Biznews

‘Flight to nowhere’ เทรนด์ใหม่ธุรกิจสายการบินยุค ‘โควิด’

กำลังเป็นเทรนด์ที่พูดถึงกันมากพอสมควรและเป็นการตลาดที่หลายๆสายการบินได้ปรับเปลี่ยนเพื่อความอยู่รอดของสายการบินท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ยังไมีมีทท่ายุติแต่กลับเพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้อมากขึ้นเรื่อยๆ   ล่าสุดทะลุกว่า 30 ล้านรายเรียบร้อยแล้วสำหรับจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลก

ขณะที่สถานการณ์ตึงเครียด ทุกธุรกิจต่างปรับตัวหนีตายกันจ้าละหวั่น โดยเฉพาะธุรกิจสายการบินที่ดูเหมือนจะหนักสุดเนื่องจากเกี่ยวกับการเดินทางโดยตรง ที่หลายประเทศต่างล็อคดาวน์กันทั่วโลก
หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่สายการบินหลายสายนำมาใช้ในขณะเรียกว่า  “Flight to nowhere”  แปลตรงตัวไทยเป็นไทยเลยก็คือ “เที่ยวบินที่ไม่ได้ไปไหน”  เป็นการบินขึ้นเครื่องบินโดยวนบนท้องฟ้ากลับมาที่เดิมเพื่อให้ได้บรรยากาศและ บริการของการขึ้นเครื่องบินสนองความต้องการของผู้บริโภคที่อัดอั้นจากการเดินทางมานาน ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยเหลือผู้โดยสารอย่างเราๆ แล้วยังเป็นการให้นักบินได้บินเครื่องบินเพื่อที่จะได้ต่อใบอนุญาตการบินไปในตัวด้วย ถือเป็นการตลาดที่ดีเลยทีเดียว

ล่าสุด สายการบินแห่งชาติประเทศออสเตรเลีย อย่าง Qantas ได้ปล่อยเที่ยวบิน QF787 บนเครื่องบิน B787 ที่ออกเดินทางจากสนามบินในเมือง Sydney กลับสู่ที่เดิมด้วยระยะเวลา 7 ชั่วโมง Sold out ภายใน 10 นาที โดยราคาเริ่มต้นตั้งแต่ราวๆ 16,000 – 82,000 บาท นับว่าสูงพอสมควรเมื่อเทียบกับสถานการณ์ในปัจจุบัน

แพ็กเกจนี้ผู้โดยสารจะไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศหรือลงจอดยังเมืองอื่นๆ ของออสเตรเลีย แต่ผู้โดยสารจะได้ชมวิวสวยงามของออสเตรเลียเป็นเวลา 7 ชั่วโมงแบบเต็มๆ จากสนามบินนครซิดนีย์ บินในความสูงระดับต่ำเหนือสถานที่สำคัญต่างๆอย่าง หินยักษ์อูลูรู (Uluru) เขตชนบทห่างไกล แนวปะการังเกรตแบร์ริเออร์รีฟส์ (Great Barrier Reefs) นอกชายฝั่งรัฐควีนส์แลนด์ และ ย่าน Sydney Harbour ก่อนจะกลับมาลงจอดยังสนามบินซิดนีย์ ให้บริการแล้วตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา

 

 

‘สิงคโปร์แอร์ไลน์’ สายการบินแห่งชาติสิงคโปร์เป็นอีกหนึ่งสายการบินที่จัดเที่ยวบิน โดยใช้ชื่อว่า  ‘ไม่ได้บินไปไหน’  (flights to nowhere) ทริปนี้ผู้โดยสารจะเริ่มต้นและจบที่สนามบินชางงี (Changi airport) เป็นการขายแพคเกจท่องเที่ยวเหมือนบินไปต่างประเทศ พร้อมที่พักในเมือง บัตรกำนัลช้อปปิ้ง และบริการโดยสารเรือเฟอร์รี่หรือรถลีมูซีน กำหนดเปิดให้บริการสิ้นเดือนตุลาคมนี้

โดยเครื่องบิน Airbus A-350 จะนำผู้โดยสารสู่น่านฟ้าสิงคโปร์เป็นเวลาประมาณ 3 ชั่วโมงก่อนบินกลับมาที่สนามบินชางงีอีกครั้ง ซึ่งราคาชั้นประหยัดจะอยู่ที่ 288 ดอลลาร์สิงคโปร์ ชั้นธุรกิจจะอยู่ที่ 588 ดอลลาร์สิงคโปร์

นอกจากนี้ เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ANA Holdings สายการบินที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นได้เปิดขายตั่วโดยสารสำหรับเที่ยวบินเช่าเหมาลำไปยังสถานที่ต่างๆภายในประเทศ รวมถึงสายการบินของไต้หวัน 2 รายได้เปิดตัวแคมเปญที่คล้ายคลึงกัน อย่าง Starlux Airlines ได้เปิดตัวโครงการ ‘เที่ยวบินจำลองเหมือนไปต่างประเทศ’ และ EVA Airways ได้เปิดตัวแคมเปญ ‘บินวนไม่ลงจอด’ จำนวน 309 ที่นั่งในช่วงเทศกาลวันพ่อของไต้หวันมาแล้ว

จากกฎการเดินทางที่เข้มงวดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้อุตสาหกรรมการบินทั่วโลกได้รับความเสียหายอย่างถ้วนหน้าชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน การเดินทางของผู้โดยสารจะไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างปกติจนถึงปี 2024 ดังนั้นบรรดาสายการบินต่างๆจึงต้องดิ้นรนทำกิจกรรมรูปแบบต่างๆ เพื่อหารายได้

ขณะเดียวกันก็ตอบสนองความต้องการของนักเดินทางที่ถวิลหาการท่องเที่ยวไปในตัว …

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: