Biznews

คำต่อคำ! ‘DD ‘ พบพนักงาน ตอน “ลด เลื่อน เลิก” เพื่อการบินไทยอยู่รอด

ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากพอสมควร สำหรับสถานการณ์ของการบินไทยจากปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่องค์กรนี้กำลังเผชิญ ทั้งการลดเที่ยวบิน ลดเงินเดือน สวัสดิการของผู้บริหารระดับสูง ตลอดจนมีบอร์ดผู้บริหายระดับสูงลาออกถึง 3 คน แต่ดูเหมือนสถานการณ์จะยังไม่ค่อยดีขึ้น 

ล่าสุด’ กฤษณรัตน์ บูรณะสัมฤทธิ์ ‘อดีตรองประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย โพสต์เฟซบุ๊ก Aaron Puranasamriddhi   ใจความว่า

‘DD พบพนักงาน ตอน “ลด เลื่อน เลิก” เพื่อการบินไทยอยู่รอด

วันที่ 2 มีนาคม DD คุณสุเมธ ได้จัด Staff Meeting อีกครั้ง เพื่อพูดคุยกับพนักงานถึงสถานการณ์ของบริษัทที่โดนผลกระทบจาก Covid-19 โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจดังนี้

เริ่มต้นด้วยปี 2562 สถานการณ์ธุรกิจการบินทั่วโลกย่ำแย่ นักท่องเที่ยวเข้าไทยลดลง สายการบินปิดตัวไป 20 กว่าสาย รวมถึงยักษ์ใหญ่ที่เตรียมล้ม 2 สาย ส่วนการบินไทยขาดทุน 12,000 ล้านบาทด้วยปัจจัยที่ได้เคยกล่าวไว้แล้ว (สามารถหาอ่านได้ในกระทู้เก่า) ไทยแอร์เอเชีย และนกแอร์ ขาดทุนเช่นกัน ส่วนบางกอกแอร์เวย์ให้ไปดูบัญชีแล้วจะเข้าใจ

ปี 2563 เริ่มต้นดีมากสำหรับการบินไทย แต่ไม่กี่วันก็เจอปัญหา สหรัฐ-อิหร่าน ต่อด้วยเครื่องยนต์ GE 90 ทั่วโลกมีปัญหา 16 ตัว โดยอยู่ที่การบินไทย 14 ตัว เครื่องต้องจอด 10 ลำ แล้วต่อด้วย Covid-19 เมื่อวันที่ 25 มกราคมจนถึงปัจจุบัน

จากนั้น DD ได้พูดถึงแผนฟื้นฟูการบินไทย 2020 (ซึ่งผมไม่ขอเล่าในที่นี้ เพราะเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญ ) รวมถึงโครงการการบินไทยคุณธรรมที่พนักงานมีส่วนร่วมในการเสนอแนะทางแก้ไขปัญหาในบริษัทซึ่งมีประโยชน์มาก รวมถึง การใช้ OKR เป็นตัวชี้วัดใหม่ที่ทำเสร็จเรียบร้อยเตรียมใช้ แต่น่าเสียดายที่ทุกอย่างต้องชะลอเพราะเกิด Covid-19 ขึ้นมา

แต่มีเรื่องนึงที่น่าจะเล่าได้คือในวิกฤตแบบนี้ประเทศไทยควรจัด Bank Structure คือตารางการบินเข้า-ออกประเทศใหม่เพื่อให้ไทยเป็น Hub ทางการบินจริงๆ จาก 2ช่วงครึ่งในทุกวันนี้ เป็น 4 ช่วง เพื่อทำให้การต่อเครื่องในภูมิภาคนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดความแออัดของสนามบิน โดย DD จะประชุมร่วมกับสำนักงานการบินพลเรือน และสายการบินพันธมิตรเพื่อให้สำเร็จให้ได้

เรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายต่างๆคือ การพัฒนาจาก BU ไปสู่ Commercialization หรือ “หน่วยพาณิชย์” เพื่อทำธุรกิจเต็มรูปแบบ โดยจะเริ่มที่ฝ่ายช่าง ให้เทียบกับ LH และ SQ ซึ่ง DT DM DL พร้อมที่จะ Upgrade ฝ่ายแล้ว

สิ่งที่ DD อยากให้คนการบินไทยทำที่สุดคือ ปรับวัฒนธรรมองค์กรไปสู่การเป็น Digital Culture ซึ่งถ้าไม่ปรับตัววันนี้ก็จะถูก Disruption เหมือนสายการบิน Thomas Cook ดังนั้นทุกคนจะอยู่แบบเดิมไม่ได้ เพราะจะไม่สามารถเข้าสู่ Digital Transformation และทุกคนต้องไปด้วยกัน ไม่มีการรอไม่งั้น Disruption แน่

มาถึงเรื่องราวที่พนักงานรอคอยคือ สถานการณ์บริษัทกับ Covid-19

DD เริ่มจากแสดงแผนภูมิของการคาดการณ์สถานการณ์ Covid-19 ซึ่งสรุปได้ว่า กว่าจะเข้าที่คือ “สิ้นปี” นี้ 😱😱😱

ในด้านผู้โดยสาร การบินไทยมีมาตราการป้องกัน 7 ข้อและจะมีออกมาเรื่อยๆ

สำหรับการดำเนินธุรกิจ ฝ่ายบริหารได้มีมาตราการที่เรียกว่า COCON ( Covid-19 Readiness Condition) ซึ่งมี 5 ระดับ ระดับ 5 เบาสุด ระดับ 1 หนักสุด

ระดับ 5 คือ จับตาดู ซึ่ง CMOC ได้จับตาดูและรายงานให้ทราบตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมจนถึงปิดอู่ฮั่น ในวันที่ 25 มกราคม

ระดับ 4 คือ ช่วงปัจจุบันที่ งดบินบางจุด ลดเที่ยวบินลง โดยจะลดลงเรื่อยๆตามสถานการณ์ (ตอนนี้ยังลดน้อยกว่า SQ เยอะ) และลดค่าใช้จ่ายบางตัว

ระดับ 3 คือ เมื่อถึงจุดนึงที่”เงินสด” น่าเป็นห่วง บินแล้วขาดทุน”เงินสด” ต้องประกาศ”ลดค่าใช้จ่ายเต็มรูปแบบ แน่นอนว่ากระทบพนักงาน ซึ่ง DD พยายามที่จะดึงให้นานที่สุด และขณะนี้ก็ใกล้ที่จะเข้าสู่ระดับ 3 อย่างมากแล้ว

ระดับ 2 และ 1 DD ไม่ขอบอกว่าคืออะไร ให้พนักงานภาวนาเลยว่าอย่าถึงจุดนี้ สำหรับระดับ 2 ให้ดูหลายสายการบินที่ได้ประกาศมาตราการใช้ไปแล้ว

ปัจจุบันฝ่ายบริหารได้ตั้งทีม 3 ทีมเพื่อติดตามอย่างใกล้ชิดทุกด้าน ทุกเที่ยวบินต้องคุ้มในการออกบิน ถ้าไม่คุ้มให้ดำเนินการ เปลี่ยนขนาดเครื่อง ควบรวมไฟล์ท หรือยกเลิก เพื่อรักษา”เงินสด” ไว้ให้มากที่สุด

ดังนั้น DD ขอให้พนักงานทุกคน “ลด เลื่อน เลิก” ที่เป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมด เพื่อไม่ให้ไปถึงระดับ 3 หรือช้าที่สุด แต่ถ้ายังทำตัวเหมือนเดิม แล้วถึงระดับ 3 เมื่อไหร่ บอกได้เลยว่า
“ตั้งแต่บนสุดจนถึงล่างสุด เดือดร้อนทุกคนแน่”

วันนี้ฝ่ายบริหารทำทุกทางเพื่อยื้อออกไปให้นานที่สุด ก็อยู่ที่พนักงานว่าจะช่วยกัน “เต็มที่” หรือไม่

อย่ามาเสียใจทีหลังแล้วพูดว่า “รู้งี้ทำแบบนั้นไปตั้งนานแล้ว “ เพราะเมื่อกดปุ่มระดับ 1 แล้วทุกอย่างคือ “สาย” เกินไป อย่ามัวรอว่าฝ่ายโน้น ฝ่ายนี้ยังไม่ทำ “ทุกคน” ต้องช่วยกันอย่าง “เต็มที่” ใน “วันนี้” แล้ว

DD ปิดท้ายด้วยภาพ “แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์” เราต้องเป็น Last Man Standing ถ้าเราสามารถยืนสู้ได้จนเป็นคนสุดท้าย เราก็ชนะ ดังนั้นทุกคนต้อง “ร่วมมือร่วมใจ” กันให้มากที่สุด ทุกฝ่ายต้องปรับตัวเป็น “หน่วยพาณิชย์” เพื่อความอยู่รอดของบริษัท และนั้นคือสิ่งที่จะทำให้พวกเราและการบินไทย “อยู่รอด” ในที่สุด

ผมก็เขียนสรุปจากที่ฟังมาทั้งหมด
สุดท้ายอยู่ที่พวกเราแล้วครับ ว่าจะทำอย่างไร จะยอมเฉือนเนื้อ ตัดแขนเพื่อรักษาชีวิตและร่างกาย หรือจะอยู่แบบเดิมเพื่อไปตายด้วยกันทั้งหมด ขึ้นอยู่กับคน 20,000 คน ในวันนี้

แต่ผมเชื่อว่า เมื่อเกิดวิกฤตแบบนี้ เราจะรวมกันเป็นหนึ่งเดียว เพื่อฟันฝ่าวิกฤตนี้ให้พ้นไปจนได้ 💪💪💪

เพราะเราคือ “คนการบินไทย” ❤️❤️❤️’

 

Tags

Related Articles

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Close
%d bloggers like this: