Biznews

Jack Ma แนะ “3 วิธี อยู่อย่างมีพลังบวก”

Jack Ma ผู้ก่อตั้ง Alibaba เคยบอกว่า ผู้ประกอบการหน้าใหม่ควรฝึกตัวเองให้ชินกับการถูกปฏิเสธ การเรียนรู้ที่จะอยู่กับการถูกปฏิเสธจะทำให้เราไม่เกรงกลัว และความไม่เกรงกลัวจะทำให้เรามองโลกในแง่ดีมากขึ้น และเดินหน้าต่อไปได้ แม้จะเจอกับอะไรที่หนักหนาสาหัสในชีวิต
.
Ma มีเรื่องเล่ามากมาย เรื่องนึงที่เอามาพูดถึงอยู่เสมอคือ เมื่อเขาถูกปฏิเสธเข้าทำงานใน KFC ในยุคที่ KFC บุกเข้ามาที่จีนใหม่ ๆ เขาพัฒนาความไม่เกรงกลัวยังไง Ma บอกว่าต้องเปลี่ยนความคิดหรือ Mindset บางอย่าง “เมื่อเป็นพนักงานขาย และเราต้องออกไปขายของบางอย่าง เราควรบอกตัวเองว่า ‘วันนี้ ฉันไปหาลูกค้า 10 คน ถ้าบอกปฏิเสธหมด ก็ถือว่าปกติ’ เราก็กลับมาด้วยความสุข แต่ถ้าเราขายของได้กับคนนึง เราจะโคตรสุขสุด ๆ เพราะมันได้มากกว่าที่เราคิด”
.
การมองโลกในแง่ดีหรือคิดบวก คือความท้าทายในแต่ละวันของเรา เพราะเราจะต้องโฟกัสและตั้งมั่นที่จะทำ เพื่อเอาชนะสิ่งที่คุกคามและทำให้เราทดท้อได้ตลอดเวลา
.
แน่นอนว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นเองโดยบังเอิญแน่ ๆ มันฝึกกันได้ ยิ่งกับคนที่ชอบคิดลบโดยตลอด ว่ากันว่า ยิ่งคิดบวก สุขภาพก็ยิ่งดีตาม
.
การศึกษาจำนวนมากแสดงให้เห็นว่า คนมองโลกในแง่ดีหรือคิดดี คิดบวก กายและใจของเขาดีกว่าคนมองโลกแย่ Martin Seligman แห่ง University of Pennsylvania ได้ทำวิจัยร่วมกับนักวิจัยจาก Dartmouth และ University of Michigan ด้วยการติดตามคนตั้งแต่อายุ 25-65 ปี พบว่า สุขภาพของคนที่มองโลกในแง่ร้ายแย่ลงอย่างรวดเร็วเมื่ออายุมากขึ้น
.
การค้นพบนี้คล้ายกับการวิจัยของ Mayo Clinic ซึ่งบอกว่า คนมองโลกในแง่ดีจะมีภาวะโรคหลอดเลือดหัวใจในระดับต่ำ และอายุยืนยาวขึ้น ส่วนนักวิจัยที่ Yale และ University of Colorado พบว่า การมองโลกในแง่ร้ายเกี่ยวข้องภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลง ต่อเนื้องอกและการติดเชื้อ
.
ทัศนคดีที่ดี ไม่เพียงดีต่อสุขภาพ ยังทำให้ผลงานคุณดีด้วย Seligman ยังศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการมองบวกและผลการทำงาน เขาได้วัดพนักงานขายประกันที่มองโลกในแง่ดีและมองโลกในแง่ร้าย คนที่มองบวก สามารถขายประกันได้มากกว่าคนที่มองโลกแย่ถึง 37% โดยกลุ่มมองโลกแย่ ๆ ยังมีแนวโน้มอยากจะลาออกเป็นสองเท่าในช่วงทำงานปีแรก
.
Seligman ในฐานะศึกษาเรื่องนี้มามาก นอกจากเชื่อว่า คนเราเปลี่ยนจากคนคิดลบเป็นคนคิดบวกได้ ผลการวิจัยของเขาก็สะท้อนให้เห็นว่า คนเราสามารถเปลี่ยนจากคนคิดลบเป็นคนคิดบวกได้ด้วยเทคนิคง่าย ๆ และกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในพฤติกรรมของพวกเขาได้เลย เมื่อพวกเขาค้นพบมันแล้ว และต่อไปนี้คือวิธีที่อยู่อย่างคิดบวกที่ว่า
.
“3 วิธี อยู่อย่างมีพลังบวก”
.
1. แยกแยะข้อเท็จจริง ไม่มโนไปแต่ในทางร้าย
.
หมายถึงหยุดคิดแต่เรื่องร้าย ๆ ให้ตัวเอง ยิ่งคิดลบมากเท่าไร เรื่องพวกนี้จะเข้ามามีอิทธิพลต่อตัวเรามากขึ้นเท่านั้น และการคิดลบ ก็คือการคิด หรือการมโนไปก่อน มันไม่ใช่ข้อเท็จจริง
.
เมื่อเริ่มคิดลบ จงหยุดและจดมันลงไป หยุดสิ่งที่กำลังทำ และเขียนสิ่งที่กำลังคิด ให้เวลาตัวเองได้ชะลอห้วงเวลาที่ความคิดลบเป็นใหญ่ เพื่อใช้เหตุผลในการประเมินความจริงจากสิ่งที่จดลงไป สิ่งที่เป็นเรื่องมโน มักมีคำว่า ไม่เคยเลย, เสมอ, แย่ที่สุด, ตลอดกาล ฯลฯ
.
ลองคิดสิว่า “เราทำกุญแจบ้านหายเสมอไหม” แน่นอนว่า “ไม่” เราอาจลืมบ่อย แต่ส่วนใหญ่คือเราจำได้ หรือสถานการณ์โควิด-19 เราเอาแต่คิดว่าทั้งโลกแย่ไปหมดแล้ว แล้วคงอีกนานกว่าจะดีขึ้น แต่จริง ๆ แล้วมีประเทศอย่างจีนที่ฟื้นตัวเร็วมาก หรือไต้หวันที่จัดการตัวเองได้เร็วมากก่อนที่โรคลุกลาม
.
เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจดลงไป จงเลือกแต่ข้อเท็จจริง สิ่งที่เรารู้สึกว่ามีอยู่เสมอหรือจะไม่เกิดขึ้นเลย คือสิ่งที่เรามโนเท่านั้นเอง ถ้าสลัดพวกมันทิ้งได้ เราก็จะหลุดพ้นจากวงจรนี้และก้าวไปสู่มุมมองใหม่ที่เป็นบวก
.
2. มองแต่เรื่องบวก
.
ไม่ใช่จะไปหาเรื่องเขานะ แต่เป็นการระบุหรือคิดถึงสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ที่เพิ่งเกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นในวันก่อน สัปดาห์ก่อน หรือแม้แต่มองไปข้างหน้ากับเหตุการณ์น่าตื่นเต้นที่เรารอคอย
.
เราต้องมีเรื่องดี ๆ เหล่านี้เพื่อเบนความสนใจของเราเมื่อความคิดเราเริ่มติดลบ มันไม่ใช่การวาดฝันในเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่เป็นการนำเรื่องดี ๆ ที่เคยเกิดขึ้นหรือกำลังจะเกิดขึ้นมาแทนที่สิ่งลบ ๆ ที่กำลังคุกคามเรา จากนั้นเราก็เพลิดเพลินกับเรื่องดี ๆ
.
3. ปลูกทัศนคติซาบซึ้งในสิ่งดี
.
นอกจากหาเรื่องดี ๆ มาคิดแล้ว ก็ต้องรู้สึกซาบซึ้งหรือขอบคุณสิ่งดี ๆ ที่มันเกิดขึ้นด้วย ความรู้สึกขอบคุณสิ่งต่าง ๆ ว่ากันว่าช่วยลดฮอร์โมนคอร์ติซอลที่มีผลต่อความเครียดได้ถึง 23% จากการวิจัยของ University of California, Davis พบว่า คนทำงานที่ได้รับการปลูกฝังทัศนคติแบบนี้ อารมณ์ก็ดีขึ้น ความวิตกกังวลก็ลดลง เนื่องจากระดับคอร์ติซอลที่ลดลง
.
เมื่อผสานทั้ง 3 เทคนิคนี้ เราก็จะเกิดพลังมหาศาล เพราะได้ฝึกฝนให้เราทลายความคิดลบ อยู่อย่างมีสติ และมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งดี ๆ

 

.
ที่มา : ETDA Thailand

.

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: