BiznewsColumnist

#STOPBULLYING  ล้างเผ่าพันธุ์ฆาตกรต่อเนื่อง

#STOPBULLYING

ล้างเผ่าพันธุ์ฆาตกรต่อเนื่อง

ธนก บังผล

 

              สื่อสังคมออนไลน์กระหน่ำติดแฮชแท็ค #STOPBULLYING จนติดอันดับในทวิตเตอร์อีกครั้ง  จากกรณีที่ศิลปินนักร้องสาวชาวเกาหลีใต้ชื่อ “ซอลลี่” เสียชีวิตด้วยวัยเพียง 25 ปี  

              บอกตามตรงว่าผมไม่ได้รู้จักชื่อเสียงเรียงนามหรือผลงานของดารานักร้องเกาหลีใต้เท่าไรนัก แต่กรณีการเสียชีวิตของเธอนั้นเป็นเรื่องที่น่าคิดครับ เพราะก่อนหน้านี้มีข่าวว่าเธอออกมายอมรับว่าเธอป่วยด้วยโรค “ตื่นตระหนกและกลัวการเข้าสังคม”

              สาเหตุหลักมาจากการที่เธอถูกชาวเน็ตถล่มด้วยความเห็นด้านลบบนโลกออนไลน์จากข่าวลือต่างๆ เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เธอยุติการเป็นนักร้องในสมาชิกวง f (x) และหยุดทำงานด้านวงการบันเทิงไประยะหนึ่งเลย แต่ชีวิตคนเราต้องกินต้องใช้ครับ เธอกลับมาอีกครั้งแต่ผันตัวจากนักร้องมาทำงานในด้านการแสดง สาวกซีรี่ย์เกาหลีคงคุ้นหน้าคุ้นตาเธออยู่ไม่น้อย

              เมื่อข่าวการเสียชีวิตของซอลลี่ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเกาหลีใต้จำนวนมากจึงได้ตระหนักกันว่าการแสดงความคิดเห็นด้วยอคติ ด้วยถ้อยคำที่ทำร้ายคนอื่นผ่านโซเชียลมีเดียนั้นสามารถฆ่าคนได้ จึงได้ร่วมกันออกมาติดแฮชแท็ค #STOPBULYING จนติดเทรนด์ทันที

              ในสังคมไทยก็ไม่ได้น้อยหน้าชาวโลกนะครับ เกรียนคีย์บอร์ด ติ่งหน้ามืด และพวกมือถือสากปากถือศีล หลงใหลในการทำร้ายคนอื่นผ่านคอมเม้นท์ ผมว่าดีไม่ดีน่าจะเป็นอันดับ 1 ของโลกด้วยซ้ำ

              นี่ผมไม่ได้กล่าวเกินจริงเลยนะครับ ข่าววงการบันเทิงไทยตอนนี้เข้าขั้นจลาจลชัดๆ ความมั่วเละเทะจากข่าวลือ การมโนถึงอักษรย่อเพื่อเต้าข่าวเพียงต้องการยอดไลค์ยอดแชร์ จนทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อยเสพติดการส่งผ่านความรุนแรงทางสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งพฤติกรรมของคนพวกนี้ไม่ต่างจากฆาตกรต่อเนื่องด้วยซ้ำ    

              ฆ่าคนอื่นซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่มีเข็ดหลาบและพร้อมจะหยิบโทรศัพท์มือถือมากดแสดงความคิดเห็นกระทืบให้คนที่ตกเป็นข่าวต้องเสียหายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีเลยทีเดียว

              สำหรับคนที่หมกมุ่น เก็บกด ผมคิดว่าการบูลลี่ (Bully) คงเป็นวิธีปลดปล่อยด้านมืดของตัวเองที่เพลิดเพลินที่สุดเพราะไม่จำเป็นต้องสำนึกผิดอะไรหากความจริงจะปรากฏออกมาภายหลังว่า ที่ตัวเองได้โพสต์แสดงความเห็นไปแล้วนั้น “ผิด” โดยสิ้นเชิง

              พฤติกรรมอย่างนี้มันต่างจากอาชญากรที่ฆ่าคนแล้วไม่รับสารภาพหรือเปล่าครับ?

              ผมยกตัวอย่างข่าวดังที่ชาวเน็ตไล่ล่า “น้องกวาง”  อรการ จิวะเกียรติ พิธีกรและผู้ประกาศข่าว ที่ถูกโยงว่าเป็นมือที่ 3 ทำให้ชีวิตครอบครัวของ “แอ๊ฟ-สงกรานต์” เตียงหักเลิกรากัน

              น้องกวาง ถูกชาวเน็ตและผู้มีศีลธรรมแค่บนคีย์บอร์ดล่าแม่มดด้วยการขุดรูปถ่าย คุ้ยประวัติ เบอร์โทร ที่อยู่ ฯลฯ มาประจานบนโลกออนไลน์ แม้เธอจะออกมาปฏิเสธก็ไม่ได้ทำให้ความมันของนักบูลลี่น้อยลงเลย ตราบจนกระทั่งความจริงปรากฏคนพวกนี้ก็หยุด และนั่งจ้องหน้าจอโทรศัพท์มือถือรอคอยเหยื่อรายต่อไปด้วยใจระทึ

              ถ้าเหยื่อจากการถูกบูลลี่กำลัอยู่ในช่วงที่จิตใจอ่อนแอจนทำให้เกิดภาวะซึมเศร้า ส่งผลให้คิดสั้นฆ่าตัวตายขึ้นมา นักบูลลี่ก็แค่อยู่เงียบๆราวกับว่าตัวเองไม่เคยให้ร้ายใคร ..นี่มันฆาตกรชัดๆ

              หรือแม้แต่ล่าสุดที่สังคมไทยต้องเจอ “ดีเจพล่ากุ้ง” ผู้ซึ่งมีพฤติกรรมในอดีตคลั่งไคล้การบูลลี่ผู้อื่นเป็นกิจวัตรทั้งโพสต์โซเชียล และปากพล่อยซึ่งๆหน้าผ่านรายการโทรทัศน์มาหลายครั้ง สร้างวีรกรรมอีกแล้วครับท่าน กรณีแซว “น้องโยชิ” สาวประเภทสองดีกรีความงามผ่านเวทีประกวดมิสทิฟฟานี

              และก็เป็นอีกครั้งเช่นกันที่คำว่า “ขอโทษ” ถูกดีเจพล่ากุ้งใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย พร้อมทั้งลบโพสต์…ทุกอย่างจบ โดยคนไทยทั้งประเทศก็ยังไม่สามารถตอบได้ว่าดีเจคนนี้จะสำนึกผิดหรือเปล่า และจากพฤติกรรมที่ผ่านมาในอดีตนั้น ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อว่าไม่นานเกินรอเขาจะต้องกระทำการบูลลี่ใครสักคนให้ตกเป็นเหยื่ออีกแน่นอน

              ที่น่าเป็นห่วงที่สุดก็คือ การบูลลี่อยู่กับสังคมไทยมาช้านาน ในอดีตเมื่อครั้งเป็นเด็กนักเรียนเราบูลลี่ผ่านการ “ล้อชื่อพ่อชื่อแม่” และซึมซับมันเสมือนว่าเป็นเป็นวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น จากเด็กนักเรียน สู่วัยรุ่น วัยทำงาน มีครอบครัว ในแต่ละวันเราอาจบูลลี่ใครไปโดยไม่รู้ตัวเพราะไม่คิดว่ามันเป็นการบูลลี่

              เราแสดงความคิดเห็นผ่านสังคมออนไลน์ ผ่านการเมาท์มอยข่าวลือกับเพื่อนฝูง ฯลฯ จนไม่ได้รู้สึกว่าการบูลลี่เป็นการทำร้ายคนอื่น

              แฮชแท็ก #STOPBULLYING ที่ชาวเน็ตพยายามจะสร้างกระแสรณรงค์ให้หยุดทำร้ายคนอื่นผ่านการแสดงความคิดเห็นที่รุนแรง ก็คงเป็นเหมือนสายลมยามฤดูร้อนเพราะไม่ว่าลมจะพัดแรงแค่ไหนแต่ถ้าเรายังคงยืนอยู่กลางแดด ลมนั้นไม่ได้ทำให้เราเย็นขึ้นเลย ในที่สุดลมนั้นก็จะพัดผ่านไป

              ผมขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจในการรณรงค์ #STOPBULLYING หยุดแสดงความคิดเห็นและหยุดถ้อยคำที่สร้างความเกลียดชังบนโลกออนไลน์เพื่อโจมตีผู้อื่นอย่างไร้ความเป็นมนุษย์เถอะครับ เพราะไม่แน่ว่าสักวันถ้าคุณไปตกเป็นเป็นเหยื่อเสียเอง

              คุณก็จะต้องกลายเป็นฆาตกรต่อเนื่องบนโลกโซเชียล      

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: