Biznews

Insight ผู้บริโภคทุก Generation ( ตอนที่ 2 เจนเอ็กซ์ )

หลัง จากยุคเบบี้บูมเมอร์ส่งผลให้เด็กเกิดมากขึ้น ปัญหาที่ตามมาก็คือ ทรัพยากรที่มีอยู่ในโลกนี้ไม่เพียงพอที่จะจัดสรรให้ได้ทุกคน เมื่อเป็นเช่นนี้ ประชาชนจึงกลับมานั่งคิดว่า หากไม่ควบคุมอัตราการเกิดไว้ สุดท้ายแล้วคนทั้งโลกก็จะขาดแคลนอาหาร ดังนั้น จึงเกิดเป็นยุค “เจเนอเร ชั่น เอ็กซ์” (Generation X) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “Gen-X” ที่เป็นกระแสตีกลับจากยุคเบบี้บูมเมอร์ มีการควบคุมอัตราการเกิดของประชากร อย่างเช่นในประเทศจีนก็มีการรณรงค์ให้คนมีลูกได้เพียง 1 คนเท่านั้น

คนยุคนี้จะเกิดอยู่ในช่วงปี พ.ศ. 2508-2522 อาจเรียกอีกชื่อว่า “ยับปี้” (Yuppie) ที่ย่อมาจาก Young Urban Professionals เพราะ เกิดมาพร้อมในยุคที่โลกมั่งคั่งแล้ว จึงใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย เติบโตมากับการพัฒนาของวิดีโอเกม, คอมพิวเตอร์, สไตล์เพลงแบบฮิปฮอป และอาจทันดูทีวีจอขาวดำด้วย

ปัจจุบัน คนยุค Gen-X เป็นคนวัยทำงาน มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไปแล้ว พฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ที่เด่นชัดมากก็คือ ชอบอะไรง่าย ๆ ไม่ต้องเป็นทางการ ให้ความสำคัญกับเรื่องความสมดุลระหว่างงานกับครอบครัว (Work?life balance) มีแนวคิดและการทำงานในลักษณะรู้ทุกอย่างทำทุกอย่างได้เพียงลำพังไม่พึ่งพาใคร เป็นตัวของตัวเองสูง มีความคิดเปิดกว้าง มีความคิดสร้างสรรค์

อย่างไรก็ตาม หลายคนใน Gen-X มีแนวโน้มที่จะต่อต้านสังคม ไม่ได้เชื่อเรื่องศาสนา และ ไม่ได้ยึดขนบธรรมเนียมประเพณีมากนัก เป็นคนที่มีความยืดหยุ่นในการปรับตัวกับวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไป อย่างเช่นมองว่าการอยู่ก่อนแต่ง หรือการหย่าร้างก็เป็นเรื่องปกติ เช่นเดียวกับเรื่องเพศที่ 3 ซึ่งต่างจากกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ที่มองเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องผิดจารีตประเพณี เป็นอย่างยิ่ง

จากข้อมูลที่ TCDC สรุปไว้อย่างน่าสนใจคือ เจเนอเรชั่นเอ็กซ์ คือกลุ่มคนที่มีอายุอยู่ระหว่าง 37-53 ปี มีไลฟ์สไตล์ที่ก้ำกึ่งระหว่างวัฒนธรรมอนาล็อกแบบเบบี้บูมเมอร์และดิจิทัลไดเอ็ทแบบมิลเลนเนียลซึ่ง 62% ของเจเนอเรชั่นนี้ยังคงอ่านหนังสือพิมพ์ และมีกลุ่มสนทนาทางออนไลน์แพลตฟอร์มที่มีการใช้งานอยู่เสมอไปพร้อมๆ กัน นั่นแสดงให้เห็นถึงการคัดกรองข้อมูลและการไม่ผลีผลามที่จะเข้าไปอยู่ในกระแสหลักอย่างไม่มีเหตุผล

ด้วยทัศนคติที่มั่นใจและใส่ใจ ภายใต้ลิสต์ของเหล่าเจนเอ็กซ์เซเลบริตี้แถวหน้าทั้ง คิม คาร์เดเชียน (Kim Kardashian)รีส วิทเธอร์สปูน (Reese Witherspoon)อีวา ลองโกเรีย (Eva Longoria) ทั้งหมดต่างเป็นผู้ทรงอิทธิพลด้านความคิดและไลฟ์สไตล์ ไม่เว้นแม้แต่เป็นภาพจำที่ไม่เคยลบเลือน อย่างการสร้างเซอร์ไพร์สด้วยการปิดโชว์โดยเหล่าซูเปอร์โมเดลในตำนาน ได้แก่ ซินดี้ ครอว์ฟอร์ด (Cindy Crawford) นาโอมิ แคมป์เบลล์ (Nami Campbell) คลอเดีย ชิฟเฟอร์ (Claudia Schiffer) คาร์ลา บรูนี (Carla Bruni) และเฮเลน่า คริสเตนเซ่น (Helena Christensen) โมเมนต์ดังกล่าวถือเป็นการสร้างไวรัลและโมเมนต์ที่อินฟลูเอนเซอร์ยุคใหม่คงต้องถอย เพราะตัวจริงในก่อนยุคอินเทอร์เน็ตไม่เคยหลุดออกจากความนิยม

พฤติกรรมและกิจกรรมที่เข้าร่วม

เจเนอเรชั่นเอ็กซ์ ชอบการเดินทางเป็นครอบครัว นิยมอ่านรีวิว และคำบรรยายบนเว็บไซต์เกี่ยวกับที่พัก ประกอบกับใช้เวลาในการพิจารณามากกว่าคนเจเนอเรชั่นอื่นๆ ซึ่งเกือบ 85% ทำการอ่านรีวิวก่อนที่จะตัดสินใจจอง

ในฐานะผู้ตัดสินใจของครอบครัวของ 3 เจเนอเรชั่น (เบบี้บูมเมอร์ มิลเลนเนียลรวมทั้งตนเอง) รูปแบบการบริการทั้งร้านอาหาร โรงแรม จึงต้องสามารถตอบโจทย์เรื่องขนาด ความหลากหลายที่ตอบสนองคนในครอบครัวได้ แสดงให้เห็นว่านอกจากจะเป็นผู้เลือกหลักแล้วยังเป็นเจเนอเรชั่นที่มีอำนาจในการซื้อสูงอีกด้วย

American Express ระบุว่า ถ้าเปรียบเทียบแล้ว เจนเอ็กซ์มีรายจ่ายหรือหนี้มากกว่าเจนอื่นๆ ก็จริง แต่นั่นหมายรวมทั้งเงินเก็บและเงินเตรียมสำหรับวัยเกษียณ

จากการสำรวจข้อมูลของ Nielsen ระบุว่า เจนเอ็กซ์ใช้เวลาราว 35 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในการใช้โซเชียลมีเดีย ขณะที่เจนมิลเลนเนียลใช้ราว 26 ชั่วโมง ด้วยเหตุนี้แบรนด์ต่างๆ ที่ต้องการจะสื่อสารกับเจนนี้คงต้องใช้ช่องทางโชเซียลมีเดีย เช่นเฟสบุ๊ก ที่มีผู้ใช้ราว 81% ซึ่งจะถือเป็นช่องทางเข้าถึงที่สำคัญ

จากพฤติกรรมที่มีการใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมาก เจนเอ็กซ์จึงถือได้ว่าเป็นนักสืบค้นตัวยง พวกเขามักค้นหารายละเอียดต่างๆ ของผลิตภัณฑ์ที่จะซื้อมากกว่าเจนอื่นๆ ไม่เว้นแม้แต่กลุ่มผู้ชาย ที่รายงาน จาก Mintel ปี 2015 ระบุว่า 80% ของเจนเอ็กซ์ต้องการผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันทั่วไป อาทิ ลิป หรือเจลจัดแต่งทรงผม เพื่อให้ดูดีและดูเด็ก โดยพวกเขายังชื่นชอบการอ่านเคล็ดลับการดูแลตัวเองต่างๆ หรือคำแนะนำจากผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ

สิ่งอำนวยความสะดวกและบริการที่ต้องการ
ในฐานะ Midult ซึ่งหมายถึงผู้หญิงวัย 35-55 ปีที่ใส่ใจต่อรายละเอียดต่างๆ และเข้าใจการใช้งานสื่อออนไลน์อย่างมีสติ แม้จะเป็นเจนที่ถูกเรียกว่าเป็นกลุ่มขนาดเล็ก หรือจุดเปลี่ยนผ่านของเจเนอเรชั่น (transitional generation) แต่แบรนด์สินค้าที่พวกเธอต้องการกลับต้องลึกซึ้ง ทั้งผลิตภัณฑ์ องค์ประกอบแบรนด์ไปจนถึงอีเวนต์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นต้องสามารถบอกเล่าถึงตัวตนของแบรนด์และสะท้อนถึงตัวตนของพวกเธอได้อย่างดี

ในปี 2017 ฮาร์ลิง โรส (Harling Rose) เขียนข้อมูลบอกเล่าถึงสไตล์ที่น่าสนใจเกี่ยวกับเจนเอ็กซ์ลงในเว็บไซต์ manrepeller.com ว่า Menocore คือสิ่งที่อยู่ตรงกลางระหว่างความธรรมดามากๆ อย่าง Normcore กับการดูเป็นผู้ใหญ่ (Mature) เป็นสไตล์ที่สอดคล้องอย่างมากกับสตรีวัยกลางคนที่ต้องการความเรียบง่าย ไม่ต้องโดดเด่น และดูอ่อนเยาว์ ซึ่งอาจส่งอิทธิพลสู่อินฟลูเอนเซอร์ด้านต่างๆ ได้

สำหรับเจนเอ็กซ์ผู้ชายยังคงหลงใหลในแนวทางแบบโอลด์ แฟชั่น (Old fashion)และการอยู่ในบรรยากาศร้านค้าแบบดั้งเดิม ซึ่งไม่ใช่เรื่องสวนกระแส เพราะจากการสำรวจของแบรนด์กรูมมิ่งของผู้ชาย The Bluebeards Revenge ให้ความเห็นว่า 95% ของผู้ชายยังคงเข้าร้านบาร์เบอร์และร้านตัดผม แม้กระทั่งก่อนไปผับ ซึ่งไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ดูแลผม
แต่รายงานจาก Euromonitor ยังรวมถึงผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเองของผู้ชายที่ผู้บริโภคกว่า 81% ในปี 2015 จะเลือกซื้อในร้านค้าแบบดั้งเดิม เช่นเดียวกับการซื้อของขวัญให้ภรรยาหรือแฟนสาว

ในขณะที่คนทั่วไปอาจไปใช้บริการยิมหรือคลาสโยคะแบบปกติ ข้อมูลศึกษาจาก Vanstone ระบุว่า ผู้ชายวัยกลางคนให้ความสนใจฟิตเนสที่พ่วงมาด้วย ไลฟ์สไตล์ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการปั่นจักรยาน ไตรกีฬา หรือการลงทุนกับอุปกรณ์กีฬาดีๆ สักชิ้น ไปจนถึงการสมัครเป็นสมาชิกยิมออกกำลังกายระดับพรีเมียม ซึ่งนอกจากการใส่ใจดูแลตัวเองแล้ว เจนเอ็กซ์ยังคงไม่ลืมเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่รักษ์โลก หรือมีแผนการตลาดที่ช่วยทำให้โลกหรือสังคมดีขึ้นทางใดทางหนึ่งศักยภาพต่อธุรกิจ

เจนเอ็กซ์ในเอเชีย เป็นแรงผลักสำคัญในการเข้าสู่สังคมไร้เงินสด ในอินเดีย นักช้อปออนไลน์อายุระหว่าง 31-54 ปี มีการใช้จ่ายค่อนข้างสูง โดย 45% ซื้อสินค้าเฉลี่ยสัปดาห์ละครั้ง เช่นเดียวกับในเกาหลีใต้ ที่ในปี 2017 Korea Development Institute เปิดเผยว่า 24.6% ของการใช้จ่ายออนไลน์มาจากกลุ่มเจนเอ็กซ์ฝ่ายชาย ซึ่งบ่อยครั้งมากกว่าเจนอื่นๆ

นอกจากการท่องเที่ยวแบบหลายเจเนอเรชั่น (Multigeneration) แล้ว การมองหาที่ท่องเที่ยวพร้อมกลุ่มเพื่อนๆยังเป็นอีกรูปแบบที่สำคัญซึ่งคนเจนนี้สนใจ โดยเฉพาะการเปิดตัวทีวีโชว์ในชื่อ Dragon Club: Immature Bromanceของเกาหลีใต้ ที่นำเซเลบริตี้ที่เกิดในช่วงปี 1979 มาเดินทางท่องเที่ยวด้วยกัน โดยได้รับความนิยมจากคนดูอย่างมาก กระทั่ง AK Mall มาร์เก็ตเพลสออนไลน์ในเกาหลีถึงกับเปิดเผยว่า หลังจากจบซีซั่นแรกของรายการทีวีดังกล่าวไปในปี 2017 พบว่าแพ็กเกจทัวร์ท่องเที่ยวกับก๊วนเพื่อนนั้นเติบโตถึง 201%

กระแสสุขภาพเติบโตอย่างมาก ในอินเดีย ตลาดร้านค้าสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ฟิตเนสเติบโตขึ้น 17% ส่วนผลิตภัณฑ์กีฬาคาดว่าจะเติบโต 8.9% จาก 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2005 ไปแตะที่ 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2025 สอดคล้องกับในเกาหลีใต้ ที่พบว่าการใช้จ่ายในยิมต่างๆ เพิ่มขึ้นถึง 188.8% จากปี 2015

อย่าลืมว่า “เจนเอ็กซ์” แม้จะเป็นกลุ่มที่ “มีอายุ” แต่เจเนอเรชันนี้ไม่รอช้าที่จะลองเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เข้ามาเพราะพวกเขาคือกลุ่มคนรุ่นแรกที่ซื้อคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและเป็นกลุ่มคนที่ยอมจ่ายเงินเป็นแสนๆ เพื่อซื้อโทรศัพท์มือถือขนาดใหญ่รุ่นกระติกน้ำไว้ใช้ในบ้าน

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: