส่งผลกระทบให้การบริการทางการเงินของธนาคารพาณิชย์ ต้องเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างมาก

การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจน คือโครงสร้างรายได้ของธนาคารเริ่มเปลี่ยนไป จากในอดีตที่ธนาคารอาจจะมีรายได้จากค่าธรรมเนียมประมาณ 30% และอีก 70% เป็นรายได้จากดอกเบี้ย แต่จากนี้ไปรายได้จากค่าธรรมเนียมจะค่อยๆ ลดลง จากค่าธรรมเนียมที่ธนาคารเคยได้ จากการให้บริการโดยการใช้คน ปัจจุบันเทคโนโลยีจะเข้ามาแทนที่ การบริการอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ต้นทุนในการให้บริการลูกค้าลดลงอย่างมาก ในปี 2561 จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการปรับตัวครั้งใหญ่อีกครั้ง มิใช่เพียงให้อยู่รอดได้เท่านั้น แต่เพื่อให้ธนาคารเป็นที่รักของลูกค้าและลูกค้าอยากมาใช้บริการของเรา

ทั้งนี้การทำธุรกิจของไทยพาณิชย์จะปรับเปลี่ยนรูปแบบให้ไปสู่ดิจิทัลมากขึ้น ถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและข้อมูลเป็นหลัก ทั้งการให้บริการทางการเงิน และใช้วิเคราะห์ในการทำธุรกิจในอนาคต ซึ่งภายใน 3 ปีข้างหน้า จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของธนาคารค่อนข้างมาก โดยการลดลงของสาขาอย่างมีนัยสำคัญ คาดว่าจำนวนสาขาจะลดลงเหลือ 400 สาขา จากปัจจุบันที่มีสาขาอยู่ที่ 1,170 สาขา

ส่วนพนักงานตั้งเป้าให้เหลือ 15,000 คน ซึ่งรวมพนักงานที่จะเกษียณอายุ จากปัจจุบันทั่วประเทศมีพนักงาน 27,000 คนพร้อมย้ำไม่ใช่การปลดพนักงาน เนื่องจากในละปีมีพนักงานลาออก 3,000 คนต่อปี และไม่หยุดรับพนักงาน ซึ่งจะต้องปรับให้สอดคล้องกับทิศทางในยุคดิจิทัล.

นี่คือส่วนหนึ่งของปฏิบัติการตัดอวัยวะเพื่อรักษาชีวิตที่หลายบริษัทซึ่งส่วนใหญ่เป็นยักษ์ใหญ่ระดับประเทศและระดับโลกที่กำลังเผชิญ ซึ่งยังไม่มีใครรู้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด

มนุษย์เงินเดือน อาชีพที่เคยมั่นคง แต่จากนี้ไปดูเลือนลางและล่องลอยอย่างน่าใจหาย  …..

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: